skip to Main Content
02-102-2953 info@whitechannel.tv
[นะศีฮัต] คนที่จะได้มีประโยชน์ สำหรับสิ่งที่อยู่แวดล้อมเขา-เชคริฎอ_อะหมัด_สมะดี

[นะศีฮัต] คนที่จะได้มีประโยชน์ สำหรับสิ่งที่อยู่แวดล้อมเขา-เชคริฎอ_อะหมัด_สมะดี

คนที่จะได้มีประโยชน์ สำหรับสิ่งที่อยู่แวดล้อมเขา
เชคริฎอ_อะหมัด_สมะดี

5 MIN.READ

…..

คนเราจะได้มีประโยชน์ สำหรับสิ่งแวดล้อม

และคนที่ล้อมๆชีวิตของเรา

จะต้องมีคุณสมบัติ 3 ประการ

ประการแรกก็คือ

ชอบในความดีที่จะให้เกิดขึ้นกับคนอื่น

และรังเกียจในความชั่วที่ไม่อยากให้คนอื่นได้กระทำ

หมายถึงว่า ความดีใดๆที่มันมีอยู่

อยากให้คนอื่นทำ

ความชั่วใดๆไม่อยากให้คนอื่นได้ทำ

ท่านนบี ซอลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมได้กล่าวว่า

(ฮะดีษ)

คนหนึ่งคนใดในหมู่พวกท่านจะยังไม่ศรัทธา

หรือศรัทธาจะยังไม่สมบูรณ์

จนกว่าจะชอบในสิ่งดีๆ ที่อยากได้

ให้เกิดกับพี่น้องของเรา

คือให้พี่น้องของเราได้ในสิ่งดีๆ

ที่เราอยากได้เช่นเดียวกัน

ท่านสุไลมาน อิบนุเมียะรอน อัชชะอฺบีย์

และท่านอิบรอฮีม อันนัคอีย์

เป็นยุคตาบิอฺตาบิอีน

ท่านสุไลมาน เป็นคนตาบอดที่เรียกว่า บอดกลางคืน

คือตาจะมีสีขาว จะเห็นเฉพาะช่วงกลางวัน เห็นมัวๆหน่อย

กลางคืนจะมองแทบไม่เห็นเลย

คนจะมองท่านสุไลมานเหมือนเป็นคนตาบอดเลย

ท่านอิบรอฮีม อันนัคอีย์ก็เป็นคนตาเข

เดินพร้อมกัน คนตาบอดกับคนตาเข

เดินพร้อมกันก็จะถึงซอยๆนึง

และท่านอิบรอฮีม อันนัคอีย์ก็ได้กระซิบกับท่านสุไลมาน

บอกว่า ท่านครับ ซอยนี้จะมีพวกวัยรุ่น

พวกเด็กที่นั่งปากซอยไม่มีอะไรทำ

เขาจะเยาะเย้ยคนโน้นคนนี้

ถ้าเขาเห็นเราสองคน คนตาเขกับคนตาบอด

เดี๋ยวเขาก็จะนินทาเรา

เดี๋ยวเขาจะบอกว่าดูซิ

คนตาเขจูงคนตาบอด

เขาก็จะนินทาเรา

สุไลมาน อิบนุเมียะฮฺรอนก็เลยบอกว่า

แล้วเราเสียหายอะไรล่ะ?

เขาก็จะนินทาเรา เราก็ได้บุญต่างหาก

(ภาษาอาหรับ)

ให้เขารับบาปไปเราก็ได้บุญ

ท่านอิบรอฮีม อันนัคอีย์ก็เลยตอบว่า

(ภาษาอาหรับ) อย่าเลย

(ภาษาอาหรับ)

ท่านเดินไปอีกซอยนึง ฉันก็เดินไปอีกซอยนึง

เราก็จะปลอดภัยจากลิ้นของเขา

เขาก็จะปลอดภัยจากการนินทาเรา

คือเขาอยากให้คนอื่นได้ในสิ่งที่ดี

เรื่องที่ 2 เราจะไม่เป็นประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อม

ต่อคนที่รายล้อมชีวิตเรา จนกว่า

เราได้นะศีฮัตตักเตือนเขา

ดังนั้นท่านนบี ซอลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม

ถือว่า ศาสนาเราจะสมบูรณ์ต่อเมื่อ

มีการตักเตือนซึ่งกันและกัน

(ฮะดีษ)

และก็นะศีฮัตก็คือ สิ่งที่เรา

เชื่อว่าจะบรรลุเป้าหมายในการนะศีฮัต

เราเชื่อว่าเตือนแบบไหน ทำแบบไหน

ที่มันน่าจะสัมฤทธิ์ผล

แต่ถ้าเราได้ทำนะศีฮัตในรูปแบบไหนที่

โดยทั่วไปมันจะไม่สัมฤทธิ์ผล

แบบนี้ไม่ถือว่านะศีฮัต

ถือว่าตะอฺยีร

อิหม่ามอิบนุเราะญับ

ได้เขียนหนังสือเรื่องนี้โดยเฉพาะเลย

(ภาษาอาหรับ) “ข้อแต่ต่างระหว่าง

การตักเตือนด้วยความบริสุทธิ์ใจ

และการเยาะเย้ยกระแนะกระแหน

ในรูปแบบของนะศีฮัต”

ถ้าเราไปกระแนะกระแหนเขา

และเขาก็ทำความผิด

คนก็มาถามว่าทำไมไม่เตือนเขา

ก็บอกว่า เตือนแล้ว

คือเขาเข้าใจว่า

ที่ไปกระแนะกระแหนเขา

ที่ไปเยาะเย้ยเขา

ถือว่าเตือน แต่ที่จริงมันไม่ใช่

เราอาจจะไม่ได้บุญ

อาจจะได้บาปด้วยซ้ำไป

ประเด็นที่ 3 จะได้เป็นประโยชน์

สำหรับสิ่งแวดล้อมทั้งหลาย

เราจะต้องยับยั้งความผิดความชั่ว

สุดความสามารถ

เราต้องพยายามให้ขจัดความชั่ว

หรือลดความชั่วให้น้อยที่สุด

หรือความเสียหายที่น้อยที่สุด

นี่คือภารกิจของผู้ศรัทธาในโลกดุนยานี้

คือ

1 รักให้ความดีเกิดขึ้นกับคนอื่น

2 ให้ตักเตือนคนอื่น

3 ให้ยับยั้งความชั่วไม่ให้ปรากฏในโลกนี้

หรือถ้าให้ปรากฏก็ให้น้อยที่สุด

Back To Top
×Close search
Search