ฮุจญาจอิหร่านเที่ยวแรกถึงซาอุฯแล้ว
เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2560 องค์การการบินพลเรือนอิหร่านเปิดเผยว่าผู้แสวงบุญชาวอิหร่านคณะแรกถึงซาอุดิอาระเบียแล้ว โดยออกจากสนามบินนานาชาติบันด๊าร อับบาส เวลา 8.00 น.ตามเวลาท้องถิ่น ผ่านสายการบินอิหร่านแอร์ นอกจากนี้ยังมีอีกสองเที่ยวบินคือ 16 .00 น.และ 19.00 น.
ฆอซี อัซก๊าร หัวหน้ากิจการฮัจย์ของอิหร่าน กล่าวว่ามาตรการต่างๆของอิหร่านในการส่งฮุจญาจในเที่ยวแรกเสร็จสมบูรณ์แล้ว
ขณะที่จำนวนของผู้แสวงบุญชาวอิหร่านในปีนี้มีจำนวนราว 86,500 คน จะเดินทางเข้าซาอุดิอาระเบียจำนวน 600 คณะ



ตุรกีประสบความสำเร็จในการทดสอบอากาศยานไร้คนขับที่ผลิตขึ้นเอง รวมถึงระบบการยิงอัจฉริยะ ซึ่งโจมตีเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ
เมื่อวันที่ 30กรกฎาคม 2560อากาศยานไร้คนขับ ที่มีฐานอยู่ในอิสตันบูล เปิดเผยว่า การทดสอบโดรน Bayraktar TB2 ที่ผลิตขึ้นเองในตุรกี พร้อมกับระบบการยิงอัจฉริยะได้เป็นผลสำเร็จ ทำลายเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ
ระบบการยิงอัจฉริยะได้ติดตั้งในโดรนลำดังกล่าวสามารถโจมตีเป้าหมายระยะ 8 กิโลเมตรได้อย่างแม่นยำ และสามารถบินได้นานถึง 27 ชั่วโมง สามารถใช้ได้ทั้งภารกิจในและต่างประเทศ
สำหรับโดรนลำนี้ประกอบด้วยระบบอิเลกทรอนิกส์ ซอฟแวร์ ระบบแอโรไดนามิก และระบบย่อยอื่นๆ ซึ่งถูกพัฒนา และผลิตโดยตุรกี
ระบบการยิงอัจฉริยะ หรือที่เรียว่า MAM-L ติดตั้งกับโดรนนั้นได้รับการพัฒนาโดยบริษัทผูผลิตขีปนาวุธของตุรกี
ตุรกีกลายเป็นประเทศชั้นของโลกประเทศหนึ่งที่สามารถใช้เทคโนโลยีต่างๆโดยพึ่งพาตนเอง

 


ศูนย์กษัตริย์สัลมานบริจาคเงิน 33 ล้านดอลลาร์ต่อสู้อหิวาตกโรคระบาด

ศูนย์กษัตริย์สัลมานเพื่อการบรรเทาทุกข์และมนุษยธรรมได้ลงนามในโครงการช่วยเหลือเงิน 33 ล้านดอลลาร์ (ราว 1,100 ล้านบาท) เมื่อวันอาทิตย์ให้แก่กองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (UNICEF) เพื่อต่อสู้กับอหิวาตกโรคที่กำลังระบาดในเยเมน

โครงการนี้ลงนามโดยดร.อับดุลลอฮฺ บิน อับดุลอะซีซ อัรเราะบีอะฮฺ ที่ปรึกษาสำนักราชวังและหัวหน้างานทั่วไปของศูนย์กษัตริย์สัลมานฯ ร่วมกับชะฮีดะฮฺ อัซฟัร ผู้แทนรัฐอ่าวอาหรับประจำ UNICEF

โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของเงินช่วยเหลือรวม 66.7 ล้านดอลลาร์ (ราว 2,223 ล้านบาท) จากความตั้งใจของมกุฎราชกุมารมุฮัมมัด บิน สัลมาน บิน อับดุลอะซีซ อาล สะอูด  เพื่อสนับสนุนความพยายามต่อสู้กับอหิวาตกโรคในเยเมน และเป็นการตอบสนองต่อองค์การอนามัยโลก (WHO) และเพื่อสนับสนุนโครงการสร้างระบบสุขาภิบาลที่มีมาตรฐานทั่วเยเมนตามกลไกที่กำหนดโดยศูนย์กษัตริย์สัลมานฯ

ที่มา : Alarabiya


มกุฎราชกุมารซาอุฯ พูดคุยกับผู้นำชีอะฮฺจากอิรักหารือความสัมพันธ์สองฝ่าย
เจ้าชายมุฮัมมัด บิน สัลมาน ได้พบปะกับชัยคฺมุกตะดา อัศศ็อดร์ ผู้นำด้านศาสนาชีอะฮฺในอิรักเมื่อวันอาทิตย์ (30 ก.ค.) นับเป็นครั้งแรกตั้งแต่ปีค.ศ.2006 ที่ผู้นำชีอะฮฺรายนี้เดินทางเยือนซาอุฯ
เจ้าชายมุฮัมมัดได้ต้อนรับอัศศ็อดร์ที่สำนักงานของเขาในเมืองญิดดะฮฺ ทั้งสองฝ่ายหารือกันในประเด็นด้านความสัมพันธ์ระหว่างซาอุฯ-อิรัก และอีกหลายประเด็นเกี่ยวกับประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองฝ่าย
แถลงการณ์ที่ออกโดยอัศศ็อดร์เมื่อวันอาทิตย์ระบุว่าเขาได้รับการเชื้อเชิญจากซาอุฯ ให้เดินทางเยือนในครั้งนี้
เขากล่าวว่า “เรายินดีอย่างยิ่งกับสิ่งที่ทั้งสองฝ่ายได้มองเห็นร่วมกัน ซึ่งน่าจะเป็นพัฒนาการเชิงบวกด้านความสัมพันธ์ซาอุฯ-อิรัก และเราหวังว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของการถอยห่างจากการปะทะกันระหว่างความเชื่อในภูมิภาคอาหรับ”
อัศศ็อดร์มาจากครอบครัวชีอะฮฺที่โดดเด่น เขาเป็นลูกชายคนที่สี่ของอยาตุลลอฮฺมุฮัมมัด ศอดิก อัศศ็อดร์ อดีตผู้นำสูงสุดของอิรัก
เขายังเป็นหนึ่งในผู้ที่เรียกร้องให้มีการแยกตัวของกองกำลังติดอาวุธต่างๆ ที่จัดตั้งขึ้นทั่วอิรักเพื่อเข้าร่วมกับกองทัพรัฐบาลแบกแดดในการต่อสู้กับกลุ่มไอเอส
ทว่าซาอุดิอาระเบียและพันธมิตรได้แสดงออกถึงความกังวลต่ออิทธิผลของอิหร่านที่มีต่อกลุ่มติดอาวุธชีอะฮฺต่างๆ พร้อมเตือนว่ากลุ่มเหล่านั้นอาจถูกใช้เป็นเครื่องมือเพื่อเล่นงานชาวสุนนะฮฺในอิรัก
ในการเดินทางเยือนครั้งนี้ผู้นำชีอะฮฺจากอิรักยังได้พบกับนายษามิร อัสสับหาน อดีตทูตซาอุฯ ประจำอิรัก ณ สนามบินนานาชาติคิงอับดุลอะซีซ
ที่มา : Arabnews, Alarabiya

อิสราเอลยอมเปิดประตูมัสญิดอัลอักศอทั้งหมดโดยไร้เงื่อนไขแล้ว

สำนักข่าวอนาโดลูรายงานว่า กองกำลังยึดครองอิสราเอลได้ยอมยกเลิกมาตรการต่างๆ ทั้งหมดที่ใช้เหนือมัสญิดอัลอักศอแล้ว

