ศาลอาญาระหว่างประเทศเผยอิสราเอลอาจกำลังก่ออาชญากรรมสงคราม – สำนักข่าวไวท์

ศาลอาญาระหว่างประเทศเผยอิสราเอลอาจกำลังก่ออาชญากรรมสงคราม

ฟาตัว เบนเซาดา หัวหน้าอัยการศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) แสดงความกังวลอย่างมากเมื่อวันอาทิตย์ว่าอิสราเอลอาจได้ก่ออาชญากรรมสงครามไปแล้วระหว่างการใช้ความรุนแรงกับกลุ่มผู้ประท้วงชาวปาเลสไตน์ตลอดแนวชายแดนกาซ่า-อิสราเอล

สำนักงานของเธอกล่าวอธิบายว่า การใช้ความรุนแรงกับพลเรือนเช่นที่กำลังเกิดขึ้นในกาซ่าอาจเป็นอาชญากรรมสงคราม

เบนเซาดาอยู่ระหว่างการตรวจสอบเบื้องต้นต่อความเป็นไปของการก่ออาชญากรรมสงครามที่เกิดขึ้นระหว่างการโจมตีฉนวนกาซ่าอย่างหนักหน่วงในปี 2014 อย่างไรก็ตามการตรวจสอบเบื้องต้นไม่ได้เป็นไปในรูปแบบของการสืบสวนสอบสวน ข้อกล่าวหาใหม่ๆ เกี่ยวกับอาชญากรรมสงครามในบริบทของปาเลสไตน์อาจถูกส่งมาตรวจสอบโดยสำนักงานของเรา ซึ่งรวมถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นล่าสุดนี้กับผู้ประท้วง และเหตุการณ์ใดๆ ก็ตามที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

ชาวปาเลสไตน์ถูกสังหารแล้วอย่างน้อย 32 รายนับตั้งแต่เริ่มการประท้วงใหญ่เมื่อสองสัปดาห์ก่อน

ภาพบันทึกเหตุการณ์ของพยานเผยให้เห็นว่าผู้ประท้วงอยู่ในสภาพที่ปราศจากอาวุธ หรืออยู่ห่างจากรั้วอิสราเอลอย่างมาก ไม่ได้เข้าถึงเขตต้องห้ามเลยในขณะที่พวกเขาถูกยิง ทำให้สหภาพยุโรปและองค์การสหประชาชาติพยายามเรียกร้องให้มีการตรวจสอบอิสระจากคดีฆาตกรรมเหล่านี้

ที่มา : PIC

อิสราเอลสังหารเด็กปาเลสไตน์ 1 คนในทุกๆ 3 วันตลอด 18 ปีที่ผ่านมา – สำนักข่าวไวท์

อิสราเอลสังหารเด็กปาเลสไตน์ 1 คนในทุกๆ 3 วันตลอด 18 ปีที่ผ่านมา

สำนักข่าวอนาโดลูของตุรกีอ้างรายงานขององค์กรป้องกันเด็กสากล (DCI) ว่ากองกำลังยึดครองของอิสราเอลได้สังหารเด็กปาเลสไตน์ไปแล้วประมาณ 2,000 คน นับตั้งแต่การเริ่มต้นอินติฟาเฎาะฮฺหรือการลุกฮือของประชาชนครั้งที่ 2 เมื่อเดือนกันยายน ค.ศ.2000

ตัวเลขดังกล่าว หากนำมาเฉลี่ยจะพบว่า เจ้าหน้าที่อิสราเอลสังหารเด็กปาเลสไตน์ 1 คน ในทุกๆ 3 วันตลอดระยะเวลา 18 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นสถิติที่น่าตกใจมาก

อายะฮฺ เกาะฏีช ผู้อำนวยการ DCI สาขาปาเลสไตน์บอกกับอนาโดลูว่า เจ้าหน้าที่อิสราเอลยังจับกุมและคุมขังเด็กปาเลสไตน์อีกปีละประมาณ 700 คน และยังปฏิบัติต่อพวกเขาอย่างต่ำทรามเพื่อกดดันให้เด็กเหล่านี้ยอมรับสารภาพแม้ในความผิดที่พวกเขาไม่ได้ทำ

