ความน่าอดสูของชาวกาซ่าในเดือนเราะมะฎอน 1439

ความน่าอดสูของชาวกาซ่าในเดือนเราะมะฎอน 1439

ขาไก่จากกองขยะ

สตรีนางหนึ่งปกปิดใบหน้าของตนจากผู้คน หันซ้ายหันขวา รอให้ถึงเวลาที่ร้านขายไก่ใกล้บ้านของเธอในฉนวนกาซ่าจะปราศจากผู้คนที่แวะเวียนมาซื้อหาไก่ไปประกอบอาหาร จากนั้นเธอจะวิ่งไปยังกองขยะบนพื้นอย่างรวดเร็วเพื่อค้นหาซากขาไก่ซึ่งเธอจะได้นำมันไปปรุงเป็นอาหารละศีลอดแก่ลูกๆ ของเธอ พวกเขาไม่ได้กินเนื้อสัตว์มานานกว่า 1 เดือนเต็มแล้ว

หนึ่งในเจ้าหน้าที่จากคณะกรรมการกิจการสังคมในย่านอยู่อาศัยกาซ่าได้แนะนำเธอให้กับสำนักข่าว PIC โดยเธอใช้ชื่อย่อ M. A. สามีของเธอกำลังทรมานจากโรคร้ายหลายชนิด ขณะที่ลูกของเธออีก 4 คนก็มีชีวิตอย่างยากลำบาก เธออาศัยอยู่ในบ้านเช่าหลังหนึ่งซึ่งบางครั้งก็มีผู้ใจบุญช่วยจ่ายค่าเช่าบ้านแทนเธอและครอบครัว นั่นหมายความว่าเธอเองก็ไม่มีเงินเพียงพอที่จะจ่ายค่าเช่าได้ตรงเวลาทุกครั้งเพิ่มความเสียงว่าครอบครัวของเธออาจจะถูกไล่ออกจากบ้านเช่าหลังนี้เมื่อไหร่ก็ได้

ชาและขนมปัง

A. S. ข้ารัฐการพลเรือนนายหนึ่งบอกกับเจ้าหน้าที่คณะกรรมการกิจการสังคมในกาซ่าทั้งน้ำตา ร้องขอให้พวกเขามอบสิ่งใดก็ได้แก่ครอบครัวของเขาซึ่งมีสมาชิกมากถึง 11 คน เขาสาบานว่านับตั้งแต่วันที่ 1 ของเดือนเราะมะฎอน ครอบครัวของเขาได้กินเพียงขนมปังกับชาจืดๆ เท่านั้น แม้แต่น้ำตาลที่จะช่วยเพิ่มรสชาติและพลังงานพวกเขาก็ไม่มี

เขาเล่าให้ PIC ฟังว่า ปัญหาของเขาสืบเนื่องมาจากการตัดเงินเดือนของรัฐบาลกลางในรามัลลอฮฺแก่ลูกจ้างหรือพนักงานรัฐที่อยู่ในฉนวนกาซ่า ทำให้เงินเดือนที่เขาได้รับทุกวันนี้ไม่เพียงพอต่อการเข้าถึงความจำเป็นพื้นฐานในการดำรงชีวิตของคนทั้งครอบครัวอีกต่อไป

เมื่อเราถามเขาถึงสิ่งที่ถูกเสิร์ฟบนโต๊ะอาหารในช่วงละศีลอด น้ำตาเขาก็ไหลอาบแก้มพลางกล่าวว่า “พวกเขากินถั่วที่บรรดาผู้มีจิตเมตตามอบให้” เขาเล่าต่อว่า “เรากินถั่วเปล่าๆ โดยไม่มีเครื่องเทศพื้นฐานอย่างมะนาว พริกหยวกและหัวหอม ซึ่งราคาของมะนาว 1 กิโลกรัมในฉนวนกาซ่าอยู่ที่ 5 เชเกลอิสราเอล (44.95 บาท)

เจ้าหน้าที่จากคณะกรรมการกิจการสังคมที่ดูแลชุมชนดังกล่าวพูดคุยกับเราโดยไม่ขอเปิดเผยชื่อของตนรวมถึงชื่อของชุมชน เนื่องจากคำร้องขอความช่วยเหลือมายังหน่วยงานของเขานั้นมีมากอย่างไม่ขาดสาย ไม่ใช่แค่จากกลุ่มคนยากไร้เท่านั้น แต่บรรดาลูกจ้างหรือพนักงานรัฐหลายร้อยคนที่ใช้ชีวิตอยู่ใต้เส้นแบ่งความยากจนก็ร้องขอความช่วยเหลือเช่นกัน ตัวเลขสัดส่วนของพวกเขาเพิ่มขึ้นจนน่ากลัว ภายหลังรัฐบาลปาเลสไตน์ภายใต้การบริหารของประธานาธิบดีมะหฺมูด อับบาส ตัดสินใจตัดเงินเดือนแก่พนักงานในกาซ่า

แบ่งปันแม้มีน้อย

M. N. ชาวกาซ่าอีกคนหนึ่งที่ร่วมแบ่งปันเรื่องราวกับเรา ชีวิตของเขาก็ไม่ได้ดีไปกว่าคนอื่นสักเท่าไหร่ คูปองอาหารมูลค่าประมาณ 50 เชเกล (449.24 บาท) ที่เขาได้รับจากคณะกรรมการกิจการสังคมฯ ไม่เพียงพอสำหรับเขา พ่อแม่ของเขาและพี่น้องอีก 2 คนที่แต่งงานแล้ว

เจ้าหน้าที่จากคณะกรรมการกิจการสังคมฯ คนหนึ่งบอกกับเราว่า ชายคนหนึ่งได้มาหาเขาในช่วงสะหูร (อาหารมื้อสุดท้ายที่ผู้ถือศีลอดจะทานก่อนถึงเวลาแสงอรุณแรกขึ้นที่ขอบฟ้า) เพื่อขอขนมปังสัก 2-3 ชิ้นไปป้อนลูกคนหนึ่งของเขา

วิกฤติกระทบถึงร้านค้า

เจ้าหน้าที่บ่นว่าร้านค้าส่วนมากและบรรดาคนรวยต่างหลีกเลี่ยงที่จะมอบความช่วยเหลือแก่ผู้ยากไร้เช่นที่พวกเขาเคยทำมาทุกปีก่อนนี้ ไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่อยากช่วยอีกต่อไปแล้ว แต่ว่าวิกฤติในฉนวนกาซ่าก็ส่งผลกระทบกับพวกเขาอย่างหนักเช่นกัน หลายร้านมียอดขายสินค้าเพียง 1 ใน 10 หรือน้อยกว่านั้น เมื่อเทียบกับสิ่งที่พวกเขาเคยขายได้ในเราะมะฎอนที่ผ่านๆ มา

นี่คือชุมชนตัวอย่างเพียงแห่งเดียวในกาซ่าซึ่งในพื้นที่อื่นทั่วกาซ่าก็ไม่ได้ต่างจากนี้เท่าไหร่ ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจยืนยันแล้วว่าพื้นที่ที่ถูกปิดล้อมแห่งนี้ได้เข้าสู่ภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ผู้คนร้อยละ 80 ใช้ชีวิตอยู่ใต้เส้นแบ่งความยากจน ขณะที่ร้อยละ 70 ต้องพึ่งพิงความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม

ที่มา : PIC

 

ใส่ความเห็น