ฟาริส อัดดิบส์ โฆษกเอากอฟกล่าวว่า ทุกประตูทางเข้าบริเวณมัสญิดอัลอักศอถูกเปิดแล้ว รวมถึง “บาบหิฏเฏาะฮฺ” ที่ถูกปิดเพียงแห่งเดียวก่อนหน้านี้ด้วย และจะไม่มีการจำกัดอายุของผู้ที่จะได้รับอนุญาตให้เข้ามัสญิดอีกแล้ว

ทั้งนี้เมื่อช่วงเช้าวันศุกร์ที่ผ่านมา ตำรวจอิสราเอลได้ประกาศเปิดมัสญิดอัลอักศออีกครั้งภายใต้มาตรการรักษาความปลอดภัยที่ไม่อนุญาตให้ผู้มีอายุต่ำกว่า 50 ปีผ่านเข้าไปยังมัสญิด ทำให้มีการประท้วงจากชาวปาเลสไตน์อีกครั้ง จนต้องยอมยกเลิกมาตรการดังกล่าวตามการยืนยันของสำนักงานเอากอฟ


ผู้สื่อข่าวปาเลสไตน์ถูกละเมิด 30 คนนับตั้งแต่วิกฤติอักศอครั้งล่าสุด
 
 
ที่ประชุมสื่อปาเลสไตน์แถลงการณ์เมื่อวันเสาร์ (29 ก.ค.) ระบุว่า นับตั้งแต่วันศุกร์ที่ 14 ก.ค. ที่ผ่านมาซึ่งมีความรุนแรงเกิดขึ้นจนทำให้ชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตในวันนั้น 3 ราย ตำรวจอิสราเอลเสียชีวิต 2 นาย จนนำไปสู่มาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างแน่นหนาที่มัสญิดอัลอักศอโดยอิสราเอล แต่ชาวปาเลสไตน์ไม่ยอมรับมาตรการดังกล่าวเนื่องจากเปรียบเสมือนการยอมมอบมัสญิดให้ตกอยู่ใต้อานัติของอิสราเอล โดยตลอด 15 วันที่มีการประท้วงและปะทะกันส่งผลให้นักข่าวชาว
 
ปาเลสไตน์ 30 คนถูกละเมิดโดยอิสราเอลด้วยการจับกุมและบางส่วนของพวกเขาก็ถูกทำร้ายร่างกายจนบาดเจ็บ
 
 
ในแถลงการณ์ได้ประณามอิสราเอลอย่างรุนแรงที่บุกเข้าไปยังสำนักงานสื่อปาเลสไตน์บางแห่งในช่วงรุ่งสางของวันเสาร์
 
 
กองกำลังยึดครองอิสราเอล (IOF) ได้บุกเข้าสำนักงานของสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมอัลกุดส์ และสำนักงานใหญ่ของปาเลสติเนียนอินฟอร์เมชั่นเซ็นเตอร์ในรามัลลอฮฺ โดยทหาร IOF ได้ทำลายข้าวของในสำนักงานพร้อมยึดฮาร์ดดิสก์ตลอดจนอุปกรณ์สื่อจำนวนหนึ่งไปภายใต้ข้ออ้างว่าสื่อเหล่านี้ทำงานร่วมกับกลุ่มนอกกฎหมาย
 
 
ที่ประชุมสื่อปาเลสไตน์ชี้ให้เห็นว่านี่เป็นครั้งที่สองแล้วที่กองกำลัง IOF ได้บุกเข้าไปยังสำนักงานใหญ่ของอัลกุดส์ทีวี พนักงานของ 5 คนของอัลกุดส์บาดเจ็บจากการลงสนามติดตามข่าวในพื้นที่ประท้วงรอบๆ มัสญิดอัลอักศอ นอกจากนี้นายมุศเฏาะฟา อัลเคาะวาญี ผู้สื่อข่าวของอัลกุดส์ในรามัลลอฮฺยังถูกจับกุมไปนานสองสามชั่วโมงด้วย
 