อะหฺมัด อัซซา วัยรุ่นปาเลสไตน์คนหนึ่งในเมืองเฮ็บร็อนที่ชีวิตประจำวันของเขาต้องเดินทางผ่านจุดตรวจของอิสราเอลซ้ำแล้วซ้ำเล่าบอกกับมิดเดิลอีสท์มอนิเตอร์ว่า “เราเดือดร้อนสารพัดจากชาวยิวผู้ตั้งถิ่นฐานรวมถึงทหารอิสราเอล พวกเขาโจมตีเด็กตัวเล็กๆ บ้างก็มาจากนอกเขตเยรูซาเล็ม บุกเข้ามาโจมตีพวกเรา ขว้างปาก้อนหินใส่พวกเราW

เขาเล่าต่อไปว่า “หลายครั้งที่ผมผ่านจุดตรวจทางทหารที่ 22 พวกเขาปฏิบัติเหมือนผมไม่ใช่คน ชื่อที่ผมถูกเรียกที่นั่นไม่ใช่อะหฺมัด แต่ผมคือหมายเลข 36 ผมไม่ใช่คน ในสายตาพวกเขาผมเป็นเพียงตัวเลขเท่านั้น” นี่คือกลยุทธ์หนึ่งที่อิสราเอลใช้เพื่อยั่วยุชาวปาเลสไตน์

ครั้งหนึ่งระหว่างที่อะหฺมัดเดินทางกลับบ้านพร้อมกับเพื่อนๆ จู่ๆ ทหารอิสราเอลก็เข้ามาล้อมพวกเขา ค้นตัวพวกเขาและถามพวกเขาด้วยภาษาฮิบรูหลายคำถามแต่เขานิ่งเงียบไม่ตอบโดยอธิบายว่า “นี่ไม่ใช่ภาษาที่ผมเข้าใจ ผมจึงไม่ตอบอะไรไป เพราะหากผมตอบคำว่า “ใช่” แม้แต่คำเดียวกับคำถามเหล่านั้นที่ผมไม่เข้าใจมันเลย บางทีมันอาจเป็นสาเหตุให้ผลติดคุกอีกนานหลายปี”

[รูปภาพ : อะหฺมัด อัซซา วัย 19 ปี]

กลุ่มสิทธิ์ยังกล่าวในรายงานฉบับล่าสุดว่ากองกำลังอิสราเอลได้จับกุมเด็กปาเลสไตน์ไปแล้วกว่า 14,000 คนนับตั้งแต่อินติฟาเฎาะฮฺครั้งที่ 2 ในจำนวนนั้นมีผู้ที่ยังถูกคุมขังอยู่ในขณะนี้ 350 คน

ทั้งนี้รายงานของ DCI ฉบับนี้ได้รับการเผยแพร่เมื่อวันที่ 5 เมษายน ซึ่งตรงกับวันเด็กปาเลสไตน์สากล

 

ศุกร์ที่ 2 ของการประท้วงมีชาวกาซ่าดับเพิ่มอีก 3 ราย เจ็บอีก 250 – สำนักข่าวไวท์

ศุกร์ที่ 2 ของการประท้วงมีชาวกาซ่าดับเพิ่มอีก 3 ราย เจ็บอีก 250

เข้าสู่สัปดาห์ที่ 2 ของการประท้วงใหญ่ของชาวปาเลสไตน์ปราศจากอาวุธบริเวณพรมแดนกาซ่า-อิสราเอล ซึ่งในวันนี้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอีก 3 ราย ขณะสัปดาห์ที่แล้วเสียชีวิต 22 ราย เฉพาะวันศุกร์ที่ผ่านมาซึ่งเป็นวันแรกของการประท้วงก็มีผู้เสียชีวิตมากถึง 17 รายแล้ว ขณะที่ผู้บาดเจ็บอยู่ที่กว่า 1,600 ราย

กระทรวงสาธารณสุขปาเลสไตน์ในฉนวนกาซ่ากล่าวว่า นายมัจญ์ดี ชาบัต ถูกสังหารทางตะวันออกของกาซ่าซิตี้ และมีผู้ประท้วงบาดเจ็บอย่างน้อย 250 ราย

ขณะที่นายษาอิร ร็อบอะฮฺ เสียชีวิตในช่วงเช้าของวันศุกร์เช่นกันหลังทนพิษบาดแผลไม่ไหว เขาถูกยิงเมื่อวันที่ 30 มีนาคม โดยกองกำลังอิสราเอล

