20ตุลาคม2560 จนท.มูลนิธิมุสลิมเพื่อสันติ สาขาภูเก็ต เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.โคกกลอย เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติมในคดีล่วงละเมิด ดญ.วัย15 เพื่อให้ทางตำรวจรวบรวมข้อมูลและประกอบสำนวนคดีต่อไป

แต่อย่างไรก็ดีก่อนหน้านี้ทาง คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ก็เคยออกมาพูดว่ามีข้อกังวลต่อขั้นตอนกระบวนการสืบสวนสอบสวน และการดูแลเด็กในฐานะผู้เสียหาย และครอบครัว โดยเฉพาะยังขาดมิติเรื่องความอ่อนไหวต่อเพศสภาพ

#ดาริส_เส็นธนู


ปธน.อิสราเอลชี้เราไม่เคยทำสงครามศาสนากับอิสลาม

ประธานาธิบดีรูเวน ริฟลิน กล่าวระหว่างการประชุมในนครเยรูซาเล็มร่วมกับผู้นำของโบสถ์คริสต์ไซออนิสต์จากแอฟริกา บิชอป บาร์นาบาส เล็กกันยานา ว่า “เราไม่เคยทำสงครามศาสนากับอิสลาม เราเข้าใจดีว่าเราต้องอยู่ร่วมกันอย่างกลมเกลียว”

ข้อคิดเห็นของริฟลินดูเหมือนจะเป็นอีกความพยายามที่จะท้าทายความคิดที่ว่าความขัดแย้งในปาเลสไตน์เป็นสงครามศาสนา เขาเคยสะท้อนความรู้สึกคล้าย ๆ กันนี้มาก่อนแล้วโดยกล่าวว่า “เราไม่มีข้อพิพาทกับศาสนาอิสลาม เราไม่เคยมีเรื่องนั้น และจะไม่มีในอนาคต และในวันนี้เราก็จะไม่มีข้อพิพาทกับอิสลามเช่นกัน”

ในการให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์อิสราเอลครั้งหนึ่ง ประธานาธิบดีอิสราเอลกล่าวว่า “ความพยายามของพวกชาตินิยมอาหรับ-อิสราเอล ได้กลายเป็นความขัดแย้งระหว่างมุสลิม-ยิว ผมเสียใจที่ทั้งสองฝ่ายเข้าใจข้อเท็จจริงนี้ แต่พวกเขากลับไม่ทำอะไรเลยเพื่อแก้ไขมัน”

ทีโอดอร์ เฮิร์ซล์ บุคคลที่น่าจะเรียกได้ว่าเป็นบิดาแห่งไซออนิสต์ยุดใหม่ และเดวิด เบน กูเรียน ผู้ก่อตั้งรัฐอิสราเอล อาจเป็นคนที่ไร้ศาสนา ทว่าหนึ่งในเหตุผลหลักของพวกเขาคือการเติมเต็มความทะเยอทะยานของชาวยิวที่จะมีบ้านของเชื้อชาติตนในปาเลสไตน์ซึ่งเป็นสิ่งที่ถูกอ้างถึงในไบเบิลว่าเป็นดินแดนแห่งพันธสัญญาที่พระผู้เป็นเจ้ามอบให้แก่พวกเขา

หนึ่งในอุปสรรคสำคัญในการก่อตั้งรัฐปาเลสไตน์คือการเพิ่มขึ้นของชาวยิวสุดโต่งที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานในพื้นที่ยึดครอง ซึ่งการกระทำเหล่านี้ใช่แต่ขัดกฎหมายระหว่างประเทศเท่านั้น แต่ยังเป็นความพยายามที่ทำลายล้างรัฐธรรมนูญแบบฆารวาสนิยมของอิสราเอลเองด้วย

ที่มา : MEMO


ฟะตะหฺยันการปรองดองระดับชาติเป็นหนทางเดียวสู่อิสรภาพ

ในการแถลงข่าวเมื่อวันอังคาร (17 ต.ค. 60) โดยผู้แทนพรรคฟะตะหฺในฉนวนกาซ่ากล่าวว่า ฟะตะหฺเน้นหนักในความกระตือรือร้นของพรรคในการเคารพข้อตกลงปรองดองและขจัดอุปสรรคทั้งหมดที่ขัดขวางการบรรลุเป้าหมายดังกล่าว

ฟะตะหฺเน้นย้ำถึงความสำคัญของการปรองดองระดับชาติว่าเป็นหนทางเดียวที่ทรงพลังที่สุดและเป็นปะตูบานจำเป็นที่เปิดสู่อิสรภาพและเอกราช