 
ที่มา : The Palestinian Information Center

เมื่่อคอฟูเเละกุรบ่ายหายตัวไป เเละเมื่อคอฟูกุรบ่านโดนจับตัวไป ใครจะเป็นคนไปช่วย มาร่วมช่วยกันนะครับ …..อย่าให้รายการสอนน้องท่องดุอาอฺหายไปจากจอ
สอนน้องท่องดุอาเดอะมูฟวี่
สำหรับน้องๆหนูๆที่ต้องการ DVD ที่รวบรวมดุอาสำคัญๆที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ไว้อย่างมากมาย ผสมผสานไปด้วยเรื่องราวที่เต็มไปด้วยความสนุกสนาน ปั่นป่วนชวนติดตามห้ามพลาดนะคร้าบบบบบบ


อมีน (AMEEN) : ภาพยนตร์เทิดเกียรติศาสนทูตมุฮัมมัด

ครั้งแรกของภาพยนตร์ Action – Drama ที่จะพลิกทุกความเชื่อ แหกทุกข้อจำกัด ทลายทุกกฎของวงการภาพยนตร์ไทย ที่ตลอดทั้งเรื่องคุณจะ ไม่พบฉากโป๊เปลือยและสิ่งล่อแหลมทางศีลธรรม ไม่เห็นสิ่งอบายมุขและความอนาจาร ไม่ได้ยินดนตรีประกอบที่มาจากเครื่องดนตรี เพราะนี่คือครั้งแรกของการผลิตภาพยนตร์เพื่อเทิดเกียรติท่านศาสนทูตมุฮัมมัด ให้เป็นที่ประจักษ์สู่แผ่นดินไทย

อัดแน่นไปด้วยนักแสดงคุณภาพมากมาย ทั้ง สุเชาว์ พงษ์วิไล , ฐิติ พุ่มอ่อน , อธิป นานา , ทองขาว ภัทรโชคชัย , อัล – อามีน แซลีมา และพบกับการพลิกบทบาทครั้งสำคัญของนักแสดงระดับรางวัล ” เร แม๊คโดแนลด์ ” ที่จะต้องพยายามค้นหาตัวตนในอดีตของตัวเอง ผ่านเศษซากความทรงจำที่คืนกลับมาเป็นระยะสั้นๆ ก่อนจะไขปริศนาความทรงจำที่ดำดิ่งสู่ความจริงอันต่ำทราม และเรื่องราวที่สั่นคลอนความเป็นมนุษย์

ทุกการตัดสินใจจะเปลี่ยนแปลงชีวิตเขาและใครอีกหลายคนไปตลอดกาล และนี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของหายนะครั้งใหญ่ ที่เขาจะต้องคลี่คลาย และหาคำตอบด้วยตัวเอง


อิสราเอลยิงแก็สน้ำตา ระเบิดแสงและระเบิดเสียงใส่ชาวปาเลสไตน์ที่กำลังกลับเข้าไปยังมัสญิดอัลอักศออีกครั้งหลังถูกห้ามนานเกือบ 2 สัปดาห์ ทำให้มีผู้บาดเจ็บนับร้อยราย

หลังอิสราเอลยอมรื้อถอนอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยออกไปทั้งหมดเมื่อวันพฤหัสบดี เสียงอะซานเรียกร้องไปสู่การละหมาดก็ดังขึ้นอีกครั้งที่มัสญิดอัลอักศอ ศาสนสถานสำคัญสูงสุดอันดับที่ 3 ของโลกอิสลาม ชาวมุสลิมในเยรูซาเล็มหลายพันคนทั้งผู้ชาย ผู้หญิงและเด็กต่างมุ่งหน้าเข้าไปยังบริเวณลานมัสญิดแห่งนี้เพื่อร่วมละหมาด