อีกรายที่เสียชีวิตในวันนี้คือนายอุสามะฮฺ กูเดะฮฺ วัย 38 ปี ถูกยิงด้วยกระสุนจริงทางตะวันออกของคอนยูนิส

แม้ว่าอิสราเอลจะประกาศยืนยันว่านโยบายการปราบปรามผู้ประท้วงจะไม่มีทางเปลี่ยนแปลง กระนั้นผู้ประท้วงปาเลสไตน์ก็ยังคงเดินหน้าท้าทาย วัยรุ่นชายบางรายถือบานกระจกเพื่อสะท้อนแสงไปยังทหารอิสราเอลที่ประจำการอยู่ตลอดแนวชายแดนเพื่อทำให้พวกเขาสูญเสียทัศนะวิสัย บางส่วนก็ทำหน้ากากกันแก็สน้ำตาด้วยตัวเองทว่ามันไม่สามารถป้องกันสิ่งใดให้พวกเขาได้เลย

ความตึงเครียดเพิ่มสูงขึ้นเนื่องจากมีผู้เข้าร่วมชุมนุมมากขึ้นเรื่อยๆ ในวันศุกร์ซึ่งเป็นวันหยุดประจำสัปดาห์ ผู้สื่อข่าวอัลญะซีเราะฮฺบอกว่า ในวันนี้ทหารอิสราเอลดูเหมือนจะแสดงออกถึงความยับยั้งชั่งใจมากขึ้นเมื่อเทียบกับเมื่อสัปดาห์ก่อน อย่างไรก็ตามพวกเขายังคงใช้กระสุนจริง และกระสุนความเร็วสูงยิ่งใส่ผู้ประท้วงซึ่งแม้ไม่ทำให้เสียชีวิตแต่ก็บาดเจ็บถึงขั้นพิการได้

กระทรวงสาธารณสุขกล่าวอีกว่า ผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 40 รายมีสาเหตุจากการถูกยิงด้วยกระสุนจริงหรือแก็สน้ำตา ในจำนวนนั้น 5 รายอยู่ในอาการสาหัสเนื่องจากถูกยิงเข้าที่ศีรษะหรือส่วนบนของร่างกาย

ศาสตราจารย์มะหฺญูบ ซุวัยรี จากมหาวิทยาลัยกาตาร์บอกกับอัลญะซีเราะฮฺว่า ผู้ประท้วงเหล่านี้เป็นผลลัพธ์ของความผิดหวังปีแล้วปีเล่าของประชาชนปาเลสไตน์ในฉนวนกาซ่า หากคุณมองย้อนไป 60 ปีก่อนหน้านี้ คุณจะพบว่าสันนิบาตอาหรับและประชาคมระหว่างประเทศที่สนใจปัญหาปาเลสไตน์ ทำได้เพียงเลื่อนการเคลื่อนไหวออกไปเรื่อยๆ เท่านั้น ซึ่งเป็นตัวชี้วัดได้ว่าพวกเขาไม่ได้พยายามอย่างจริงจังต่อการยุติอิสราเอลมิให้ทำอะไรตามอำเภอใจ

ลิซ ธรอซเซล โฆษกข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UNOHCHR) กล่าวแถลงระหว่างการประชุมในนครเจนีวา ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ว่า เราขอย้ำเตือนอิสราเอลถึงหน้าที่ของพวกเขาว่าจะไม่ใช้ความรุนแรงมากเกินไปต่อผู้ประท้วง โดยเฉพาะการใช้อาวุธโดยไม่ชอบธรรมและไม่ชอบด้วยกฎหมายโดยกองกำลังอิสราเอล อันเป็นผลให้เกิดการจงใจฆ่าผู้ประท้วงอย่างสันติ และละเมิดสนธิสัญญาเจนีวาฉบับที่ 4

ผู้ประท้วงปาเลสไตน์ดับอีกราย หะมาส-อิสลามิกญิฮาดต่อสายหารือพัฒนาการการประท้วง – สำนักข่าวไวท์

ผู้ประท้วงปาเลสไตน์ดับอีกราย หะมาส-อิสลามิกญิฮาดต่อสายหารือพัฒนาการการประท้วง

กระทรวงสาธารณสุขปาเลสไตน์ในฉนวนกาซ่ารายงานว่า เมื่อช่วงเช้าของวันพฤหัสบดี (5 เมษายน) มีเยาวชนปาเลสไตน์ถูกสังหารด้วยอาวุธปืนของทหารอิสราเอลเพิ่มอีก 1 ราย ในย่านตะวันออกของฉนวนกาซ่า