ผู้แทนฟะตะหฺยังชื่นชมความพยายามของอียิปต์ที่เข้ามาเยียวยาความแตกแยกภายในปาเลสไตน์

ที่มา : PIC


ผู้แทนคูเวตไล่ผู้แทนอิสราเอลออกจากที่ประชุมสหภาพรัฐสภา

เมื่อวันอังคาร (17 ต.ค.) ผู้แทนคูเวตรายหนึ่งบอกกับผู้แทนอิสราเอลให้ออกจากที่ประชุมสหภาพรัฐสภา (IPU) ที่จัดขึ้นในรัสเซีย

มัรซูก อัลฆอนิม โฆษกสมัชชาแห่งชาติคูเวตบอกกับผู้แทนอิสราเอลว่า “คุณควรเก็บกระเป๋าแล้วออกจากหอประชุมไปซะ หลังจากคุณได้เห็นแล้วว่ารัฐสภาที่มีเกียรติของโลกมีปฏิกริยาอย่างไรกับคุณ”

“ออกไปจากหอประชุมเถอะ ถ้าคุณยังมีเกียรติอยู่สักอะตอมหนึ่ง คุณมันคือผู้ยึดครองและฆาตกรสังหารเด็ก”

เขากล่าวต่อไปว่า “ผมกำลังพูดกับผู้ยึดครองที่โหดร้าย ถ้าคุณไม่รู้สึกละอายบ้าง จะทำอะไรก็ทำไปเถอะ”

อัซซาม อัลอะหฺมัด หัวหน้าคณะผู้แทนจากสภาแห่งชาติปาเลสไตน์ประจำ IPU กล่าวว่า “สิ่งที่มัรซูกได้พูดในที่ประชุม เป็นการพูดแทนความคิดของชาติอาหรับทั้งหมด เป็นการฉายแสงไปยังบาดแผลของชาวปาเลสไตน์ที่ต้องทรมานจากการถูกยึดครอง”

เขากล่าวอีกว่าขณะนี้สหภาพรัฐสภาได้รับทราบถึงความทุกข์ยากของชาวปาเลสไตน์ในความพยายามของพวกเขาที่จะเรียกร้องสิทธิในการตัดสินใจด้วยตัวเอง, ในการยุติการยึดครองของอิสราเอล และการก่อตั้งรัฐเอกราชปาเลสไตน์

การประชุม IPU ครั้งที่ 137 ยังดำเนินต่อไปในนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กของรัสเซีย มีผู้แทนจาก 176 รัฐอธิปไตยเข้าร่วมการพูดคุยและเจรจาต่อรองในครั้งนี้

สหภาพรัฐสภา (IPU) เป็นองค์การระหว่างประเทศที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1889 โดยเฟรเดรีก ปาสซี ชาวฝรั่งเศส และวิลเลียม รันดัล เครเมอร์ ชาวอังกฤษ สหภาพรัฐสภาเป็นที่ประชุมสาธารณะถาวรสำหรับการเจรจาพหุภาคีทางการเมือง แต่เดิม องค์การดังกล่าวมีเพื่อสมาชิกรัฐสภาปัจเจก แต่ต่อมาเปลี่ยนเป็นองค์การระหว่างประเทศสำหรับรัฐสภาของรัฐเอกราช รัฐสภาแห่งชาติ 162 ประเทศเป็นสมาชิกของสหภาพรัฐสภา และสมัชชารัฐสภาภูมิภาค 10 แห่งเป็นสมาชิกสมทบ สหภาพรัฐสภามีสถานะผู้สังเกตการณ์ถาวรที่สหประชาชาติ

ที่มา : MEMO


อิสราเอลอนุมัติก่อสร้างนิคมชาวยิว 2 วันติด กว่า 1.3 พันยูนิต

องค์กร Peace Now รายงานการเฝ้าระวังการตั้งถิ่นฐานในปาเลสไตน์ว่า ทางการอิสราเอลผู้ยึดครองปาเลสไตน์ได้อนุมัติแผนสร้างนิคมชาวยิว 1,292 ยูนิต ในเวสต์แบงก์เมื่อวันอังคาร (17 ต.ค.) และคาดว่าจะมีการอนุมัติแผนเพิ่มเติมในวันพุธ (18 ต.ค.)

