สหกรณ์อิสลามอามานะฮฺ เปิดโครงการดีๆ อาคารพานิชย์2ชั้นติดถนนใหญ่ อ่าวลึกกระบี่ ตอบสนองชีวิตที่ลงตัว

สหกรณ์อิสลามอามานะฮฺ เปิดโครงการอาคารพานิชย์ ขนาด2ชั้น กว้าง 4.5 เมตร ลึก 15 เมตร ไม่รวมพื้นที่จอดรถด้านหลัง รวมพื้นที่ใช้สอย 34 ตารางวา ซึ่งโครงการดังกล่าวตั้งอยู่ที่ตำบล บ้านกลาง อำเภอ อ่าวลึก กระบี่
นายอับดุลเราะห์มาน บ่อหนา ผู้จัดการสหกรณ์อิสลามอามานะฮฺ เปิดเผยว่าสำหรับโครงการดังกล่าวนั้นถือว่าคุ้มค่าแน่นอนสำหรับผู้ที่จะลงทุนระยะยาว ด้วยกับพื้นที่การใช้สอยที่ครบครันตอบโจทย์หลายๆอย่างไม่ว่าจะทำธุรกิจและเป็นที่พักอาศัยไปในตัว ด้วยกับ2 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 1 ห้องครัว รวมไปถึงพื้นที่ชั้นล่างที่กว้างขวางรวมไปถึงที่จอดรถทั้งด้านหน้าและหลังที่เพียงพอ สนนราคาอยู่ที่2.5 ล้านบาท เท่านั้นเอง
ผู้จัดการสหกรณ์อิสลามอามานะฮฺ เปิดเผยต่ออีกว่า สิทธิพิเศษสำหรับผู้ที่ตัดสินใจจองโครงการดังกล่าวในวันนี้คือ ฟรีเครื่องปรับอากาศ 2 เครื่อง ถังเก็บน้ำขนาด 1,000 ลิตร พร้อมเครื่องปั๊มน้ำ มิเตอร์ไฟ น้ำ และสิทธิพิเศษอื่นๆอีกมายมาย โดยสามารถแวะมาเยี่ยมชมโครงการได้ที่สำนักงานขายเปิดบริการทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ

#ดาริส_เส็นธนู


กษัตริย์ซาอุดิอาระเบียเยือนรัสเซีย คาดหารือเรื่องน้ำมันและความขัดแย้งในซีเรีย

กษัตริย์ซัลมาน บิน อับดุลอะซีซ อาลสะอูด เดินทางโดยเครื่องบินส่วนตัว ถึงยังท่าอากาศยานวนูโคโว ชานกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย เมื่อคืนวันพุธตามเวลาท้องถิ่น ในระหว่างการเยือนรัสเซียเป็นเวลา 4 วัน โดยมีนายดมิทรี โรโซกิน รองนายกรัฐมนตรีรัสเซียให้การต้อนรับ ถือเป็นกษัตริย์แห่งซาอุดิอาระเบียองค์แรกในประวัติศาสตร์ ที่เยือนรัสเซียอย่างเป็นทางการ หลังเจ้าชายมูฮัมหมัด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารและพระราชโอรสของพระองค์ เยือนกรุงมอสโกเมื่อเดือนพ.ค. ที่ผ่านมา เพื่อทรงนำเสนอนโยบาย “วิสัยทัศน์ 2030” เพื่อหวังกระตุ้นเศรษฐกิจของซาอุดิอาระเบีย และลดการพึ่งพารายได้จากการขาย น้ำมันดิบเพียงอย่างเดียว

สำหรับหมายกำหนดการที่สำคัญของกษัตริย์ซัลมาน รวมถึงการเข้าพบกับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ที่ทำเนียบเครมลิน ซึ่งหลายฝ่ายเชื่อว่าจะเป็นการหารือ เกี่ยวกับการยกระดับความร่วมมือด้านพลังงาน โดยเฉพาะก๊าซธรรมชาติและน้ำมันดิบ ซึ่งอาจจะมีการลงนาม MOU ในข้อตกลง การลงทุนรวมถึงโครงการก๊าซธรรมชาติเหลว และโรงงานปิโตรเคมี ที่มีมูลค่า 1 พันล้านเหรียญสหรัฐ

โดยนายอเล็กซานเดอร์ โนแวค รมว.พลังงานรัสเซียเพิ่งกล่าวในวันจันทร์ว่า แผนการจัดตั้งกองทุนขนาด 1,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อลงทุนในโครงการพลังงานนี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการกระชับความร่วมมือในโครงการน้ำมัน, ก๊าซ, ไฟฟ้า, พลังงานทดแทน และโครงการอื่นๆ

