เมื่อวันอาทิตย์ที่1ตุลาคม2560 ที่ผ่านมา มูลนิธิมุสลิมเพื่อสันติ ทุกสาขา ได้เข้าเยี่ยมเยียนคณะครูอาจารย์และนักเรียนโรงเรียนฮันฮารุ้นอูลูม หรือปอเนาะคลองกำ ตั้งอยู่ที่ ม.3 ต.คลองประสงค์ อ.เมือง จ.กระบี่ โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้กำลังแก่เยาวชนที่พลาดพลั้งและการเก็บข้อมมูลเพื่อหาทางเข้ามาช่วยเหลือในด้านต่างๆที่สามารถช่วยได้ โดยจะให้ทางมูลนิธิมุสลิมเพื่อสันติ สาขากระบี่นั้นเร่งรีบจัดทำข้อมูลเพื่อหาแนวทางที่สามารถช่วยเหลือได้
นายอนุรักษ์ กิ่งเล็ก หรือบาบออับดลรอซักของเยาวชนที่นี้ และเป็นผู้รับใบอนุญาตฯได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวไวท์ ว่าในอดีตนั้นตนเปิดสถาบันแห่งนี้ก็หวังว่าเป็นเหมือนสถาบันสอนศาสนาควบคู่สามัญเหมือนๆกับสถาบันทั่วไป โดยนักเรียนส่วนใหญ่ก้เป็นคนในท้องที่ แต่ต่อมาได้มีผู้ปกครองจากต่างจังหวัดนำบุตรหลานที่ประสบปัญหายาเสพติดเข้ามาเพื่อขอให้ทางโรงเรียนได้ดูแล ซึ่งในช่วงแรกตนนั้นก็ไม่อยากจะรับเนื่องจากว่าส่วนตัวก็ไม่มีประสบการณ์ในการดูแลบุคคลกลุ่มนี้มาก่อน แต่พอเห็นน้ำตาของผู้ปกครองที่ทุกข์ร้อนใจกับสังคมภายนอกและตัวเองก็ยอมรับว่าไม่มีความสามารถที่จะดูแลบุตรหลาน โดยหวังว่าสิ่งแวดล้อมของศาสนาจะทำให้เด็กดีขึ้น จากวันนั้นเป็นต้นมาก็เริ่มมีผู้ปกครองนำบุตรหลานที่ประสบปัญหาด้านยาเสพติดพามาสมัครที่โรงเรียนแห่งนี้มากขึ้นๆ จากหลักสิบกลายเป็นหลักร้อยจนกระทั่งในปัจจุบันเป็นหลักพันและมีเยาวชนรวมไปถึงผู้สูงอายุที่บุตรหลานพามาอยู่ที่นี้ทั่วสารทิศ(ตัดสัมภาษณ์)
และในโอกาสนี้ทาง อ.ฏอฮา ไชยเลิศ ที่ปรึกษา มมส.ภก เป็นตัวแทนของ มมส.ได้บรรยายพิเศษและให้กำลังแก่เยาวชนสถาบันฮันฮารุ้นอูลูมแห่งนี้อีกด้วย
ในปัจจุบันโรงเรียนฮันฮารุ้นอูลูม หรือปอเนาะคลองกำแห่งนี้กำลังประสบปัญหาเรื่องความแออัดและแม้ที่นี้จะมีเนื้อที่กว่า4ไร่ก็ตาม แต่จำนวนนักเรียนกว่า1,500คนนั้น ทำให้สถานที่แห่งนี้เล็กไปทันที แต่อย่างไรก็ดีทางนายอนุรักษ์ กิ่งเล็ก หรือบาบออับดลรอซัก นั้นได้ย้ำกับคณะของมูลนิธิมุสลิมเพื่อสันติและสำนักข่าวไวท์ ว่าสถาบันแห่งนี้แม้นอาจจะประสบปัญหาด้านต่างๆ แต่ด้วยกับความตั้งใจที่อยากให้กลุ่มเยาวชนเหล่านี้ได้เปลื่ยนแปลงตัวเองและกลับไปใช้ชีวิตในสังคมโดยหวังว่าจะเอาคำธรรมคำสอนของศาสนาที่ได้รับกลับไปดำรงชีวิตและเป็นกำลังของประเทศชาติบ้านเมืองต่อไป
#ดาริส_เส็นธนู

(มีคลิบ)


HRW เผยจอร์แดนเนรเทศผู้ลี้ภัยซีเรียมากขึ้นหลังเหตุโจมตี

กลุ่มสังเกตการณ์สิทธิมนุษยชน (HRW) รายงานเมื่อวันจันทร์ (2 ต.ค.) ว่าทางการจอร์แดนได้ขับไล่ผู้ลี้ภัยชาวซีเรียออกจากประเทศอย่างรวดเร็ว รวมถึงบางส่วนที่เป็นครอบครัวใหญ่ด้วย

