นายกแถลงหลังประชุม ครม.

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แถลงข่าว และตอบคำถามหลังประชุม ครม.ประจำวันอังคาร ที่ 29 สิงหาคม 2560 สรุปได้ดังนี้

  • โดยประเด็นการหนีศาลของอดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็บอกว่าเสียใจ ฝ่ายความมั่นคงตกเป็นจำเลยสังคม สั่งเร่งติดตามเส้นทาง ทั้งในประเทศและนอกประเทศ 
  • ขณะที่ประเด็นวันตรุษอีดิ้ลอัฎฮานี้สั่งดูแลเข้ม ขอปชช.ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่
  • ขณะที่ประเด็นความรุนแรงในรัฐยะไข่ นายกฯ ขออย่างฃกังวล ระบุเป็นเรื่องภายในของเมียนมา และพร้อมช่วยเหลืออพยพ
  • ขณะที่ประเด็นการตั้งกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ครม.เห็นชอบแต่งตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติแล้ว 12 คน 8 ด้าน แจงว่ามีทหารอยู่ด้วยเพื่อการขับเคลื่อนงาน
  • ต่อประเด็นการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม นายกฯ ตั้งเป้าปี 61 ต้องแก้ปัญหาน้ำท่วมที่ชัดเจน
  • ขณะที่ประเด็นการประมูลจัดหารถเมลล์ใหม่ ยืนยันต้องโปร่งใสและเหมาะสม ไม่ได้เอื้อประโยชน์ให้กับใคร
  • ด้านประเด็นการย้ายพ.ต.ท.พงศ์พร พรามณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ไปเป็นผู้ตรวจการราชการประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ผอ.สำนักพุทธฯ ระบุไม่ใช่การลงโทษ โดยมีการปรับตำแหน่งสูงขึ้น พอใจผลการทำงาน

 


เอเอฟพีรายงาน ทักษิณวางแผนพายิ่งลักษณ์หนี เผยทนน้องสาวติดคุกไม่ได้แม้แต่วันเดียว

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงาน – เมื่อวันที่ 26 ส.ค. โดยอ้างแหล่งข่าวระดับสูงในคณะรักษาความสงบ แห่งชาติ หรือ คสช. ว่า นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัฒน์ อดีตนายกรัฐมนตรี ได้หลบหนีถึงนครดุไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์โดยสวัสดิภาพแล้ว

รายงานระบุว่า นางสาวยิ่งลักษณ์อดีตนายกรัฐมนตรีหลบหนีการเข้ารับฟังคำตัดสินในคดีรับจำนำข้าวนั้น สำนักข่าวเอเอฟพีได้อ้างแหล่งข่าวโดยไม่เปิดเผยชื่อ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านความมั่นคง ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับการหลบหนีของอดีตนายกฯ ว่านางสาวยิ่งลักษณ์นั่งเครื่องบินส่วนตัว จากประเทศไทยไปยังสิงคโปร์ และต่อไปยังดูไบ ที่ซึ่งเป็นที่พำนักของอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ผู้เป็นพี่ชาย  แหล่งข่าวยังเผยอีกว่า อดีตนายกทักษินเป็นผู้วางแผนการเดินทางหลบหนีของน้องสาวมายาวนาน โดยเขาไม่มีวันยอมให้น้องสาวรับโทษจำคุกแม้แต่วันเดียว

ทั้งนี้ รายงานระบุว่า นครดูไบ ไม่ใช่จุดหมายปลายทางสุดท้ายของนางสาวยิ่งลักษณ์ เธออาจพยายามยื่นขอสถานนะผู้ลี้ภัยในสหราชอาณาจักรต่อไป ในขณะเดียวกันแหล่งข่าวระดับสูงในพรรคเพื่อไทยได้กล่าวต่อสำนักรอยเตอร์ในวันเดียวกันว่า นางสาวยิ่งลักษณ์เดินทางหลบหนีออกจากประเทศไทยไปยังดูไบ ประมาณ 2 – 3 วันก่อนที่ศาลกำหนดจะมีคำพิพากษาคดี

 



ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง โดยนายธนฤกษ์ นิติเศรณี รองประธานศาลฎีกาเจ้าของสำนวน คดีทุจริตฮั้วประมูลการระบายข้างแบบรัฐต่อรัฐ หรือ G to G พร้อมองค์คณะผู้พิพากษา 9 คน มีมติให้จำคุกดังนี้

– นายภูมิ สาระผล อดีต รมช.พานิชย์ ในฐานะประธานอนุกรรมการพิจารณาระบายข้าว จำเลยที่1 จำคุกรวม 4 กระทง เป็นเวลา 36 ปี ตามความพรบ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 มาตรา12 ซึ่งเป็นบทหนักสุด กรณีเปิดโอกาสให้ 2 บริษัทในประเทศจีน ได้ทำสัญญารับซื้อข้าวในโครงการจำนำข้าว รวม4 สัญญา โดยอ้างหลักการทำสัญญาตาม G to G ระหว่างประเทศไทยกับประเทศจีน แต่ข้อเท็จจริง กับปรากฏว่าเป็นการทำสัญญาที่ให้เอกชน รับซื้อข้าวจากรัฐบาลไทยไปขายต่อกับประเทศที่3 ซึ่งผิดหลักเกณฑ์ และข้าวนั้นไม่ได้นำสู่ประเทศจีนตามที่กล่าวอ้าง

– นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พานิชย์ ในฐานะประธานอนุกรรมการระบายข้าว จำเลยที่ 2 ให้จำคุก 4 กระทง ในความผิดเดียวกันและความผิดตาม ประมวลกฏหมายอาญา มาตรา 151 จึงรวมจำคุกทั้งสิ้น เป็นเวลาสูงสุดของกลุ่มรายการ เวลา 48 ปี

-เสี่ยเปี๋ยง นายอภิชาติ จันทร์สกุลพร จำเลยที่ 14 ให้จำคุก 4 กระทงในความผิดฐานสนับสนุนเจ้าหน้าที่กระทำความผิดฮั้วประมูล, ประมวลกฏหมายอาญา มาตรา 151 พรบ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปราม พศ.2542 มาตรา 123/1 ให้คุกทั้งสิ้น 48 ปี

-นางสาวธันยพร จันทร์สกุลพร จำเลยที่ 21 บุตรสาวเสี่ยเปี๋ยง ซึ่งเป็นกรรมการบริษัทกีธา พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ศาลพิพากษาก็มีความผิดเช่นเดียวกัน ซึ่งศาลพิพากษาให้ร่วมกับบริษัทกีธาฯ จำเลยที่ 20 ชดใช้เงิน 1,294,109,764.80 บาท แต่เนื่องจากวันนี้
ให้คำคุกนางสาวธันยพร ไม่ได้เดินทางมาศาลฟังคำพิพากษาในวันนี้ศาลจึงมีคำสั่งให้ออกหมายจับและปรับนายประกันเต็มจำนวน เพื่อนำตัวมาฟังคำพิพากษาต่อไปในวันที่ 27 ก.ย. เวลา 09.00 น.

ทั้งนี้ในส่วนของเสี่ยเปี๋ยง และบริษัทสยามอินดิก้า จำกัด จำเลยที่10 และนายนิมล หรือโจ รักดี จำเลยที่ 15 ลูกน้องเสี่ยเปี๋ยง ศาลให้ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายให้กับกระทรวงการคลังเป็นเงิน 16,912,128,273.66 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตรา ร้อยละ 7.5 ต่อปี นับจากวันที่รับมอบข้าวตามสัญญาแต่ละฉบับ

โดยศาลมีคำพิพากษาให้ยกฟ้องนายสมยศ คุณจักร จำเลยที่ 19 ซึ่งมีความสัมพันธ์ทางเครือญาติเสี่ยเปี๋ยง

และจำเลยที่ 22 -28 ซึ่งเป็นกลุ่มเอกชนโรงสีข้าวและกรรมการบริษัทรวม 7 ราย เนื่องจากพยานหลักฐานโจทก์ ยังฟังไม่ได้ว่ามีส่วนเกี่ยวข้อง กับการกระทำตามฟ้อง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังศาลมีคำพิพากษาจำคุกจำเลยแล้วทางทนายความได้เขียนคำร้องเพื่อยื่นประกันจำเลยระหว่างที่รอใช้สิทธิ์การยื่นอุทธรณ์คดี ตามรัฐธรรมนูญฯใหม่ ปี 2560 มาตรา 195

