skip to Main Content
02-102-2953 info@whitechannel.tv
พ่อเลี้ยงเด็กหญิงอายุ14 บ้านเกาะแรดพ้นมลทิน หลังผู้ต้องหาสารภาพต่อศาล กรณีหมิ่นประมาทอนาจารลูกเลี้ยง

พ่อเลี้ยงเด็กหญิงอายุ14 บ้านเกาะแรดพ้นมลทิน หลังผู้ต้องหาสารภาพต่อศาล กรณีหมิ่นประมาทอนาจารลูกเลี้ยง

หวาเดชและนายอาหมาด สองพ่อลูกผู้ต้องหาคดีรุมโทรมเด็กหญิงอายุ 14 ปี บ้านเกาะแรด จ.พังงาสารภาพต่อศาลจังหวัดภูเก็ตในคดีที่พ่อเลี้ยงของเด็กหญิงคนดังกล่าวได้ฟ้องคดีหมิ่นประมาท ถึงกรณีที่สองพ่อลูกคนดังกล่าวได้สัมภาษณ์กับรายการข่าวช่องหนึ่งมีลักษณะพาดพิงถึงพฤติกรรมที่มีลักษณะอนาจารต่อลูกเลี้ยง

เมื่อวันที่28สิงหาคม 2561ที่ศาล จ.ภูเก็ต ผู้พิพากษาออกนั่งพิจารณาคดีโดยมีพนักงานอัยการเป็นโจทย์ โดยมีนายสุชีพ สุเมนทร์ หรือหวาเดช และนายกีรติ สุเมนทร์หรืออาหมาด เป็นจำเลย ซึ่งถูกฟ้องในคดีฐานหมิ่นประมาทต่อนาย สมชาย (นามสมมุติ)     โดยคดีนี้ย้อนไปเมื่อช่วงเดือนกันยายน2560 และมีความผู้พันธ์กับคดีที่มีทางมูลนิธิมุสลิมเพื่อสันติ สาขาภูเก็ต ได้นำครอบครัวของเด็กหญิง อ.นามสมมุติ ที่ได้ร้องเรียนว่ามีผู้ชายในหมู่บ้านเกาะแรด จ.พังงา และต่างหมู่บ้าน ได้ทำการรุมขมขืนเธอกว่า40คนและต่อมาได้มีการแจ้งความและศาลออกหมายจับโดยมีผู้ต้องหารวม11คนและนายหวาเดชและอาหมาด ก็เป็น2ในผู้ต้องหาด้วยเช่นกัน

แต่ก่อนหน้าที่ทั้ง2คนดังกล่าวจะถูกออกหมายจับนั้นได้ไปให้สัมภาษณ์ในรายการข่าวของทีวีช่องหนึ่ง ซึ่งได้มีการพาดพิงไปยังนาย สมชาย นามสมมุติ ซึ่งมาสถานะเป็นพ่อเลี้ยงของเด็กหญิงผู้เสียหายอายุ14คนดังกล่าวว่ามีลักษณะที่ไม่เหมาะสม ส่อไปในทางอนาจารและดูเกินกว่าเป็นพ่อลูกกัน เช่นการไปไหนมาไหนสองต่อสอง การนั่งรถที่มีการโอบกอดกัน รวมไปถึงการล้างเนื้อล้างตัวในเวลาที่ขึ้นมาจากการหาปลาในทะเลทั้งการฉีดน้ำไปยังหน้าอก การถูสบู่ให้กันและกัน เป็นต้น   และหลังจากที่ทางนายสมชายได้ดูผ่านรายการทีวีดังกล่าว จึงได้ติดต่อมายังทีมงานของมูลนิธิมุสลิมเพื่อสันติ สาขาภูเก็ต ที่ตอนนั้นกำลังดูแลในส่วนของคดีล่วงละเมิดอยู่แล้ว จึงได้มีการปรึกษาหารือและได้ตัดสินใจเสนอให้ทางพ่อเลี้ยงแสดงความบริสุทธิ์ใจด้วยการแจ้งความ จึงได้นัดหมายกันมาแจ้งความที่ สภ.สาคู อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ในวันที่2กันยายน2560 โดยมีทางทีมงานมูลนิธิมุสลิมเพื่อสันติ สาขาภูเก็ต เป็นผู้ประสานงาน และจากนั้นทางพนักงานสอบสวนส่งสำนวนต่ออัยการและส่งฟ้องในที่สุด ต่อมาได้มีการสอบสวนทางจำเลยเพิ่มเติมซึ่งจำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธในชั้นสอบสวน

จนกระทั่งในวันนี้ทางศาลได้นัดเพื่อพิจารณาคดีตามที่ได้กล่าวไปในข้างต้นและมีทางตัวแทนของมูลนิธิมุสลิมเพื่อสันติ สาขาภูเก็ตซึ่งเป็นพยานในคดีนี้ได้มาเพื่อเบิกความเป็นพยานด้วยเช่นเดียวกัน แต่ต่อมาทางจำเลยทั้งสอง
ขอแถลงต่อศาลว่ารู้สึกสำนึกในการกระทำผิดและขอให้การรับสารภาพทุกข้อกล่าวหาที่ได้กล่าวหาต่อนายสมชายไป  ศาลจึงพิเคราะห์แล้วเห็นควรให้พนักงานคุมประพฤติสืบเสาะและพินิจจำเลยก่อน โดยให้ทำการตรวจสอบประวัติของจำเลย พฤติการณ์ในการกระทำความผิด ประวัติการทำความผิด การชดใช้ค่าเสียหายและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้อง เพื่อผลประโยชน์ในการทำคำพิพากษา โดยให้พนักงานคุมประพฤติจัดทำรายงานเสนอศาลภายใน20วัน และให้มารับฟังคำพิพากษาในวันที่18ตุลาคม2561

ด้าน อ.อับดุลลอฮฺ(ชานนท์) อับดุลล่าห์ ประธานมูลนิธิมุสลิมเพื่อสันติ สาขาภูเก็ต เผยว่า สำหรับผลการตัดสินคดีหมิ่นประมาทในวันนี้ก็ถือว่ามีความเกี่ยวโยงกับคดีรุมโทรมด้วย เพราะตอนนั้นคนในหมู่บ้านกล่าวหาพ่อเลี้ยงด้วยการออกสื่อ ก็ถือว่ามีน้ำหนักพอสมควร เพราะหากคิดพื้นๆทั่วไปก็คงคิดว่าคงไม่มีใครกล้าโกหกออกสื่อกัน แต่พอพ่อเลี้ยงได้ปรึกษามายังมูลนิธิฯว่าจะมีทางใดพิสูจน์ข้อเท็จจริงและความบริสุทธิใจ เราก็เลยให้เขาแจ้งความเพื่อให้ทางกฏหมายได้พิสูจนย์กัน ซึ่งผลก็ออกมาตามที่เห็น เพราะความจริงก็คือความจริงและที่สำคัญคือการต่อสู้ทางข้อกฏหมายมันก็จะมีที่จบ

นอกจากนี้ในวันที่25ตุลาคม2561 ที่ศาลพังงาก็มีการอ่านคำพิพากษาคดีรุมโทรมเด็กหญิงอายุ14ปีคนดังกล่าว ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งคดีที่สังคมไทยติดตามให้ความสนใจ

#ดาริส_เส็นธนู

Back To Top
×Close search
Search