แผนล่าสุดที่ถูกอนุมัติเป็นส่วนหนึ่งของแผนการสร้างนิคมชาวยิวเกือบ 4,000 หลังในเขตเวสต์แบงก์

เมื่อวันจันทร์ทางการอิสราเอลได้อนุมัติให้มีการสร้างที่อยู่อาศัยชาวยิวเพิ่ม 31 ยูนิตในเมืองเฮ็บร็อน (อัลเคาะลีล) ความเคลื่อนไหวที่ถูกมองว่าเป็นการตบหน้า UNESCO ที่ประกาศให้ย่านเมืองเก่าของเมืองเป็น 1 ใน 21 มรดกโลกแห่งใหม่ประจำปีค.ศ.2017

อ้างอิงข้อมูลจากทางการอิสราเอล มีการอนุมัติก่อสร้างที่อยู่อาศัยสำหรับชาวยิวในพื้นที่ต่าง ๆ แล้วประมาณ 12,000 ยูนิต มากกว่าปีที่แล้ว 4 เท่า

ในการพูดคุยของผู้สื่อข่าว PIC กับนายเคาะลีล ตะฟักญี หัวหน้าแผนกการทำแผนที่ ประจำศูนย์อาหรับศึกษา ระบุว่า ดูเหมือนอิสราเอลกำลังพยายามที่จะนำชาวยิวเข้ามาตั้งถิ่นฐานเพิ่มเติมในเวสต์แบงก์อีกราว 1 ล้านคน

ที่มา : PIC


11:00น. (18ตุลาคม2560) มูลนิธิมุสลิมเพื่อสันติ สาขาตรังและสาขาภูเก็ต เตรียมหารือร่วมกันกับกรรมการอิสลามประจำจังหวัดตรังในการแก้ไขปัญหาการนำสัญลักษณ์ของอิสลามไปใช้ในทางที่สื่อให้สังคมเข้าใจผิด ในเขตพื้นที่ อ.ปะเหลียน จ.ตรัง คาดบ่ายนี้ได้แนวทาง
#ดาริส_เส็นธนู

 


UNICEF ชี้งบช่วยเหลือโรฮิงญาขาดแคลนหนักเร่งผู้บริจาคทำตามสัญญา

องค์การเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (UNICEF) เปิดเผยเมื่อวันอังคารว่า UNICEF อาจไม่สามารถช่วยเหลือผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญาในบังคลาเทศได้อีกต่อไปหากไม่มีเงินบริจาคเพิ่มเติมเข้ามาในทันที

UNICEF กล่าวว่าทรัพยากรของหน่วยงานที่มีขณะนี้ไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญาราว 582,000 คนที่เพิ่งหลบหนีออกจากเมียนมาหลังความรุนแรงระลอกล่าสุดเมื่อปลายเดือนสิงหาคม

UNICEF ระบุว่าจนถึงวันนี้เราเพิ่งได้รับเงินทุนเพียงร้อยละ 7 จาก 76 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ที่จำเป็นต้องใช้ในการมอบความช่วยเหลือเร่งด่วนแก่ผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญาที่เป็นเด็กซึ่งมีจำนวนเกือบร้อยละ 60 ของผู้ลี้ภัยทั้งหมด

ยูนิเซฟได้จัดส่งน้ำดื่มสะอาดให้ผู้ลี้ภัยเหล่านี้วันละประมาณ 40,000 คนในเมืองค็อกซ์บาซาร์ รวมทั้งสร้างห้องน้ำห้องส้วมหลายพันห้อง แต่ปฏิบัติการอาจต้องยุติลงภายในสิ้นเดือน พ.ย. หากไม่ได้รับเงินทุนสนับสนุนเพิ่มเติม

ด้านงบประมาณที่ต้องใช้สำหรับดูแลผู้ลี้ภัยโรฮิงญาทั้งเด็กและผู้ใหญ่นับตั้งแต่เดือนกันยายน ค.ศ.2017 ถึง กุมภาพันธ์ ค.ศ.2018 จะอยู่ที่ 434 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ทว่ากลุ่มประเทศผู้บริจาคเพิ่งมอบเงินให้สหประชาชาติเพียง 106 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เท่านั้น

ทั้งนี้จะมีการจัดประชุมการให้คำมั่นสัญญาจากกลุ่มประเทศผู้บริจาคในวันที่ 23 ตุลาคมนี้ ณ กรุงเจนีวา ประเทศสวิสเซอร์แลนด์

ที่มา : Anadolu, เดลีนิวส์

 


17ตุลาคม2560 มูลนิธิมุสลิมเพื่อสันติ สาขาตรังและสาขาภูเก็ต ลงพื้นที่หลังจากมีผู้ร้องเรียนว่ามีประชาชนในเขตพื้นที่ จ.ตรัง ใช้สัญลักษณ์ของอิสลามนำไปใช้ในพิธีกรรมที่ขัดต่อหลักการศาสนา ซึ่งเกรงว่าอาจจะเข้าใจผิดและอาจจะส่งผลต่อภาพลักษณ์ที่ไม่ถูกต้องต่อหลักความเชื่อของอิสลาม (ชมคลิบรายงาน)