ในตอนแรกยังคงเหลือประตูหิฏเฏาะฮฺอีกหนึ่งแห่งที่ยังปิดและควบคุมโดยกองกำลังอิสราเอล ชาวปาเลสไตน์ก็ปฏิเสธที่จะเข้าไปยังมัสญิดผ่านทางประตูนี้จนกว่าอิสราเอลจะยกเลิกทุกมาตรการที่ใช้ที่ประตูนั้นทั้งหมด เช่นเดียวกับที่ได้ยกเลิกกับประตูทางเข้าอื่นๆ หลังจากนั้นชาวมุสลิมจึงมุ่งหน้าเข้าไปยังบริเวณมัสญิดผ่านทางประตูหิฏเฏาะฮฺอีกจำนวนหนึ่ง

กองกำลังความมั่นคงอิสราเอลได้ติดตามชาวมุสลิมเหล่านี้ไปแล้วเริ่มยิงแก็สน้ำตา ระเบิดแสงและระเบิดเสียงที่ทำให้เกิดอาการมึนงงชั่วขณะใส่ชาวปาเลสไตน์กลุ่มนี้ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 113 รายตามการรายงานขององค์กรจันทร์เสี้ยววงแดง

อิมรอน คาน ผู้สื่อข่าวของอัลญะซีเราะฮฺประจำเยรูซาเล็มรายงานว่า กองกำลังอิสราเอลได้ใช้กระสุนเหล็กหุ้มยางกับชาวปาเลสไตน์ในบริเวณลานมัสญิดด้วย หลังจากนั้นผู้บาดเจ็บก็ถูกนำตัวออกจากพื้นที่ผ่านทางประตูต่างๆ

อิมรอนบอกอีกว่า “ภายในลานมัสญิดเต็มไปด้วยแก็สน้ำตาที่ถูกใช้เป็นจำนวนมากโดยกองกำลังอิสราเอล ผู้คนเดินออกจากพื้นที่ในสภาพที่น้ำตาไหลอย่างหนัก หลายคนพยายามวิ่งหลบควันเหล่านั้นเพื่อไม่ให้ตัวเองต้องบาดเจ็บไปด้วย

จากนั้นตำรวจอิสราเอลก็ผลักดันชาวปาเลสไตน์ออกไปทางประตูอะสัด หนึ่งในประตูทางเข้าหลัก และเป็นจุดประท้วงจุดสำคัญก่อนหน้านี้ และห้ามไม่ให้พวกเขากลับเข้าไปยังพื้นที่อีก

อย่างไรก็ตามภาพที่ถูกเผยแพร่สดผ่านเฟซบุ๊กชี้ให้เห็นว่าชาวปาเลสไตน์จำนวนหนึ่งได้ร่วมละหมาดมัฆริบ (ช่วงอาทิตย์ลับขอบฟ้า) ในลานมัสญิด

ด้านสันนิบาตอาหรับกล่าวว่าความเคลื่อนไหวล่าสุดของอิสราเอลในการรื้อถอนทุกมาตรการความปลอดภัยออกจากบริเวณมัสญิดถือเป็นการแก้ปัญหาได้อย่างทันท่วงที ทว่าอิสราเอลควรจะได้บทเรียนจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ที่ปัญหาทุกอย่างเกิดขึ้นจากการกระทำที่ผิดกฎหมายของอิสราเอลเอง การกระทำที่ไม่รอบคอบเช่นนี้อาจจุดประกายให้เกิดวิกฤติร้ายแรงถึงขั้นสงครามศาสนา เนื่องจากไม่มีมุสลิมคนใดในโลกใบนี่จะยอมรับการปิดมัสญิดอัลอักศอไม่ยอมให้มุสลิมได้เข้าไปประกอบศาสนกิจ หรือพฤติกรรมที่เป็นการหยามเกียรติอัลอักศอหรือพยายามจะนำมัสญิดศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้เข้าอยู่ภายใต้อำนาจการควบคุมของอิสราเอล

ที่มา : aljazeera


แผนแบ่งเค้กปาเลสไตน์!!!