ซึ่งระหว่างรอพิจารณาผลประกันว่าศาลจะอนุญาตหรือไม่ ทางเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้ควบคุมตัวจำเลยขึ้นรถลูกกรงเรือนจำออกจากศาลฯเมื่อเวลา 15.30 เพื่อนำตัวไปควบคุมไว้ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯบุญทรง เสี่ยเปี๋ยง และภูมิ เจอคุกอ่วม 4 กระทงรวมโทษ 36-48 ปี ทุจริตทำสัญญาจีทูจีเก๊ คลังเสียหายหลายหมื่นล้าน พร้อมสั่งเสี่ยเปี๋ยงลูกน้อง ชดใช้เงิน 1.6 หมื่นล้าน ลูกสาวไม่มา เจอหมายจับตามฟังตัดสินคดี 27 กย. นี้ ทนายเขียนคำร้องขอประกันแล้ว ราชทัณฑ์คุมเข้าเรือนจำลุ้นผลประกัน
ที่มา:กรุงเทพธุรกิจ




“บิ๊กป้อม” ระบุ “ยิ่งลักษณ์” หนีไปแล้ว คาดโทษจนท.รัฐหากช่วยพาหนี เผย หน่วยความมั่นคง รายงาน “ปู”ไม่ออกจากบ้านพักมา 2 วัน

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกระแสข่าวนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีหลบหนีออกนอกประเทศ ไปตั้งแต่คืนวันที่ 23 สิงหาคม โดยมีรถของราชการระดับสูง พาหลบหนีไปตามเส้นทางเกาะช้าง เข้าประเทศกัมพูชา โดยมีปลายทางอยู่ที่ประเทศสิงคโปร์ ว่า ตนไม่ทราบ เพราะติดภารกิจการประชุม ได้แต่ติดตามจากสื่อออนไลน์ว่าอดีตนายกฯหนีไปแล้ว ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่าหนีไปแล้วจริงๆ เพราะมีเส้นทางการกลบหนีหลายเส้นทาง โดยก่อนหน้านี้นางสาวยิ่งลักษณ์ ยืนยันผ่านสื่อมาโดยตลอดว่า จะไม่หลบหนี ซึ่งฝ่ายความมั่นคงก็ไม่ได้คาดคิดว่าจะหลบหนี ยืนยันว่าฝ่ายความมั่นคงไม่ได้รู้เห็นเป็นใจ หรือ เปิดช่องทางให้มีการหลบหนี และฝ่ายความมั่นคงก็ได้ติดตาม และดูแลตามแนวชายแดนอย่างเข้มงวด และตรวจสอบต่อไปว่าใช้เส้นทางใดในหลบหนี ซึ่งในขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานยืนยันชัดเจนว่าหลบหนีไปเส้นทางใด มีแต่กระแสข่าวว่าใช้เส้นทางเกาะช้างหลบหนี

พล.อ.ประวิตร กล่าวกรณีมีการข่าวว่า มีข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ พานางสาวยิ่งลักษณ์หลบหนีว่า หากรู้ว่าเป็นใคร ต้องได้รับโทษตามกฎหมายและหากเป็นข้าราชการทหาร ก็ต้องสั่งปลดออกจากตำแหน่งทันที ส่วนกรณีที่นางสาวยิ่งลักษณ์ มีการเตรียมการไว้ล่วงหน้าหรือไม่นั้น ตนไม่แน่ใจ ซึ่งนับจากนี้ก็จะต้องดำเนินการตามกฎหมาย ส่วนจะมีการตั้งทีมติดตามตัวนางสาวยิ่งลักษณ์หรือไม่นั้น ตนไม่ทราบ อีกทั้ง ศาลยังไม่มีการพิพากษาเป็นที่สิ้นสุด หากจะตามก็คงตามในเฉพาะคดีที่ศาลออกหมายจับเท่านั้น อย่างไรก็ตามยอมรับว่าฝ่ายความมั่นคงได้มีการติดตามความเคลื่อนไหว นางสาวยิ่งลักษณ์ พบว่าไม่ได้ออกจากบ้านมา 2 วันแล้ว