คืบหน้าโต๊ะอาดัม ตรัง

15:00น.(17ตุลาคม2560) สำนักข่าวไวท์ลงพื้นที่ติดตามมูลนิธิมุสลิมเพื่อสันติ สาขาตรังและสาขาภูเก็ต ประชุมเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาการใช้สัญลักษณ์ที่สื่อไปในทางศาสนาอิสลามในลักษณะที่คลาดเคลื่อนต่อความเชื่อของอิสลาม ในเขตพื้นที่ อ.ปะเหลียน จ.ตรัง
#ดาริส_เส็นธนู


ตกใจหนักมาก

มุสลิมตรังสุดงง เจอศาลเจ้าโต๊ะอาดัม มีพระนามอัลลอฮฺวางปนรูปปั้น มมส.ไม่รอช้าเร่งประสานงานผู้ใหญ่เพื่อขอเข้าชี้แจง คาดผู้ทำอาจเข้าใจผิด

(16ตุลาคม2560)มูลนิธิมุสลิมเพื่อสันติ สาขาตรัง เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวไวท์นิวส์ว่า ได้รับการแจ้งจากประชาชนในพื้นที่ว่าได้พบเจอภาพจากสื่อสังคมออนไลน์ที่กำลังประกอบพิธีกรรมต่างๆ ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นกลุ่มของพี่น้องต่างศาสนิกชนและมีความคลาดเคลื่อนในการอ้างถึงหลักความเชื่อของอิสลาม เช่นการทรงเจ้าแล้วแต่งกายคล้ายชุดของผู้ชายมุสลิม,การทำพิธีกรรมในการทรงเจ้าเป็นเทพเจ้าต่างๆแต่มีลักษณะของการขอดุอาร์(ขอพร)ในสถานที่นั้นๆ,การนำป้ายที่มีอักษรหรือประโยคจากอัลกรุอ่านและมีพระนามของอัลลอฮฺและศาสนทูตมูฮัมมัดวางหลังรูปปั้น เป็นต้น โดยสถานที่ประกอบพิธีกรรมน่าจะตั้งอยู่ในเขต อ.ปะเหลียน จากข้อมูลเบื้องต้นพบว่าศาลดังกล่าวนั้นชื่อโต๊ะอาดัมสิตียาว้า ซึ่งแบ่งออกเป็นสำนักย่อยๆและเป็นภาคต่างๆ ซึ่งตอนนี้เท่าที่มีข้อมูลมีถึง15ภาค นอกจากนี้ยังชื่อศาลอื่นๆเช่นโต๊ะฮาหมาดหรือตะละหมาดอีกด้วย

ล่าสุดทาง นายอิมรอน พัฒนสกุลเกียรติ ปธ.มมส.ตรัง ได้แจ้งว่า ตอนนี้กำลังประสานงานกับผู้หลักผู้ใหญ่ในพื้นที่ทั้งในส่วนของ กอจ.ตรังหรือหน่วยงานด้านปกครองท้องถิ่น เพื่อที่จะขอชี้แจงและทำความเข้าใจกับพี่น้องกลุ่มดังกล่าว อันเนื่องจากบางเรื่องนั้นเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนมาก เพราะเกี่ยวกับความเชื่อและสิ่งที่หวั่นใจคือหากการสื่อสารไม่เข้าใจหรืออาจมีมือที่3ก็อาจให้กลายเป็นเรื่องใหญ่ได้ เพราะเจตนารมณ์ของ มมส.คือต้องการให้ทุกคนได้เข้าใจซึ่งกันและกันและแค่ขอความร่วมมือในการนำสิ่งของหรือข้อปฏิบัติบางอย่างที่กระทบถึงหลักการของศาสนาอิสลามแยกออกมาเพื่อป้องกันการเข้าใจผิดเท่านั้นเอง ส่วนที่เป็นความเชื่อของพี่น้องกลุ่มดังกล่าวในส่วนนั้นทาง มมส.จะไม่ขอก้าวล่วงเพราะเป็นความเชื่อและความศรัทธาของแต่ละคน


แต่อย่างไรก็ดีเท่าที่สามารถตรวจสอบได้ตอนนี้พบว่าศาลเจ้าหรือสำนักที่มีความเข้าใจผิดนั้นมีอยู่ประมาณ3-4จุดเท่านั้น ซึ่งคาดว่าภายใน1-2วันนี้น่าจะมีทางออกในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างแน่นอน
#ดาริส_เส็นธนู