เทศบาลเยรูซาเล็มฉายธงสหรัฐฯ-อิสราเอลขึ้นกำแพงเพื่อขอบคุณทรัมป์ – สำนักข่าวไวท์

เทศบาลเยรูซาเล็มฉายธงสหรัฐฯ-อิสราเอลขึ้นกำแพงด้วยโปรเจค […]

เทศบาลเยรูซาเล็มฉายธงสหรัฐฯ-อิสราเอลขึ้นกำแพงด้วยโปรเจคเตอร์เพื่อขอบคุณทรัมป์

เมื่อวันอาทิตย์ (13 พ.ค.) เทศบาลนครเยรูซาเล็มได้ใช้เครื่องโปรเจ็คเตอร์ฉายธงชาติสหรัฐฯ และอิสราเอลขึ้นบนกำแพงเมืองเก่าในนครเยรูซาเล็ม ไม่กี่ชั่วโมงก่อนทางการสหรัฐฯ จะดำเนินการย้ายสถานเอกอัครราชทูตจากเทลอาวีฟไปยังเยรูซาเล็ม

“มะอาริฟ” หนังสือพิมพ์ภาษาฮิบรูของอิสราเอลรายงานว่า ธงชาติอิสราเอลและสหรัฐฯ ถูกฉายขึ้นบนกำแพงเพื่อแสดงความขอบคุณต่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ที่ตัดสินใจลงนามรับรองสถานะเยรูซาเล็มทั้งหมดในฐานะเมืองหลวงของอิสราเอล

พิธีเปิดสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำอิสราเอล มีกำหนดจะจัดขึ้นในโอกาสครบรอบ 70 ปีวันนักบะฮฺ (วันวิปโยคของชาวปาเลสไตน์) ซึ่งตรงกับวันจันทร์ที่ 14 พ.ค. นี้

อีวานก้า ทรัมป์ ลูกสาวผู้นำสหรัฐฯ พร้อมกับจาเร็ด คุชเนอร์ สามีของเธอ ตลอดจนผู้แทนอเมริกันระดับสูงหลายคนถูกส่งตัวมายังอิสราเอลเพื่อเข้าร่วมพิธีเปิดซึ่งประธานาธิบดีทรัมป์ไม่ได้มาร่วมด้วยตนเอง

ความตึงเครียดในพื้นที่เพิ่มสูงขึ้นทั่วดินแดงปาเลสไตน์ที่ถูกยึดครองทั้งในฝั่งกาซ่าและเวสต์แบงก์ ภายหลังผู้นำสหรัฐฯ ลงนามรับรองสถานะเยรูซาเล็มเป็นเมืองหลวงอิสราเอลเมื่อต้นเดือนธันวาคมปีที่แล้ว และประกาศย้ายสถานทูตสหรัฐฯ ไปยังเมืองหลวงแห่งใหม่ตามกฎหมายสหรัฐฯ ด้วย แม้ว่าจะมีเสียงประณามและคัดค้านจากนานาชาติ เว้นเสียแต่นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล ที่ออกมาแสดงความชื่นชมทรัมป์ว่า “เป็นการตัดสินใจที่กล้าหาญและมีความชอบธรรม เป็นก้าวสำคัญครั้งประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะต่อการสร้างสันติภาพ (ในตะวันออกกลาง)”

ทั้งนี้การประกาศรับรองฝ่ายเดียวของทรัมป์ทำให้สหรัฐฯ เป็นชาติแรกที่รับรองสถานะของกรุงเยรูซาเล็มให้เป็นเมืองหลวงอิสราเอลนับตั้งแต่ก่อตั้งประเทศมาในปีค.ศ. 1948 ทว่าสหรัฐฯ ยืนยันว่าการตัดสินใจเช่นนี้เป็นการ “ยอมรับสภาพจริง” ที่เกิดเท่านั้น เพราะเชิงพฤตินัยนั้นอิสราเอลมีอำนาจเหนือเยรูซาเล็มทั้งฝั่งตะวันตกและตะวันออกมานานแล้ว แต่วอชิงตันอธิบาเพิ่มเติมว่า การยอมรับในการกำหนดเขตแดนที่ชัดเจนระหว่างอิสราเอลและปาเลสไตน์นั้นยังต้องรอให้ทั้งสองฝ่ายบรรลุข้อตกลงโดยเห็นพ้องกันเสียก่อน

ด้านประธานาธิบดีเราะญับ ฏ็อยยับ อัรดุฆาน กล่าวในการปราศรัยกับนักศึกษาตุรกีที่กรุงลอนดอน ขณะเดือนทางเยือนเมื่อวันอาทิตย์ (13 พ.ค.) ว่า “แม้ว่าอเมริกาจะย้ายสถานทูตไปยังอิสราเอล แต่มีสมาชิกสหประชาชาติ 128 ประเทศ ยืนยันว่า เยรูซาเล็มตะวันออกเป็นเมืองหลวงของปาเลสไตน์” เขากล่าวอีกว่า “และนี่เป็นจุดยืนของเราในฐานะโลกมุสลิม”

ผู้นำตุรกียังกล่าวอีกว่า “การย้ายสถานทูตของอเมริกาในครั้งนี้ละเมิดต่อข้อมติสหประชาชาติ ทำลายความน่าเชื่อถือของตนในสังคมโลก และจะสูญเสียสถานะความเป็นคนกลางในกรณีพิพาทระหว่างปาเลสไตน์และอิสราเอลด้วยก้าวย่างที่ย้อนแย้งต่อมสามัญสำนึกของมนุษยชาติในเรื่องความถูกต้องและความยุติธรรม”

 

Print Friendly, PDF & Email

โพสที่เกี่ยวข้อง

Leave a Comment