ที่มา:กรุงเทพธุรกิจ


ฐานไม่มีเวลาทำงาน กทม. “อัศวิน” ปลด “อำนวย นิ่มมะโน” พ้นรองผู้ว่าฯกทม. อ้างภารกิจอื่นเยอะ ขณะที่เจ้าตัวเดินทางไปต่างประเทศ โยก“ชินทัต มีศุข” ผู้ช่วยเลขาเสียบแทน เหตุทำงานไม่ลงรอยกัน ดึงอดีต ข้าราชการกทม. นั่งเป็นผู้ช่วยเลขาฯ

เมื่อวันที่ 24 ส.ค.ที่ศาลาว่าการกทม. พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม. เปิดเผยว่า ได้ลงนามคำสั่งกรุงเทพมหานคร ที่ 2650/2560 ให้ พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน  รองผู้ว่าฯกทม. พ้นจากตำแหน่งและแต่งตั้งพล.ต.ท.ชินทัต มีศุข  ผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่าฯกทม. เป็นรองผู้ว่าฯกทม. แทน เนื่องจาก พล.ต.ท.อำนวย มีภารกิจสำคัญ ในการปฏิบัติหน้าที่ในคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ ด้านกระบวนการยุติธรรม ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านต่างๆ ลงวันที่ 15 ส.ค.60 และปฏิบัติหน้าที่ประธานคณะกรรมการพิจารณาวินัยมารยาทของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ นอกจากนี้ยังเป็นผู้บรรยายพิเศษในหลักสูตรต่างๆของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และยังเป็นอาจารย์พิเศษมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดลและสถาบันอื่นๆ ทำให้มีเวลาในการปฏิบัติราชการให้แก่ กทม.น้อยลง ฉะนั้นเพื่อให้การบริหารราชการของกทม.เป็นไปด้วยความเรียบร้อย อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 49(3) และมาตรา 55 แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2528 ประกอบกับข้อ 2 ของคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 64/2559 ลงวันที่ 18 ต.ค. 59 โดยความเห็นชอบจากนายกรัฐมนตรี ขณะเดียวกันได้ลงนามคำสั่งกรุงเทพมหานคร ที่ 2651/2560 เรื่องแต่งตั้งผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่าฯกทม. โดยแต่งตั้งให้นายโกสิน เทศวงษ์ เป็นผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่าฯกทม. ตั้งแต่วันที่ 24 ส.ค.60 เป็นต้นไปเช่นเดียวกัน

รายงานข่าวแจ้งว่า สาเหตุของการสั่งปลดดังกล่าวน่าจะมาจากการทำงานผู้ว่าฯกทม.และพล.ต.ท.อำนวยซึ่งเป็นตำรวจด้วยกัน ซึ่งพล.ต.ท.อำนวยมีบุคลิกในการทำงานที่เป็นตัวของตัวเอง รวมทั้งมีปัญหาในการมอบหมายงานที่ซ้ำซ้อนกับรองผู้ว่าฯกทม.คนอื่นจึงสร้างความอึดอัดใจให้การทำงานไม่ลงรอยกันมาโดยตลอด แต่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะมีการสั่งปลดทีมผู้บริหารเนื่องจากเป็นชุดผู้ว่าฯกทม.ที่มาจากการแต่งตั้งจากคสช. ซึ่งจะอยู่ในวาระไม่นาน

อย่างไรก็ตามสำหรับ พล.ต.ท.ชินทัต ที่มารับตำแหน่งรองผู้ว่าฯคนใหม่แทนนั้น เกษียณอายุราชการ เมื่อสิ้นปีงบประมาณ 2558 ในตำแหน่ง จเรตำรวจ โดย พล.ต.ท.ชินทัต มีความสนิทสนมและคุ้นเคยกับ พล.ต.ท.อำนวย เป็นอย่างดี ส่วนนายโกสินที่ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่าฯแทนพล.ต.ท.ชินทัตนั้น ก็เป็นอดีตข้าราชการกรุงเทพมหานครระดับสูง ซึ่งเกษียณอายุราชการ ในตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักการศึกษา.

ที่มา:เดลินิวส์