ซาอุดิอาระเบียและรัสเซียถือเป็นประเทศผู้ส่งออกน้ำมันดิบอันดับ 1 และ 2 ของโลก แต่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากภาวะราคาผันผวนในตลาดโลกในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ รัฐบาลมอสโกที่แม้ไม่ใช่สมาชิกองค์การกลุ่มประเทศผู้ส่งน้ำมันออก ( โอเปก ) แต่มีบทบาทอย่างมากในการผลักดันร่วมกับสมาชิกโอเปก ลดเพดานการผลิตน้ำมันดิบเหลือ 1ล้าน 8 แสนบาร์เรลต่อวัน เป็นเวลาอย่างน้อย 6 เดือน หรือจนกว่าจะถึงสิ้นเดือนมี.ค. ปีหน้า

อย่างไรก็ตาม รัสเซียและซาอุดิอาระเบีย ยังคงมีจุดยืนทางการเมืองระหว่างประเทศที่แตกต่างกันในหลายกรณี อาทิ สงครามกลางเมืองในซีเรียที่รัฐบาลมอสโกสนับสนุนรัฐบาลของประธานาธิบดีบัรชัร อัลอะซัด แต่ซาอุดิอาระเบียสนับสนุนฝ่ายต่อต้านรัฐบาล กระนั้นผู้สันทัดกรณีมองว่าการเยือนรัสเซียของกษัตริย์ซัลมาน อาจนำไปสู่การเกิดความเปลี่ยนแปลง “อย่างมีนัยสำคัญ” ต่อความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ.

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ, เดลีนิวส์, ไอเอ็นเอ็น


นายกฯ ปาเลสไตน์เตรียมผลักดันหลายมาตรการแก้วิกฤติกาซ่า

เมื่อวันพุธ (4 ต.ค.) นายรอมี ฮัมดัลลอฮฺ นายกรัฐมนตรีปาเลสไตน์พูดคุยกับเยาวชนหลายคนในฉนวนกาซ่าหารือเกี่ยวกับวิธีการจัดการกับวิกฤตการณ์ที่ทำให้เกิดภัยพิบัติในฉนวนกาซาโดยเฉพาะการว่างงาน

ฮัมดัลลอฮฺกล่าวระหว่างการประชุมว่ามีแผนพัฒนาธนาคารให้สามารถอนุมัติเงินกู้ผ่อนปรน (เงินกู้ที่มีเงื่อนไขในการให้กู้ยืมที่ดีกว่า เงินกู้ทั่วไปในท้องตลาด กล่าวคือ อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าหรือไม่มีอัตราดอกเบี้ยเลย) ที่จะเปิดบริการในฉนวนกาซ่าเพื่อช่วยเหลือเยาวชน แลกล่าวว่ารัฐบาลของเขาจะสนับสนุนด้านการฝึกอาชีพและการศึกษาเพื่อช่วยลดอัตราว่างงาน

นายกปาเลสไตน์ยังกล่าวถึงวิกฤติค่าจ้างของข้ารัฐการกาซ่าที่ทำงานให้รัฐบาลเวสต์แบงก์และไม่ได้ค่าจ้างมาหลายเดือนแล้ว โดยยืนยันว่าจะมีการจัดตั้งคณะกรรมการพิเศษเพื่อแก้ไขปัญหานี้

เขายืนยันว่าวิกฤติพลังงานไฟฟ้าในกาซ่าเป็นวาระสำคัญอันดับต้น ๆ ของรัฐบาลปาเลสไตน์ ซึ่งกำลังหาวิธีแก้ปัญหาด้วยการเปลี่ยนจากน้ำมันไปใช้ก๊าซธรรมชาติในการเดินเครื่องผลิตไฟฟ้า

เขาอธิบายว่า “มีการบรรลุข้อตกลงฉบับหนึ่งเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อนกับบริษัทสัญญาติกรีซที่จะเข้ามาลงทุนด้านก๊าซธรรมชาติในทะเลกาซ่าและเราหวังว่าเราจะไม่ถูกอิสราเอลขัดขวาง”

ก๊าซธรรมชาติในทะเลกาซ่าถูกค้นพบครั้งแรกเมื่อปลายปีค.ศ.1990 และยังไม่ถูกใช้ประโยชน์เนื่องจากข้อจำกัดของรัฐบาลอิสราเอลผู้ยึดครองปาเลสไตน์

ฮัมดัลลอฮฺทิ้งท้ายว่ารัฐบาลของเขายังเตรียมแผนที่จะเปิดโรงกลั่นน้ำทะเลเป็นน้ำจืดแห่งใหม่ในฉนวนกาซ่าเพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำสะอาดด้วย

นายกรัฐมนตรีปาเลสไตน์พร้อมคณะเดินทางถึงฉนวนกาซ่าเมื่อวันจันทร์เพื่อเข้าร่วมประชุมคณะรัฐมนตรีประจำสัปดาห์ตามคำเชิญของขบวนการหะมาสที่ประกาศเมื่อวันที่ 17 ก.ย. ยุติบทบาทการบริหารฉนวนกาซ่าเพื่อเป็นก้าวแรกสู่การปรองดองภายในปาเลสไตน์

ที่มา : PIC