ปาเลสไตน์คว้าแชมป์อัตราว่างงานสูงสุดในโลกปี 2018

ปาเลสไตน์คว้าแชมป์อัตราว่างงานสูงสุดในโลกปี 2018

ที่ประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (UNCTAD) เปิดเผยรายงานประจำปีว่า อัตราการว่างงานในดินแดนปาเลสไตน์ที่ถูกยึดครองปีนี้สูงขึ้น 27 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปี 2017 ทำให้ปาเลสไตน์เป็นแชมป์ดินแดนที่มีอัตราการว่างงานสูงที่สุดในโลก

ขณะที่รายได้ต่อหัวลดลง 11 เปอร์เซ็นต์อันเป็นผลมาจากผลผลิตทางการเกษตรที่ลดลง 11 เปอร์เซ็นต์เช่นกัน เนื่องจากภาวะทางเศรษฐกิจและสังคมในปี 2017 ที่แย่ลง

รายงานสรุปว่า “ประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจที่ย่ำแย่เป็นผลมาจากมาตรการที่เข้มงวดโดยอิสราเอลเหนือพื้นที่ที่ถูกยึดครองในปาเลสไตน์”

รายงานฉบับนี้ยังเตือนถึงเงินบริจาคที่ลดลง การบูรณะฉนวนกาซ่าที่หยุดชะงักและไม่ยั่งยืน สินเชื่อภาคการบริโภคทั้งภาครัฐและเอกชน ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้ภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจของปาเลสไตน์นั้นเลือนลาง

มะหฺมูด อัลเคาะฟีฟ ผู้ประสานงานของ UNCTAD ด้านการช่วยเหลือชาวปาเลสไตน์ กล่าวว่า “ภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ อิสราเอลและประชาคมระหว่างประเทศมีหน้าที่รับผิดชอบในการสนับสนุนการพัฒนาดินแดนปาเลสไตน์ที่ถูกยึดครอง และหลีกเลี่ยงการกระทำใดๆ อันจะเป็นการขัดขวางการพัฒนาดังกล่าว”

อย่างไรก็ตามรายงานชี้ว่าอิสราเอลล้มเหลวในการปรับลดข้อจำกัดต่างๆ ที่มีต่อปาเลสไตน์ ขณะที่เงินสนับสนุนก็ลดลงถึง 1 ใน 3 เมื่อเทียบกับปี 2008

นอกจากนี้ยังมีปัญหาการผนวกดินแดนเพิ่มเติมในฝั่งเวสต์แบงก์และการขยายตัวของการตั้งถิ่นฐานชาวยิวบนดินแดนยึดครอง การบีบบังคับให้ชาวปาเลสไตน์ต้องย้ายออกจากบ้านเรือนของตน ซึ่งรายงานฉบับนี้ระบุว่ามีหลักฐานทั้งหมดในประเด็นข้างต้น และเพิ่มเติมว่าแหล่งที่อยู่อาศัยของชาวยิวที่ผิดกฎหมายระหว่างประเทศเหล่านี้ใช้งบประมาณสูงถึง 1.9 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

ในฉนวนกาซ่า รายงานระบุว่าปีนี้เป็นปีที่ 11สำหรับการปิดล้อมแล้ว และประสิทธิภาพด้านการผลิตก็ลดลงอย่างมากจากปฏิบัติการทางทหารใหญ่ 3 ครั้งเหนือพื้นที่ที่มีประชากรราว 2 ล้านคนนี้ โดยในปี 2008-2009 สงครามทำให้กำลังการผลิตลดลงถึง 60 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ในปี 2014 กำลังการผลิตเท่าทีเหลืออยู่ถูกทำให้ลดลงอีก 85 เปอร์เซ็นต์

การโจมตีฉนวนกาซ่าทำให้ถนน สถานีไฟฟ้า สถานประกอบการอุตสาหกรรมและพาณิชยกรรม พื้นที่ทำการเกษตร ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานและสินทรัพย์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเสียหาย ส่งผลโดยตรงต่อความสามารถในการผลิต

ในปี 2012 UN ได้เตือนว่าหากแนวโน้มในฉนวนกาซ่ายังเลวร้ายลงเช่นนี้ จะไม่มีมนุษย์อาศัยอยู่อาศัยได้อีกต่อไปในปี 2020

นับตั้งแต่นั้นมา ทุกตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจและสังคมในกาซ่าก็ทรุดลง สถานการณ์ในกาซ่าก็เลวร้ายขึ้นเรื่อยๆ

ที่มา : PIC

ใส่ความเห็น