กาตาร์ห่วงความปลอดภัยหุจญาจญ์แม้ทางการซาอุฯ ยอมเปิดพรมแดน

กาตาร์ห่วงความปลอดภัยหุจญาจญ์แม้ทางการซาอุฯ ยอมเปิดพรมแดนให้หุจญาจญ์ (ผู้แสวงบุญ) ชาวกาตาร์เดินทางเข้าซาอุฯ เพื่อร่วมประกอบพิธีหัจญ์ประจำปีฮิจญ์เราะฮฺศักราช 1438 แล้วก็ตาม

ชัยคฺมุฮัมมัด บิน อับดุรเราะหฺมาน อาล ษานี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกาตาร์กล่าวระหว่างเดินทางเยือนนอร์เวย์ว่า ทางการซาอุฯ ยังไม่ได้ตอบสนองข้อเรียกร้องด้านความปลอดภัยของผู้แสวงบุญกาตาร์ตลอดช่วงพิธีหัจญ์ตามที่กระทรวงกิจการศาสนากาตาร์ได้เสนอ

เขากล่าวระหว่างแถลงข่าวว่า “ระดับความตึงเครียดระหว่าง 2 ประเทศ, ภาษาและน้ำเสียงที่สื่อซาอุฯ ได้ใช้สร้างความเกลียดชังต่อชาวกาตาร์นั้นยังเป็นตัวแทนของสิ่งที่เรากังวลอย่างยิ่งในตอนนี้”

“ผู้แสวงบุญกาตาร์ที่ได้ข้ามพรมแดนเข้าไปยังซาอุฯ แล้ว ความปลอดภัยและความมั่นคงของพวกเขาถือว่าอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของทางการซาอุดิอาระเบีย และนับตั้งแต่มีการเปิดพรมแดนก็มีผู้แสวงบุญกาตาร์ข้ามเข้าไปยังซาอุฯ แล้วกว่า 100 คน”

ที่มา : MEMO


รอดหวุดหวิด! ฆาตกรซาอุฯ พ้นโทษประหารในช่วงนาทีสุดท้ายหลังพ่อเหยื่อประกาศยกโทษ

ชายชราชาวซาอุดิอาระเบียคนหนึ่งจากจังหวัดเคาะมีสมุชัยยิฏในย่านอะสีรได้สร้างความประหลาดใจให้กับผู้คนที่เข้าร่วมในเหตุการณ์ประหารฆาตกรรายหนึ่ง โดยเขาได้ประกาศยกโทษให้แก่ฆาตกรที่สังหารลูกชายของเขาเองในช่วงเวลาไม่กี่นาทีก่อนกำหนดการลงมือประหารชีวิต

ในวิดิโอที่ถูกส่งต่ออย่างกว้างขวางในโซเชียลมีเดียเผยให้เห็นชายชราคนหนึ่งซึ่งเป็นพ่อของเหยื่อที่ถูกสังหารโดยฆาตกรที่จะถูกประหารในวันนั้นกำลังเดินเข้ามายังฝูงชนที่อยู่รายล้อมลานประหารก่อนจะตะโกนว่าตนให้อภัยแก่ฆาตกรที่ฆ่าลูกชายตนแล้วด้วยหวังในความพอพระทัยจากพระผู้เป็นเจ้า ในช่วงเวลาที่ฆาตกรรายนั้นกำลังจะถูกนำตัวไปยังจุดประหารพอดี

สื่อท้องถิ่นรายงานว่า ฆาตกรถูกจำคุกในเรือนจำอะสีรก่อนหน้านี้นาน 2 ปีแล้วก่อนจะถูกตัดสินโทษประหารชีวิตด้วยการตัดศีรษะ

หลังจากนั้นผู้คนก็กล่าวสรรเสริญอัลลอฮฺ เพื่อขอบคุณพระองค์และอุ้มชายชราคนนี้ขึ้นบ่าเพื่อให้เกียรติเขาในฐานะผู้ที่แสดงออกถึงการเห็นคุณค่าชีวิตของผู้อื่น

ตามหลักการอิสลามแล้ว ฆาตกรจะถูกประหารชีวิตโดยรัฐให้ตายตกตามเหยื่อที่เขาสังหารไป เว้นเสียแต่มีญาติของเหยื่อแม้เพียงคนเดียวให้อภัยแก่ฆาตกรเขาก็จะพ้นโทษประหารชีวิตในทันที

ก่อนหน้านี้ในปีพ.ศ.2557 ลูกชายคนโตของชัยคฺมุฮัมมัด ศอลิหฺ อัลมุนัจญิด นักวิชาการอิสลามร่วมสมัยที่มีชื่อเสียงในซาอุฯ ถูกฆาตกรสังหารด้วยอาวุธมีด จากนั้นไม่นานชัยคฺมุนัจญิดก็ประกาศยกโทษให้แก่ฆาตกรโดยหวังการตอบแทนจากอัลลอฮฺ

ชัยคฺอธิบายว่า ตอนที่ทราบข่าวลูกชายถูกสังหาร ตนกำลังสอนอยู่ในมักกะฮฺ ตอนนั้นในสมองมีเพียง 2 เรื่องที่คิดเท่านั้น ประการแรกคือรีบจัดการญะนาซะฮฺโดยไม่รอผลการชันสูตรศพ (พิธีศพ ประกอบด้วย การอาบน้ำ การห่อศพ การละหมาดและการฝังตามลำดับ) และการให้อภัยแก่ฆาตกร ตนต้องขอบคุณอัลลอฮฺที่ในหัวใจของตนไม่ได้คิดแม้แต่น้อยว่าจะต้องเอาคืนด้วยการผลักดันให้ฆาตกรถูกประหารด้วยการตัดศีรษะตามหลักการศาสนาแต่อย่างใด เพราะการอภัยก็เป็นหลักการศาสนาเช่นกันและเป็นสิ่งที่ประเสริฐกว่า

ที่มา : khaleejtimes