ซูดานหยุดการนำเข้ายารักษาโรค เน้นใช้ยาจากท้องถิ่นเพิ่มมากขึ้น

 

สำนักข่าวอะนาดูลู รานงานว่า เมื่อวานนี้ รัฐบาลซูดานประกาศว่า การนำเข้ายารักษาโรคจะค่อยๆถูกระงับลง ดังนั้น จึงแทนที่ด้วยทางเลือกแห่งผลิตในท้องถิ่นแทน

 

ซึ่งหัวหน้าสภาโอสถและสารพิษแห่งชาติ บอกว่า การตัดสินใจดังกล่าวเพื่อสนุบสนุนและพัฒนาอุตสาหกรรมในชาติ, รวมถึงเศรษฐกิจของประเทศจากการนำเข้ายา

 

ปัจจุบันมีอุตสาหกรรมผลิตยาทั้งหมด 27 แห่ง และทุกๆปี ต้องนำเข้ายาจำนวนทั้งสิ้น 200 ล้านดอลล่าสหรัฐ โดยอุตสาหกรรมยาภายในประเทศคิดเป็น 40% ของตลาดทั้งหมดในประเทศ


กองทัอิสราเอลไล่ทำลายเอกสารหลักฐานทางประวัติศาสตร์ในมัสยิดอัล-อักศอ

 

เว็ปไซดข่าว Middle East Monitor รายงานว่า คณะกรรมการพิเศษของกระทรวงศาสนาอิสลามในนครเยรูซาเล็มได้รายงานว่า ทหารอิสราเอลได้ทำลายเอกสารทางประวัติศาสตร์บางส่วนรวมถึง สิ่งอำนวยความสะดวก และ ห้องสมุด ได้รับความเสียหาย แต่ถึงกระนั้นก็ตาม ไม่มีรายงานการสูญหายของเอกสารทางประวัติศาสตร์

 

คณะกรรมการ รายงานต่อว่า แม่กุญแจหลายตัวของห้องสมุดแห่งหนึ่งถูกทำลาย ชั้นวางหนังสื่อและลิ้นชักได้รับความเสียหาย รวมถึง กล้องถูกขโมย แต่เอกสารทางประวัติศาสตร์ยังคงปลอดภัยดี

 

ทั้งนี้ กระทรวงศาสนาอิสลามในนครเยรูซาเล็ม บอกว่า การกระทำนี้ของอิสราเอลเป็นการละเมิดที่ฉาวโฉ่และเป็นการรุกรานที่ไม่ยุติธรรมต่อพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ของมัสยิดอัล-อักศอ


กองทัพอิเล็กทรอนิกส์ซาอุฯ แฮ็กเว็บไซต์ชัยคฺเกาะเราะฎอวี

เว็บไซต์ของชัยคฺยูสุฟ อัลเกาะเราะฎอวี ประธานสหภาพนักวิชาการมุสลิม ถูกแฮ็กโดยกลุ่มหนึ่งที่เรียกตัวเองว่า “กองทัพอิเล็กทรอนิกส์ซาอุฯ”

สำนักข่าวอนาโดลูรายงานแถลงการณ์ที่ออกโดยสำนักงานของชัยคฺเกาะเราะฎอวีว่า “ผู้อำนวยการด้านเทคนิคของเว็บไซต์ชัยคฺยูสุฟกล่าวว่า เว็บไซต์ทางการ สื่อโซเชียลและอีเมลยังคงมีความพยายามเจาะระบบเข้ามาอย่างต่อเนื่อง นี่ถือเป็นความล้มเหลวที่จะตอบโต้หลักฐานด้วยหลักฐาน ตอบโต้ความเห็นด้วยหลักฐาน หรือตอบโต้คำพูดด้วยคำพูดที่เท่าเทียมกัน”

ผู้เข้าชมเว็บไซต์จะได้เห็นข้อความต้อนรับในหน้าเว็บไซต์เป็นหน้าจอสีดำที่มีชื่อของกองทัพอิเล็กทรอนิกส์ซาอุฯ พร้อมข้อความว่า “เว็บไซต์ของอัลเกาะเราะฎอวีอยู่ภายใต้การควบคุมของเราแล้วและจะอยู่ตลอดไป”

เพื่อตอบสนองต่อเรื่องนี้ทีมเทคนิคได้สร้างลิงก์เชื่อมโยงอื่นเพื่อให้เข้าไปยังเว็บไซต์ได้อีกครั้งหนึ่ง

ที่มา : Anadolu


สถานศึกษา บุคลากรและนักเรียนปาเลสไตน์ถูกคุกคามอย่างหนักจากทหารอิสราเอล

นักเรียนปาเลสไตน์ 7 คนถูกสังหารโดยกองกำลังอิสราเอลในช่วง 7 เดือนแรกของปีนี้ ขณะที่นักเรียน อาจารย์และลูกจ้างสถานศึกษารวม 284 ราย