นายอัชร็อฟ อัลกุดเราะฮฺ โฆษกกระทรวงสาธารณสุขฯ กล่าวว่า ศพของเยาวชนปาเลสไตน์ถูกส่งตัวไปยังโรงพยาบาลชิฟาอ์ แต่ยังไม่สามารถระบุตัวตนของผู้เสียชีวิตได้

ผู้ลี้ภัยชาวปาเลสไตน์เริ่มประท้วงบริเวณชายแดนกาซ่า-อิสราเอลตั้งแต่วันที่ 30 มีนาคม ที่ผ่านมา เพื่อเรียกร้องสิทธิของพวกเขาในการกลับบ้านเกิดหลังถูกบังคับย้ายถิ่นฐานในปี 1948 เมื่ออิสราเอลบุกเข้าตั้งถิ่นฐานในปาเลสไตน์

นับตั้งแต่การประท้วงมีผู้เสียชีวิตแล้ว 20 ราย บาดเจ็บอีกว่า 1,500 คน เนื่องจากอิสราเอลใช้นโยบายปราบปรามผู้ประท้วงอย่างสันติโดยการใช้ความรุนแรงทั้งกระสุนยาง กระสุนจริงและแก็สน้ำตาจำนวนมาก

ด้านขบวนการหะมาสและอิสลามิกญิฮาด สองกลุ่มการเมืองที่เคลื่อนไหวในฉนวนกาซ่าได้หารือกันในวันนี้ โดยนายอิสมาอีล ฮะนียะฮฺ หัวหน้าสำนักงานการเมืองของหะมาสได้ต่อสายพูดคุยกับนายซิยาด อันนัคละฮฺ รองเลขาธิการอิสลามิกญิฮาดเกี่ยวกับพัฒนาการล่าสุดของการประท้วงใหญ่ครั้งนี้

ผู้นำทั้งสองฝ่ายยังหารือกันถึงขั้นตอนและกลไกในทางปฏิบัติที่ควรได้รับเพื่อเสริมสร้างความพยายามอย่างต่อเนื่องในการสนับสนุนการประท้วงที่มีกำหนดนานถึง 6 สัปดาห์และจะสิ้นสุดในกลางเดือนพฤษภาคม

ทั้งสองยังร่วมกันยกย่องการเสียสละอันยิ่งใหญ่ของชาวปาเลสไตน์ที่ออกมาแสดงพลังต่อต้านและท้าทายอิสราเอลผู้ยึดครอง

อิสมาอีลและซิยาดยังเน้นถึงความสำคัญและความสัมพันธ์เชิงกลยุทธ์ระหว่างสองกลุ่มซึ่งคาดหวังจะเสริมสร้างให้เข้มแข็งขึ้น

ที่มา : PIC

ผู้ประท้วงกาซ่าดับเพิ่มอีกราย ด้านหะมาสเรียกร้องเล่นงานผู้นำอิสราเอลทางกฎหมาย – สำนักข่าวไวท์

ผู้ประท้วงกาซ่าดับเพิ่มอีกราย ด้านหะมาสเรียกร้องเล่นงานผู้นำอิสราเอลทางกฎหมาย

กระทรวงสาธารณสุขปาเลสไตน์ในฉนวนกาซ่ารายงานวันนี้ว่า ชายชาวปาเลสไตน์รายหนึ่งถูกยิงเสียชีวิตในวันอังคาร (3 เมษายน 2561) โดยกองกำลังยึดครองของอิสราเอลบริเวณบรมแดนฉนวนกาซ่า-อิสราเอล ท่ามกลางความตึงเครียดในพื้นที่ที่ยังอยู่ในระดับสูงหลังชาวปาเลสไตน์ที่เข้าร่วมประท้วงตั้งแต่เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาถูกสังหารแล้ว 18 ราย บาดเจ็บอย่างน้อย 1,500 คน

กระทรวงระบุผู้เสียชีวิตในวันนี้คือนายอะหฺมัด อะเราะฟะฮฺ อายุ 25 ปี ถูกยิงด้วยกระสุนจริงระหว่างการปะทะในย่านใจกลางฉนวนกาซ่า นับเป็นผู้เสียชีวิตรายที่ 19 จากการประท้วงใหญ่ครั้งนี้ในชื่อ “วันแห่งแผ่นดิน”

