skip to Main Content
02-102-2953 info@whitechannel.tv
ศาลตัดสินจำคุก 2 พ่อ-ลูก ใส่ร้ายพ่อเลี้ยง ดญ.อายุ15 บ้านเกาะแรด พังงา

ศาลตัดสินจำคุก 2 พ่อ-ลูก ใส่ร้ายพ่อเลี้ยง ดญ.อายุ15 บ้านเกาะแรด พังงา

 

ศาลจังหวัดภูเก็ตมีคำสั่งตัดสินจำคุก4เดือน 2 พ่อ-ลูก ในข้อหาหมิ่นประมาทนายสมชาย(นามสมมุติ) ว่าได้กระทำอนาจารต่อ ดญ.อายุ15ปีบ้านเกาะแรด จ.พังงา แต่ศาลเมตตาเพราะจำเลยสารภาพ จึงลดโทษเหลือจำคุก2เดือนรอลงอาญา2ปี โดยมีทีมงานมูลนิธิมุสลิมเพื่อสันติเข้าร่วมรับฟังในฐานะพยานในคดีนี้อีกด้วย

10:00น.(18พฤศจิกายน 2561) ณ ศาลจังหวัดภูเก็ต ผู้พิพากษาออกนั่งบัลลังค์เพื่ออ่านคำพิพากษาคดีที่ อัยการเป็นโจทย์ฟ้องนายสุชีพหรือหวาเดช สุเมนทร์ และนายกีรติหรืออาหมาด สุเมนทร์ เป็นจำเลย ถูกฟ้องในคดีฐานหมิ่นประมาทต่อนายสมชาย(นามสมมุติ) พ่อเลี้ยงของเด็กหญิงอายุ15ปีบ้านเกาะแรด ว่าได้กระทำอนาจารต่อลูกเลี้ยง

 

โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดช่วงเดือนกันยายน2560ที่ผ่านมา เมื่อทางมูลนิธิมุสลิมเพื่อสันติ สาขาภูเก็ต ได้นำครอบครัวของเด็กหญิง อ.อายุ15ปีนามสมมุติ ได้ร้องเรียนว่ามีผู้ชายในหมู่บ้านเกาะแรด จ.พังงา และต่างหมู่บ้าน ได้ทำการรุมขมขืนเธอกว่า40คนและต่อมาได้มีการแจ้งความและศาลออกหมายจับโดยมีผู้ต้องหารวม11คนและนายหวาเดชและอาหมาด ก็เป็น2ในผู้ต้องหาด้วยเช่นกัน  แต่ก่อนหน้าที่ทั้ง2คนดังกล่าวจะถูกออกหมายจับนั้นได้ไปให้สัมภาษณ์ในรายการข่าวของทีวีช่องหนึ่ง และได้มีการพาดพิงไปยังนาย สมชาย ที่มีสถานะเป็นพ่อเลี้ยงของเด็กหญิงผู้เสียหายคนดังกล่าวว่ามีลักษณะที่ไม่เหมาะสมส่อไปในทางอนาจารและดูเกินกว่าเป็นพ่อลูกกัน ซึ่งหลังจากที่นายสมชายได้ดูการสัมภาษณ์ของนายอาหมาดและนายหวาเดช ผ่านรายการทีวีดังกล่าว จึงได้ติดต่อมายังทีมงานของมูลนิธิมุสลิมเพื่อสันติ สาขาภูเก็ต ซึ่งตอนนั้นกำลังดูแลในส่วนของคดีล่วงละเมิดอยู่แล้ว จึงได้มีการปรึกษาหารือและได้ตัดสินใจเสนอให้ทางพ่อเลี้ยงแสดงความบริสุทธิ์ใจด้วยการแจ้งความ จึงได้นัดหมายกันมาแจ้งความที่ สภ.สาคู อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ในวันที่2กันยายน2560 โดยมีทางทีมงานมูลนิธิมุสลิมเพื่อสันติ สาขาภูเก็ต เป็นผู้ประสานงาน และจากนั้นทางพนักงานสอบสวนส่งสำนวนต่ออัยการและส่งฟ้องในที่สุด ต่อมาได้มีการสอบสวนทางจำเลยเพิ่มเติมซึ่งจำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธในชั้นสอบสวน จนกระทั่งในวันที่31สิงหาคมที่ผ่านมาทางศาลได้นัดเพื่อพิจารณาคดีตามที่ได้กล่าวไปในข้างต้นโดยมีทางตัวแทนของมูลนิธิมุสลิมเพื่อสันติ สาขาภูเก็ตซึ่งเป็นพยานในคดีนี้ได้มาเพื่อเบิกความเป็นพยานด้วยเช่นเดียวกัน แต่ต่อมาทางจำเลยทั้งสอง  ขอแถลงต่อศาลว่ารู้สึกสำนึกในการกระทำผิดและขอให้การรับสารภาพทุกข้อกล่าวหาที่ได้กล่าวหาต่อนายสมชายไป

 

และสำหรับคำตัดสินในคดีนี้ทางศาลได้ตัดสินจำคุกจำเลยทั้งสองคนล่ะ4เดือน ปรับคนละ 16,000บาท แต่เนื่องจากจำเลยทั้งสองได้สารภาพ ศาลจึงเมตตาลดโทษลดโทษให้ครึ่งหนึ่งเป็นจำคุก2เดือน ปรับ8,000บาทและรอลงอาญาไว้2ปี

แต่อย่างไรก็ดีในวันที่ 25 ตุลาคม 2561นี้ ทางนายอาหมาดและนายหวาเดช จะต้องไปรับฟังคำพิพากษาที่ศาลจังหวัดพังงา ในคดีที่ทางอัยการและมูลนิธิมุสลิมเพื่อสันติ ส่งทนายเป็นโจยก์ร่วม ฟ้อง32ข้อหาแก่นายอาหมาดและนายหวาเดชและพวกอีก9คนในคดีรุมโทรม ดญ.อายุ15ปี ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งคดีที่สังคมไทยให้ความสนใจ

#ดาริส_เส็นธนู

Back To Top
×Close search
Search