อ้างอิงตามรายงานยาว 27 หน้าของ HRW ที่ชื่อ “ฉันไม่รู้เลยว่าพวกเขาส่งเรากลับทำไม? การเนรเทศและขับไล่ผู้ลี้ภัยซีเรียโดยทางการจอร์แดน” ระบุว่า ทางการจอร์แดนได้เนรเทศผู้ลี้ภัยซีเรียที่ลงทะเบียนถูกต้องออกนอกประเทศ 400 คน/เดือน ในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้

ขณะที่ผู้ลี้ภัยประมาณ 300 คน/เดือน เดินทางกลับซีเรียภายใต้สถานการณ์ที่ดูเหมือนเป็นความสมัครใจ และอีกราว 500 คน/เดือน ที่เดินทางกลับซีเรียภายใต้สถานการณ์ที่ไม่ชัดเจนว่าเพราะอะไร

นับตั้งแต่ค.ศ.2001 จอร์แดนได้ให้ที่ลี้ภัยแก่ชาวซีเรียแล้วมากกว่า 654,500 คน

บิล ฟรีลิค ผู้อำนวยการด้านผู้ลี้ภัยของ HRW กล่าวว่า “จอร์แดนต้องไม่ส่งผู้คนกลับไปยังซีเรียโดยที่ยังไม่มีอะไรรับรองว่าพวกเขาจะไม่เผชิญกับความเสี่ยงที่จะถูกทรมาน หรืออันตรายร้ายแรงอื่น ๆ”

เขากล่าวอีกว่า “แต่จอร์แดนได้ขับไล่ผู้ลี้ภัยซีเรียเป็นกลุ่มใหญ่ ไม่ยอมรับผู้ต้องสงสัยละเมิดความมั่นคงระหว่างกระบวนการและไม่สนใจต่อภัยคุกคามที่แท้จริงที่จะเกิดขึ้นต่อผู้ที่ถูกเนรเทศกลับซีเรีย”

“อัตราการเนรเทศผู้ลี้ภัยซีเรียเพิ่มขึ้น หลังกลุ่มติดอาวุธโจมตีกองกำลังของจอร์แดนหลายครั้ง รวมถึงเหตุการณ์ทางตอนเหนือของประเทศเมื่อมิถุนายน ค.ศ.2016 ที่มีเจ้าหน้าที่เสียชีวิต 7 นาย และในเดือนธันวาคมทางตอนใต้ของประเทศที่มีผู้เสียชีวิต 19 นาย”

ฟรีลิค กล่าวอีกว่า “ผู้ต้องสงสัยเป็นภัยคุกคามความมั่นคงเหล่านั้นควรได้รับสิทธิอันชอบธรรมในการคัดค้านพยานหลักฐานที่กล่าวหาพวกเขา และเจ้าหน้าที่ควรคิดให้ดีถึงความเสียงที่พวกเขาอาจถูกทรมานหรือละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรงด้วยรูปแบบอื่น ๆ หากถูกส่งกลับประเทศ”

ที่มา : MEMO

 

 


บังคลาเทศ-เมียนมาหารือร่วมส่งโรฮิงญากลับเมียนมา

ยอว์ ตินต์ สเว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเมียนมา และมะหฺมูด อะลี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศบังคลาเทศพบปะกันเมื่อวันจันทร์ (2 ต.ค.) ณ กรุงธากาเมืองหลวงของบังคลาเทศ

ทั้งสองฝ่ายหารือกันเกี่ยวกับข้อเสนอของบังคลาเทศที่ให้มีการทำงานร่วมกันในกระบวนการส่งตัวผู้ลี้ภัยโรฮิงญาในบังคลาเทศกลับไปยังบ้านเกิดในเมียนมา โดยรัฐมนตรีต่างประเทศบังคลาเทศบอกกับผู้สื่อข่าวว่าทั้งสองฝ่ายเห็นชอบในข้อเสนอดังกล่าว

มะหฺมูด กล่าวว่า “บังคลาเทศได้เสนอข้อตกลงทวิภาคีในการส่งกลับผู้ลี้ภัยโรฮิงญา ซึ่งผู้แทนของฝ่ายเมียนมาแล้วได้รับเอกสารฉบับร่างของข้อตกลงดังกล่าวแล้ว นอกจากนี้ทั้งสองฝ่ายยังหารือกันเกี่ยวกับความร่วมมือด้านความมั่นคงด้วย”