ด้านขบวนการหะมาสออกมาชื่นชมแถลงการณ์ของนายเจอรี่ อดัมส์ อดีตหัวหน้าพรรคไอริช ซินน์ เฟน ที่เรียกร้องให้รัฐบาลไอริชขับไล่ทูตอิสราเอลออกนอกประเทศเนื่องจากพฤติกรรมของทางการอิสราเอลที่กระทำต่อชาวปาเลสไตน์

หะมาสเรียกร้องผ่านแถลงการณ์ไปยังเหล่านักการเมืองยุโรปให้ปฏิบัติตามแนวทางของนายอดัมส์ และแสดงจุดยืนที่เข้มแข็งและมีความรับผิดชอบ อันจะช่วยยุติความทรมานที่ชาวปาเลสไตน์กำลังประสบอยู่

นอกจากนี้หะมาสยังเรียกร้องให้ผู้นำตัวอิสราเอลเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายเพื่อรับผิดชอบต่ออาชญากรรมของตน และเรียกร้องไปยังประชาคมระหว่างประเทศให้ดำเนินการยกเลิกการปิดล้อมฉนวนกาซ่าโดยอิสราเอล

พรรคซินน์เฟนของนายอดัมส์ยังเรียกร้องไปยังสหภาพยุโรปและองค์การสหประชาชาติให้มีมาตรการต่อต้านอิสราเอลในทันทีต่อการใช้ความรุนแรงกับกลุ่มผู้ประท้วงชาวปาเลสไตน์

ฮาซิม กอซิม โฆษกหะมาส กล่าวในแถลงการณ์เน้นย้ำความจำเป็นที่ต้องยกเลิกการฟื้นฟูความสัมพันธ์กับอิสราเอลในทุกรูปแบบ ให้เหตุผลว่าการกระทำเช่นนั้นยิ่งเป็นการส่งเสริมให้อิสราเอลก่อกาชญากรรมต่อชาวปาเลสไตน์มากยิ่งขึ้น

ที่มา : PIC

ผู้ประท้วงปาเลสไตน์ดับเพิ่มอีก 1 หลังทนพิษบาดแผลไม่ไหว – สำนักข่าวไวท์

ผู้ประท้วงปาเลสไตน์ดับเพิ่มอีก 1 หลังทนพิษบาดแผลไม่ไหว

วัยรุ่นปาเลสไตน์รายหนึ่งที่บาดเจ็บจากการเข้าร่วมการชุมนุมประท้วงครั้งใหญ่ในฉนวนกาซ่าเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ล่าสุดเสียชีวิตแล้วในวันจันทร์ (2 เมษายน) เนื่องจากทนพิศบาดแผลไม่ไหว ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตจากการใช้ความรุนแรงของเจ้าหน้าที่ความมั่นคงอิสราเอลกับผู้ชุมนุมปาเลสไตน์ในครั้งนี้เพิ่มเป็น 18 ราย

นายอัชร็อฟ อัลกุดเราะฮฺ โฆษกกระทรวงสาธารณสุขในฉนวนกาซ่ากล่าวว่า นายฟาริส อัรรอกิบ อายุ 29 ปี ที่บาดเจ็บสาหัสจากการถูกพลสไนเปอร์ของอิสราเอลยิงเข้าที่ท้องเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เสียชีวิตแล้วในวันนี้เนื่องจากทนพิษบาดแผลไม่ไหว

ชาวปาเลสไตน์ทั้ง 18 รายที่เสียชีวิตตลอดจนผู้บาดเจ็บราว 1,500 คน เป็นผลจากการที่ทหารอิสราเอลใช้กระสุนจริงและกระสุนยางกับผู้ชุมนุมแม้ว่าพวกเขาจะปราศจากอาวุธหรือไม่ได้แสดงออกถึงภัยคุกคามใดๆ ทำให้สหภาพยูโรปและนายอันโตนิโอ กูเตอเรส เลขาธิการองค์การสหประชาชาติออกมาเรียกร้องให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการสอบสวนอิสระเกี่ยวกับการใช้ความรุนแรงในครั้งนี้

