กองกำลังอิสราเอลบุกเข้าลานมัสญิดอัลอักศอโจมตีชาวปาเลสไตน์เจ็บนับร้อย

อิสราเอลยิงแก็สน้ำตา ระเบิดแสงและระเบิดเสียงใส่ชาวปาเลส […]

อิสราเอลยิงแก็สน้ำตา ระเบิดแสงและระเบิดเสียงใส่ชาวปาเลสไตน์ที่กำลังกลับเข้าไปยังมัสญิดอัลอักศออีกครั้งหลังถูกห้ามนานเกือบ 2 สัปดาห์ ทำให้มีผู้บาดเจ็บนับร้อยราย

หลังอิสราเอลยอมรื้อถอนอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยออกไปทั้งหมดเมื่อวันพฤหัสบดี เสียงอะซานเรียกร้องไปสู่การละหมาดก็ดังขึ้นอีกครั้งที่มัสญิดอัลอักศอ ศาสนสถานสำคัญสูงสุดอันดับที่ 3 ของโลกอิสลาม ชาวมุสลิมในเยรูซาเล็มหลายพันคนทั้งผู้ชาย ผู้หญิงและเด็กต่างมุ่งหน้าเข้าไปยังบริเวณลานมัสญิดแห่งนี้เพื่อร่วมละหมาด

ในตอนแรกยังคงเหลือประตูหิฏเฏาะฮฺอีกหนึ่งแห่งที่ยังปิดและควบคุมโดยกองกำลังอิสราเอล ชาวปาเลสไตน์ก็ปฏิเสธที่จะเข้าไปยังมัสญิดผ่านทางประตูนี้จนกว่าอิสราเอลจะยกเลิกทุกมาตรการที่ใช้ที่ประตูนั้นทั้งหมด เช่นเดียวกับที่ได้ยกเลิกกับประตูทางเข้าอื่นๆ หลังจากนั้นชาวมุสลิมจึงมุ่งหน้าเข้าไปยังบริเวณมัสญิดผ่านทางประตูหิฏเฏาะฮฺอีกจำนวนหนึ่ง

กองกำลังความมั่นคงอิสราเอลได้ติดตามชาวมุสลิมเหล่านี้ไปแล้วเริ่มยิงแก็สน้ำตา ระเบิดแสงและระเบิดเสียงที่ทำให้เกิดอาการมึนงงชั่วขณะใส่ชาวปาเลสไตน์กลุ่มนี้ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 113 รายตามการรายงานขององค์กรจันทร์เสี้ยววงแดง

อิมรอน คาน ผู้สื่อข่าวของอัลญะซีเราะฮฺประจำเยรูซาเล็มรายงานว่า กองกำลังอิสราเอลได้ใช้กระสุนเหล็กหุ้มยางกับชาวปาเลสไตน์ในบริเวณลานมัสญิดด้วย หลังจากนั้นผู้บาดเจ็บก็ถูกนำตัวออกจากพื้นที่ผ่านทางประตูต่างๆ

อิมรอนบอกอีกว่า “ภายในลานมัสญิดเต็มไปด้วยแก็สน้ำตาที่ถูกใช้เป็นจำนวนมากโดยกองกำลังอิสราเอล ผู้คนเดินออกจากพื้นที่ในสภาพที่น้ำตาไหลอย่างหนัก หลายคนพยายามวิ่งหลบควันเหล่านั้นเพื่อไม่ให้ตัวเองต้องบาดเจ็บไปด้วย

จากนั้นตำรวจอิสราเอลก็ผลักดันชาวปาเลสไตน์ออกไปทางประตูอะสัด หนึ่งในประตูทางเข้าหลัก และเป็นจุดประท้วงจุดสำคัญก่อนหน้านี้ และห้ามไม่ให้พวกเขากลับเข้าไปยังพื้นที่อีก

อย่างไรก็ตามภาพที่ถูกเผยแพร่สดผ่านเฟซบุ๊กชี้ให้เห็นว่าชาวปาเลสไตน์จำนวนหนึ่งได้ร่วมละหมาดมัฆริบ (ช่วงอาทิตย์ลับขอบฟ้า) ในลานมัสญิด

ด้านสันนิบาตอาหรับกล่าวว่าความเคลื่อนไหวล่าสุดของอิสราเอลในการรื้อถอนทุกมาตรการความปลอดภัยออกจากบริเวณมัสญิดถือเป็นการแก้ปัญหาได้อย่างทันท่วงที ทว่าอิสราเอลควรจะได้บทเรียนจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ที่ปัญหาทุกอย่างเกิดขึ้นจากการกระทำที่ผิดกฎหมายของอิสราเอลเอง การกระทำที่ไม่รอบคอบเช่นนี้อาจจุดประกายให้เกิดวิกฤติร้ายแรงถึงขั้นสงครามศาสนา เนื่องจากไม่มีมุสลิมคนใดในโลกใบนี่จะยอมรับการปิดมัสญิดอัลอักศอไม่ยอมให้มุสลิมได้เข้าไปประกอบศาสนกิจ หรือพฤติกรรมที่เป็นการหยามเกียรติอัลอักศอหรือพยายามจะนำมัสญิดศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้เข้าอยู่ภายใต้อำนาจการควบคุมของอิสราเอล

ที่มา : aljazeera

Leave a Comment