กระทรวงอุดมศึกษาเปิดเผยรายงานว่า มีนักเรียนถูกจับกุมไปแล้ว 170 คน ถูกกักบริเวณเฉพาะในบ้าน 4 คน ครูใหญ่ของโรงเรียนแห่งหนึ่ง คณะบริหารหลายคนและอาจารย์อีก 27 คนก็ถูกจับกุมเช่นกัน ขณะที่นักเรียนอีก 634 คนและอาจารย์ 183 คนถูกควบคุมตัวไปสอบปากคำ

รายงานยังเปิดเผยว่ารัฐบาลอิสราเอลผู้ยึดครองปาเลสไตน์ได้ออกคำสั่งยุติการก่อสร้างหรือทำลายสิ่งปลูกสร้างในโรงเรียนอีก 8 แห่ง

มาตรการเหล่านี้ทำให้โรงเรียน 3 แห่งต้องยุติการเรียนการสอนทั้งหมด ขณะที่การเรียนการสอนอีก 9 โรงเรียนต้องหยุดชะงักบางส่วน ตัวเลขในรายงานระบุว่ามีคาบเรียน 1,516 คาบที่ไม่สามารถทำการเรียนการสอนได้เนื่องจากอิสราเอลปิดจุดตรวจต่างงๆ บุกเข้าโรงเรียน หรือสั่งเพิ่มวันหยุดในโรงเรียนปาเลสไตน์เพื่อให้ชาวยิวผู้ตั้งถิ่นฐานบนดินแดนยึดครองได้มีวันหยุดตามเทศกาลของตน

โรงเรียน 52 แห่งตกเป็นเป้าการโจมตีและละเมิดรวม 172 ครั้ง รวมถึงการที่ทหารอิสราเอลยิงระเบิดเสียงและแก็สน้ำตาเข้าไปยังสนามหญ้าของโรงเรียนทำให้นักเรียนหวาดกลัวและแตกตื่นด้วย

ศอบิร ซัยดาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษาเรียกร้องไปยังองค์กรสิทธิมนุษยชนทั้งในและต่างประเทศ ตลอดจนองค์กรสื่อต่างๆ ให้เข้าแทรกแทรงมาตรการเหล่านี้ในทันทีเพื่อปกป้องสิทธิทางการศึกษาและเปิดเผยมาตรการรุกรานของอิสราเอล

ที่มา : MEMO


กรีนพีซเรียกร้องรัฐบาลสเปนเลิกขายอาวุธให้ซาอุฯ เสี่ยงนำไปสังหารผู้คนในเยเมน

กรีสพีซ (Greenpeace) รายงานว่า รัฐบาลมาดริดได้ส่งมอบระเบิดจำนวน 300 ตู้คอนเทนเนอร์ให้รัฐบาลริยาฎ ซึ่งน่ากังวลว่าระเบิดเหล่านั้นจะถูกนำไปใช้ก่ออาชญากรรมสงครามในเยเมน

อัลเบอร์โต สตีเฟ่น โฆษกกรีนพีซ กล่าวว่า “เราได้หยิบยกประเด็นนี้ขึ้นหารือกับรัฐบาลสเปน และทางรัฐบาลสเปนได้ยืนยันกับเราว่าเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการอนุญาติการขายอาวุธนั้นได้ระบุอย่างชัดเจนว่าห้ามใช้อาวุธแต่เราวิตกอย่างยิ่งว่าทาวการซาอุฯมิได้ปฏิบัติตามข้อตกลงนี้ โดยเฉพาะหากพิจารณาถึงบทบาทที่ผ่านมาของริยาด”

สตีเฟ่นเรียกร้องให้รัฐบาลสเปนยุติการขายอาวุธให้ซาอุดิอาระเบีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมันมีความเสี่ยงว่าจะถูกนำไปใช้สังหารโหดและก่ออาชญกรรมสงครามในเยเมน

อ้างอิงตามข้อมูลของกรีนพีซ รัฐบาลสเปนถือเป็นประเทศที่ขายอาวุธให้ซาอุฯ มากที่สุดเป็นอันดับที่สาม รองจากสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักร

นอกจากระเบิดแล้ว อาวุธที่มาดริดขายให้ริยาฎยังรวมถึงเครื่องบินเจ็ท ปืนใหญ่และกระสุนหลากหลายชนิดด้วย สตีเฟ่นอ้างถึงรายงานฉบับล่าสุดที่ออกโดยองค์กรเอกชนไม่แสวงผลกำไรแห่งหนึ่งที่ยืนยันว่าอาวุธสัญชาติสเปนถูกใช้จากคู่สงครามทั้งสองฝ่ายคือซาอุฯ และกบฏชีอะฮฺฮูษีในเยเมน

ที่มา : MEMO