skip to Main Content

กลับลำ ! สหรัฐฯเปลี่ยนจุดยืน ชี้สร้างนิคมชาวยิวไม่ผิดกฎหมายระหว่างประเทศ

ชาวปาเลสไตน์ กลุ่มสิทธินุษยชน นักการเมืองทั่วโลก ผสานเสียงประณามรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ หลังประกาศว่า การที่อิสราเอลสร้างที่อยู่ให้ชาวยิวในเขตเวสต์แบงก์ส่วนที่พวกเขายึดครอง ไม่ขัดกับกฎหมายระหว่างประเทศ

ไมค์ ปอมเปโอ ประกาศเมื่อวานนี้ว่า “หลังจากศึกษาข้อถกเถียงทางกฎหมายของทุกฝ่ายอย่างระมัดระวังแล้วว่า การสร้างที่อยู่ให้กับพลเรือนอิสราเอลในเขตเวสต์แบงก์ ไม่ขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ ”

เขากล่าวว่ารัฐบาลสหรัฐฯภายใต้การบริหารงานของประธานาธิบดีโดนัลด์ทรัมป์จะไม่ปฏิบัติตามความเห็นทางกฎหมายของกระทรวงการต่างประเทศในปี ค.ศ. 1978 (พ.ศ.2521 ) ที่กล่าวว่า การตั้งถิ่นฐานชาวยิวขัดกับกฎหมายระหว่างประเทศ

นายปอมเปโอ กล่าว และว่า รัฐบาลสหรัฐฯ จะไม่แสดงความเห็นเรื่องสถานะทางกฎหมายของสถานที่พักใดๆ หรือพูด หรือตัดสินไปก่อนเรื่องสถานะของเขตเวสต์แบงก์

สหรัฐฯ เปลี่ยนจุดยืนที่ยึดถือมานาน 41 ปี โดยระบุว่า นายไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของสหรัฐฯ ประกาศเปลี่ยนแปลงจุดยืนเกี่ยวกับการที่ อิสราเอลสร้างย่านที่อยู่ชาวยิวในเขตเวสต์แบงก์ โดยไม่มองว่าเรื่องนี้เป็นการกระทำที่ขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศแล้ว

อย่างไรก็ตาม หลายประเทศรวมทั้งสหรัฐฯ ในยุคนั้น มองว่าการสร้างที่อยู่อาศัยของอิสราเอลเป็นเรื่องผิดกฎหมายระหว่างประเทศ ขณะที่ปาเลสไตน์เรียกร้องให้อิสราเอลรื้อถอนอาคาร โดยอ้างว่าตั้งอยู่ในดินแดนปาเลสไตน์ที่ถูกอิสราเอลยึดครองในช่วงสงคราม

คำประกาศของนายปอมเปโอ นับเป็นการปฏิเสธแถลงการณ์ของกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ในปี 2521 ที่ระบุว่า การสร้างที่พักของอิสราเอลในเวสต์แบงก์ผิดกฎหมายระหว่างประเทศ นับเป็นความเคลื่อนไหวสนับสนุนอิสราเอลครั้งล่าสุดของสหรัฐฯ ซึ่งน่าจะเพิ่มความตึงเครียดระหว่างรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ กับชาวปาเลสไตน์ และเพิ่มความแตกแยกระหว่างรัฐบาลทรัมป์ กับพันธมิตรในยุโรปให้กว้างขึ้นอีก

ตามมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติหลายครั้ง ล่าสุดในปี 2016 การตั้งนิคมชาวยิวในดินแดนยึดครองนั้นผิดกฎหมายระหว่างประเทศ เนื่องจากละเมิดอนุสัญญาเจนีวา ฉบับที่ 4 ซึ่งห้ามไม่ให้ถ่ายโอนประชากรไปยังพื้นที่ที่ยึดครอง

การประกาศนี้เป็นความเคลื่อนไหวล่าสุดของรัฐบาลสหรัฐฯที่เอาใจอิสราเอล จุดกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากชาวปาเลสไตน์ กลุ่มสิทธิมนุษยชน และนักการเมืองทั่วโลก

โฆษกประธานาธิบดีปาเลสไตน์ มะฮฺมูด อับบาส กล่าวว่าการตัดสินใจของอิสราเอลขัดแย้งกับกฎหมายระหว่างประเทศอย่างสิ้นเชิง

ดร.ฮานาน อัชรอวี หนึ่งในกลุ่มผู้เจรจาต่อรอง และกรรมาธิการองค์การปลดปล่อยปาเลสไตน์ (PLO) กล่าวในทวิตเตอร์ถึงแถลงการณ์ของไมค์ ปอมเปโอว่า นี่เป็นความเคลื่อนไหวอีกครั้งในการทำลายกฎหมายระหว่างประเทศ ความยุติธรรม และสันติภาพ

รัฐมนตรีต่างประเทศจอร์แดน อัยมัน ซอฟาดี เตือนว่า การเปลี่ยนจุดยืนของสหรัฐฯจะได้รับอันตรายจากผลที่จะตามมาเกี่ยวกับแนวโน้มการฟื้นฟูกระบวนการสันติภาพตะวันออกกลาง ซึ่งการตั้งถิ่นฐานชาวยิวในดินแดนปาเลสไตน์นั้นผิดกฎหมาย และทำลายโอกาสในการแก้ไขปัญหาแบบสองรัฐ รัฐปาเลสไตน์จะอยู่เคียวข้างกับอิสราเอลเอล ซึ่งประเทศอาหรับกล่าวว่าเป็นวิธีเดียวที่จะยุติความขัดแย้งของชาวอาหรับ-อิสราเอล

ฮุวัยดา อัรร๊อฟ นักกฎหมาย และนักกิจกรรมด้านสิทธิชาวปาเลสไตน์-อเมริกันกล่าวว่า การประกาศครั้งนี้ไม่เป็นที่น่าแปลกใจ รัฐบาลของทรัมป์แสดงให้เห็นอีกครั้งว่าเป็ฯการดูหมิ่นกฎหมายอย่างสมบูรณ์  การทำงานของไมค์ ปอมเปโอไม่มีความก้าวหน้าในเรื่องสันติภาพ ไม่เรียกว่าเป็นการสร้างนิคมชาวยิวแต่เรียกว่าเป็นการขโมยดินแดนของชาวปาเลสไตน์

ด้านเคนเนธ ร๊อท ผู้อำนวนการบริหารฝ่ายสิทธิมนุษยชนฮิวแมน ไรท์ วอทช์ กล่าวว่า ปอมเปโอการประกาศล่าสุดไม่สามารถลบล้างกฎหมายระหว่างประเทศที่มีมานานหลายทศวรรษว่าการสร้างนิคมชาวยิวของอิสราเอลนั้นเป็นอาชญากรรมสงคราม

ปัจจุบันมีชาวอิสราเอลมากกว่า 600,000 คนอาศัยอยู่ในเขตเวสต์แบงก์ที่ถูกยึดครองรวมถึงกรุงเยรูซาเล็มตะวันออกที่ถูกยึดครอง ชาวปาเลสไตน์ราวสามล้านคนอาศัยอยู่ที่นั่น

 

 

 

 

กลับลำ ! สหรัฐฯเปลี่ยนจุดยืน ชี้สร้างนิคมชาวยิวไม่ผิดกฎหมายระหว่างประเทศ

Back To Top
×Close search
Search