เขากล่าวอีกว่า “รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของบังคลาเทศจะเดินทางไปยังเมียนมาเร็ว ๆ นี้ เนื่องจากบังคลาเทศต้องการจะแก้ปัญหานี้อย่างสันติ”

นับตั้งแต่ 25 สิงหาคม ชาวโรฮิงญาได้หลบหนีความรุนแรงในรัฐยะไข่ข้ามมายังบังคลาเทศแล้วอย่างน้อย 501,000 คน ตามการรายงานขององค์การสหประชาชาติเมื่อ 28 กันยายน ที่ผ่านมา

รัฐมนตรีต่างประเทศบังคลาเทศกล่าวว่าผู้ลี้ภัยเหล่านี้ได้หลบหนีปฏิบัติการทางทหารระลอกล่าสุดของกองกำลังความมั่นคงเมียนมาและกลุ่มชาวพุทธหัวรุนแรงที่สังหารทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ ผู้ชายและผู้หญิง เผาหมู่บ้านของชาวโรฮิงญาหลายหมู่บ้านและปล้นทรัพย์สินไปจากบ้านเรือนเหล่านั้น ปฏิบัติการกวาดล้างในระยะเวลากว่า 1 เดือนที่ผ่านมามีชาวโรฮิงญาถูกสังหารแล้วประมาณ 3,000 คน

ที่มา : Anadolu

 


มมส.จัดประชุมสัญจรกระบี่ พร้อมเดินหน้าโครงการต่างๆและริเริ่มโครงการใหม่ๆ เพื่อสังคมได้รับผลประโยชน์สูงสุด

1ตุลาคม2560 ที่ห้องประชุมอัลบุรดะห์ มัสยิดกลางประจำจังหวัดกระบี่ ต.ไสไทย อ.เมืองกระบี่ จ.กระบี่ มูลนิธิมุสลิมเพื่อสันติ จัดการประชุมประจำไตรมาสที่3ประจำปี2560 โดยมีสาขาต่างๆเข้าร่วมอย่างคับคั่งเช่น ระนอง,ภูเก็ต,กระบี่,ตรัง,และสตูล เข้าร่วมโดยมีทนายฮานีฟ หยงสตาร์ เลขาธิการมูลนิธิฯเป็นประธานในการประชุม
สำหรับเนื้อหาการประชุมในครั้งนี้หลักๆจะเป็นการนำเสนอผลงานตลอดระยะเวลา3เดือนที่ผ่านมาเช่น การช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ของ มมส.สตูล งานสร้างบ้านให้คนยากไร้ของ มมส.ตรัง งานคดีการละเมิดสิทธิของ ดญ.วัย15ปี ของ มมส.ภูเก็ต งานครอบครัวยากไร้และเด็กกำพร้าของ มมส.ระนอง งานการศึกษาของ มมส.กระบี่และโครงการวัวกรุบ่านและงานด้านสิ่งแวดล้อมของทุกๆสาขาเป็นต้น
นอกจากนี้ยังมีโครงการที่จะเริ่มขึ้นเช่น โครงการเยี่ยมเยียนเรือนจำของกระบี่ และโครงการบรรยายวิชาการประจำเดือนตามสาขาต่างๆหมุนเวียนกันไปและนอกจากนี้จะเป็นการประชาสัมพันธ์งานและรับเรื่องร้องเรียนสัญจรอีกด้วย
สำหรับการประชุมสัญจรประจำไตรมาสครั้งนี้ทางเลขาธิการมูลนิํธิมุสลิมเพื่อสันติขอขอบคุณทางคณะกรรมการอิสลามประจำ จ.กระบี่และคณะกรรมการมัสยิดกลาง ที่ได้อนุเคราะห์สถานที่ที่ใช้ประชุม ส่วนการประชุมครั้งต่อไปนั้นจะจัดที่สาขาสามจังหวัดชายแดนใต้ ที่สำนักงาน จ.นราธิวาส
#ดาริส_เส็นธนู  

 

 


ทรัมป์หวังยกระดับการค้ากับไทย
เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2560 นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯให้การต้อนรับพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีของไทยในการเยือนอย่างเป็นทางการ ที่ห้องทำงานรูปไข่ โดยประเด็นการค้าจะบรรจุอยู่ในวาระการหารือ นอกจากนี้ยังกล่าวอีกว่าต้องการยกระดับความสัมพันธ์ด้านการค้ากับประเทศไทย ซึ่งความสัมพันธ์ด้านการค้าของสองประเทศเป็นเรื่องสำคัญมากยิ่งขึ้นและไทยเป็นประเทศที่ยิ่งใหญ่ที่จะทำการค้าด้วย สหรัฐฯจะขายอะไรให้กับไทยมากขึ้นกว่านี้ หากเป็นไปได้
ที่มา:รอยเตอร์