ล่าสุดกองกำลังยึดครองของอิสราเอลได้ประกาศย้ำความตั้งใจที่จะคงคำสั่งประจำการของพลซุ่มยิงจำนวนมากบริเวณพรมแดนกาซ่าเอาไว้ รวมถึงคำสั่งยิงผู้ประท้วงปาเลสไตน์ แม้จะมีกระแสกดดันและประณามอย่างหนักจากนานาชาติก็ตาม

เจ้าหน้าที่อาวุโสของกองทัพอิสราเอลกล่าวว่า อิสราเอลต้องการป้องกันมิให้ผู้ประท้วงชาวปาเลสไตน์เข้ามาใกล้แนวรั้วของเรา ไม่ว่าเราจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม

นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล กล่าวสรรเสริญเหล่าทหารหาญที่ทำหน้าที่ป้องกันพรมแดนของประเทศ ขณะที่นายเอวิกดอร์ ลิเบอร์แมน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอิสราเอลกล่าวย้ำเมื่อวันอาทิตย์ว่าไม่มีทางยอมรับคณะกรรมการตรวจสอบอิสระเป็นอันขาด เพราะพวกนี้ปากว่าตาขยิบ

ที่มา : PIC

หะมาสขอบคุณ UNHRC ที่โหวต 4 มติหนุนปาเลสไตน์ – สำนักข่าวไวท์

หะมาสขอบคุณ UNHRC ที่โหวต 4 มติหนุนปาเลสไตน์

ในแถลงการณ์ที่ออกเมื่อวันเสาร์ ขบวนการหะมาสขอบคุณนานาประเทศที่โหวตเห็นด้วยกับร่างมติ 4 มติสนับสนุนปาเลสไตน์และต่อต้านอิสราเอล พร้อมเรียกร้องพวกเขาว่าอย่าหยุดอยู่ที่เพียงแถลงการณ์เท่านั้น แต่ให้นำไปสู่ขั้นตอนอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อปกป้องชาวปาเลสไตน์

ในการประชุมสมัยที่ 37 ของคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UNHRC) เมื่อวันศุกร์ที่นครเจนีวา ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ สมาชิกส่วนมากได้โหวตเห็นชอบใน 4 มติ ดังนี้

1.การตั้งถิ่นฐานของชาวอิสราเอลบนดินแดนปาเลสไตน์ที่ถูกยึดครอง รวมถึงเยรูซาเล็มตะวันออก เป็นสิ่งผิดกฎหมาย

2.สิทธิของประชาชนปาเลสไตน์ในการกำหนดอนาคตของตน

3.สถานการณ์สิทธิมนุษยชนในดินแดนปาเลสไตน์ที่ถูกยึดครอง รวมถึงเยรูซาเล็มตะวันออก

4.การรับประกันความรับผิดชอบและความยุติธรรมในทุกการละเมิดของอิสราเอลต่อกฎหมายระหว่างประเทศเหนือดินแดนปาเลสไตน์ที่ถูกยึดครอง รวมถึงเยรูซาเล็มตะวันออก

ที่มา : PIC

ทหารยิวที่สังหารชาวปาเลสไตน์ไร้ทางสู้อาจถูกปล่อยตัวก่อนกำหนด – สำนักข่าวไวท์

ทหารยิวที่สังหารชาวปาเลสไตน์ไร้ทางสู้อาจถูกปล่อยตัวก่อนกำหนด

อีลอร์ อซาเรีย ทหารอิสราเอลที่ต้องโทษจำคุกจากคดีสังหารชาวปาเลสไตน์ในเขตเวสต์แบงก์ที่ถูกยึดครองอาจได้รับการปล่อยตัวในเดือนพฤษภาคมนี้หลังรับโทษ 2 ใน 3 ที่ศาลตัดสิน ทั้งนี้อัยการกล่าวว่าเขามีความประพฤติที่ดีและไม่มีพฤติการณ์บ่งชี้ว่าเป็นภัยคุกคามต่อสาธารณะ

เมื่อเดือนมีนาคม 2016 อซาเรียก่อเหตุจ่อยิงระยะประชิดเข้าที่ศีรษะของนายอับดุลฟัตตาห์ อัชชะรีฟ ชายชาวปาเลสไตน์ไร้อาวุธและบาดเจ็บวัย 21 ปี โดยพยานหลายคนยืนยันว่าเขากล่าวก่อนยิงว่า “ไอ้หมาตัวนี้ยังไม่ตาย” และกล่าวว่า “ผู้การร้ายรายนี้สมควรตาย” จากนั้นเขาก็ลั่นไก