หนังสือพิมพ์ยิวเผยรายละเอียดเกี่ยว”ข้อตกลงแห่งศตวรรษ”ที่จะยุติปัญหาเกือบ70ปีของความขัดแย้งระหว่างอิสราเอล และปาเลสไตน์ เปิดเผยรายละเอียดในหนังสือพิมพ์ฮาเรทซ์ของอิสราเอล

รายงานอ้างอิงจากหนังสือพิมพ์ฉบับดังกล่าวว่า ประธานาธิบดีโดนัล ทรัมป์ของสหรัฐฯ และนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮูได้บรรลุข้อตกลงฉบับใหม่ซึ่งเป็นคำตอบในการแก้ไขปัญหาขัดแย้งของสองรัฐ หรือ two-state solution

ข้อตกลงนี้ถ้านำสู่การปฏิบัติ ดังนี้คือ  อียิปต์จะปกครองฉนวนกาซ่า ขณะที่จอร์แดนจะได้ปกครองในส่วนของเวสต์แบงก์ ซึ่งอิสราเอลจะปกครองบางส่วนของเวสต์แบงก์ และจะให้สัญญาติอิสราเอลแก่ชาวปาเลสไตน์ที่อยู่ในการปกครอง

หนังสือพิมพ์ฮาเรทส์ของอิสราเอลรายงานต่ออีกว่ามีการจัดประชุมแบบลับๆหลายครั้งของเจ้าหน้าที่อิสราเอลร่วมกับผู้นำชาติอรับรวมถึงประธานาธิบดีอับดุลฟัตตะฮ์ อัซซี่ของอียิปต์ และกษัตริย์อับดุลลอฮฺของจอร์แดน

หนังสือพิมพ์ฮาเรทส์ของอิสราเอลได้เผยการประชุมลับที่ประเทศจอร์แดน ที่มีนายจอห์น เคอร์รี่ อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐฯ เบนจามิน เนธันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล และกษัตริย์อับดุลลอฮ์ที่2แห่งจอร์แดนที่เกิดขึ้นเมื่อปีก่อน

 อ้างอิงข้อมูลจาก Almesryoon.com ผู้สื่อข่าวของอิสราเอล นายยอซซี่ เวอร์เตอร์ เผยการประชุมลับระหว่างเนธันยาฮู  อดีตหัวหน้าฝ่ายค้านของอิสราเอล ไอแซค เฮอร์ซอค และอับดุลฟัตตะฮ์ อัซซีซี่ในไคโรเมื่อเดือนเมษายนปีที่แล้ว โดยเวอร์เตอร์ กล่าวว่า “มันเป็นความพยายามสูงสุดของนานาชาติที่จะขีดเส้นแห่งภูมิภาค และการริเริ่มแห่งสันติภาพ” ข้อสังเกตการณ์พบปะกันของเนธันยาฮู และเฮอร์ซอคในกรุงไคโร  มาพร้อมกับการติดต่อกันอย่างลับๆในการชักชวนเนธันยาฮูมาดึงฝ่ายค้านให้เข้าร่วมในรัฐบาลของเขา

ฮาร์เรทส์ชี้ให้เห็นว่า ตัวชี้วัดสำคัญของการแก้ปัญหาอยู่ในมือของอับดุลฟัตตะฮ์ อัซซีซี่ และกษัตริย์อับดุลลอฮ์แห่งจอร์แดนที่เป็นเงื่อนไขต่อการรื้อฟื้นข้อตกลงสันติภาพกับอิสราเอล ด้วยการสนับสนุนด้านการเงินอย่างต่อเนื่องจากประเทศต่างๆที่หนุนสันติภาพ

หนังสือพิมพ์ฮาเรทส์ยังได้ให้ข้อสังเกตุว่าข้อตกลงดังกล่าวว่าอาจถูกปฏิเสธ

ที่มา:middleeastmonitor

1 2 3 6