นานาชาติร่วมประณามเหตุการณ์ดังกล่าวอย่างกว้างขวางหลังภาพบันทึกเหตุการณ์แสดงให้เห็นชาวปาเลสไตน์ที่บาดเจ็บนอนอยู่บนถนนในสภาพไร้ทางสู้ก่อนจะถูกปลิดชีพ

อซาเรียถูกศาลตัดสินจำคุก 18 เดือนจากความผิดดังกล่าว ซึ่งศาลเมตตาลดโทษภายใต้ข้ออ้างว่าเขาตัดสินใจสังหารเนื่องจากความตึงเครียดของสถานการณ์ขณะนั้น ทว่าหลังการพิพากษาไม่ถึง 1 เดือน เสธานธิการทหารอิสราเอลก็ลดโทษเขาเหลือ 14 เดือน

แม้ว่าจะมีการลดโทษถึง 2 ครั้งแล้ว แต่นักการเมืองอิสราเอลหลายคน รวมถึงนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮูและรัฐมนตรีกลาโหม นายเอวิกดอร์ ลิเบอร์แมน กลับเรียกร้องให้ปล่อยตัวอซาเรียในทันที แต่ประธานาธิบดีรูเวน ริฟลิน ของอิสราเอลปฏิเสธคำร้องดังกล่าว สร้างความโกรธแค้นอย่างกว้างในหมู่ชาวอิสราเอลกระทั่งมีการตัดต่อรูปของผู้นำอิสราเอลสวมผ้ากิฟฟียะฮฺสีขาวดำซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของชาวปาเลสไตน์ จนหวาดกลัวกันว่าจะมีเหตุลอบสังหารผู้นำประเทศรายนี้คล้ายกับที่เกิดกับนายกรัฐมนตรียิซฮาก รูบิน ของอิสราเอลในปี 1995

เมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้วอซาเรียได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว 4 วันในช่วงเทศกาลปีใหม่ของชาวยิว ซึ่งตามปกติทหารอิสราเอลมักจะได้รับการผ่อนผันพักโทษเมื่อรับโทษนานถึง 1 ใน 3 แล้ว แต่อซาเรียได้รับการพักโทษทั้งที่เพิ่งรับโทษไป 1 ใน 14 ของโทษทั้งหมด

หัวหน้าฝ่ายกำลังพลของหน่วยป้องกันประเทศอิสราเอลได้มอบเงิน 6,900 ดอลลาร์ให้แก่อซาเรียเมื่อเดือนตุลาคม 2017 ซึ่งเท่ากับครึ่งหนึ่งของเงินตอบแทนที่ทหารอิสราเอลจะได้รับหลังรับใช้ชาติครบกำหนด 3 ปี แต่ทหารอิสราเอลนายนี้เพิ่งปฏิบัติหน้าที่ได้เพียง 18 เดือน

ทั้งนี้หลังเกิดเหตุสังหารและถูกนำตัวเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมอซาเรียได้รับการสนับสนุนอย่างกว้างขวางจากชาวอิสราเอลและถือว่าเขาเป็นฮีโร่ของประเทศคนหนึ่ง สมกับเป็นลูกชายของอิสราเอล

ที่มา : MEMO

กองกำลังอิสราเอลโจมตีโรงเรียนปาเลสไตน์แห่งหนึ่งเมื่อเช้าวันจันทร์ – สำนักข่าวไวท์

กองกำลังอิสราเอลโจมตีโรงเรียนปาเลสไตน์แห่งหนึ่งเมื่อเช้าวันจันทร์

สำนักข่าววะฟาอ์ สื่อทางการปาเลสไตน์รายงานว่าทหารอิสราเอลโจมตีโรงเรียนแห่งหนึ่งในเมืองตูกู ใกล้กับเบตเลเฮ็ม ทางตอนใต้ของเวสต์แบงก์ ด้วยแก็สน้ำตามากกว่า 10 กระป๋อง

แหล่งข่าวท้องถิ่นบอกกับวะฟาอ์ว่า การโจมตีด้วยแก็สน้ำตาทำให้เจ้าหน้าที่ของโรงเรียนต้องปิดประตูหลายบานเพื่อป้องกันทหารอิสราเอลไม่ให้บุกเข้าไปถึงในโรงเรียน

วะฟาอ์เพิ่มเติมว่าการที่ทหารอิสราเอลมาประจำการใกล้กับโรงเรียนในทุกๆ วัน เป็นการรบกวนเด็กและทำให้พวกเขาเรียนอย่างยากลำบาก

ทั้งนี้กองกำลังอิสราเอลมักจะโจมตี จับกุมและคุกคามนักเรียนปาเลสไตน์ตลอดจนบุคลากรสถานศึกษาทั่วเขตเวสต์แบงก์ที่ถูกยึดครองและเยรูซาเล็มตะวันออก

ที่มา : MEMO

กลุ่มสิทธิ์ชี้ปี 2017 เป็นปีที่แย่ที่สุดในฉนวนกาซ่า – สำนักข่าวไวท์

กลุ่มสิทธิ์ชี้ปี 2017 เป็นปีที่แย่ที่สุดในฉนวนกาซ่า

อิสซาม ยูนีส ผู้อำนวยการศูนย์อัลมีซานเพื่อสิทธิมนุษยชนในปาเลไสตน์ เปิดเผยข้อมูลเมื่อวันอาทิตย์ว่า ปี2017 เป็นปีที่แย่ที่สุดในฉงวนกาซ่าทั้งด้านการเมือง, เศรษฐกิจ, วัฒนธรรม, สังคมและสถานการณ์ด้านสาธารณสุข

ยูนีสบอกกับผู้สื่อข่าวในกาซ่าว่า หากอิสราเอลยังคงปิดล้อมกาซ่า และความแตกแยกภายในปาเลสไตน์ยังไม่ยุติ สถานการณ์ก็จะแย่ลงยิ่งกว่านี้

เขาเรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศร่วมกดดันอิสราเอลจนกว่าจะยอมปฏิบัติตามกฎหมายสากลและยุติการปิดล้อมฉนวนกาซ่าที่ยาวนานถึง 11 ปีแล้ว อีกทั้งยังเรียกร้องรัฐบาลปาเลสไตน์ให้ยุติมาตรการลงโทษประชาชนกาซ่า ซึ่งรวมถึงการบังคับให้เกษียณก่อนกำหนด, ตัดเงินเดือนร้อยละ 50, ลดการจ่ายไฟฟ้า ยารักษาโรคและเวชภัณฑ์ต่างๆ

ตามข้อมูลของศูนย์อัลมีซาน ในปี 2017 ชาวกาซ่าที่ทรมานจากโรคทางจิตเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 21 เมื่อเทียบกับปี 2016, ส่วนตัวเลขผู้เข้ารับคำปรึกษาจากจิตแพทย์เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 69 ขณะที่อัตราการแต่งงานลดลงร้อยละ 10.8 และจำนวนครอบครัวที่ผู้หญิงกลายเป็นผู้ขับเคลื่อนหลักเพิ่มขึ้นร้อยละ 9.5

ชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซ่ามีความต้องการเร่งด่วนต่อที่ห้องพัก 102,000 ห้อง, อพาร์ทเมนต์ในกาซ่า 24,000 ห้องที่ถูกทำลายในสงครามปี 2008 และ 2014 ยังคงรอการซ่อมแซม  ส่วนบ้านเรือนที่ถูกทำลายในสงครามปี 2014 ขณะนี้ซ่อมแซมจนเหมาะสมแก่การอยู่อาศัยแล้วเพียงร้อยละ 53 เท่านั้น

ด้านวิกฤติเศรษฐกิจ ตัวเลขการส่งออกของกาซ่าลดลงถึงจุดต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ การปิดล้อมฉนวนกาซ่าทำให้เศรษฐกิจในพื้นที่เสียหายราวเดือนละ 16 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ อัตราการว่างงานในหมู่วัยรุ่นแตะระดับร้อยละ 60 ในจำนวนนั้นเป็นสตรีร้อยละ 85

พื้นที่ทางการเกษตรเกือบ 1,000 เอเคอร์ได้รับความเสียหายจากสารกำจัดศัตรูพืชที่ทางการอิสราเอลนำมาฉีดพ่น รวมถึงการขาดแคลนไฟฟ้าที่ใช้ในงานชลประทาน

ที่มา : MEMO