skip to Main Content

คัดข่าวมาคุย – การเมืองเลบานอนถึงทางตัน

ผศ.ดร.ศราวุฒิ อารีย์ ผู้อำนวยการศูนย์มุสลิมศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจและการเมืองเลบานอนในปัจจุบันว่า

ขณะนี้เลบานอนประสบปัญหาทางเศรษฐกิจอย่างหนักในรอบ 150 ปี เงินเฟ้อสูงขึ้น ราคาอาหารแพงขึ้น อัตราการว่างงานสูงขึ้น คนยากจนมากขึ้น เกิดปัญหาขาดแคลนพลังงานน้ำมันและไฟฟ้า ตลอดจนปัญหาการเมืองที่เดินมาถึงทางตันโดยเฉพาะหลังเกิดเหตุระเบิดท่าเรือในกรุงเบรุตเมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว ทำให้ประชาชนจำนวนมากออกมาประท้วงการบริหารประเทศของรัฐบาลมากขึ้น

ปัญหาหลักที่ทำให้เลบานอนประสบปัญหาหลายประการข้างต้นเกิดจาก 2 ประการหลักคือ 1.การบริหารงานที่ไร้ประสิทธิภาพของรัฐบาลทุกยุคทุกสมัยที่ผ่านมา 2.การทุจริตคอรัปชั่น

ปัญหาความไร้ประสิทธิภาพของรัฐบาลก็เกิดจากระบบการแบ่งสรรอำนาจทางการเมืองแบบพิเศษที่เรียกว่า “Confessionalism” ซึ่งเป็น ‘ระบบการปกครองที่แบ่งอำนาจทางการเมืองตามสังกัดของศาสนา’ ซึ่งทำให้เกิดการแข่งขันกัน โดยทุกฝ่ายต่างหวังประโยชน์ทางการเมือง ต้องการรักษาประโยชน์ให้พวกพ้องของตนมากกว่าจะสอดประสานการทำงานกันเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติโดยรวม

เดิมทีในอดีต ฝรั่งเศสได้ผลักดันให้เกิดรัฐธรรมนูญที่มีการแบ่งสรรอำนาจเช่นในปัจจุบันโดยกลุ่มชาวคริสต์นิกายมาโรไนท์จะได้อำนาจสูงสุดรวมถึงตำแหน่งประธานาธิบดี ตามมาด้วยมุสลิมสุนนีรวมถึงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและชาวชีอะฮ์รวมถึงในตำแหน่งประธานรัฐสภา แต่ในบริบทปัจจุบันการแบ่งสรรอำนาจเช่นนี้ดูจะใช้ไม่ได้แล้ว ทั้งเรื่องของสัดส่วนประชากรที่เปลี่ยนไปโดยชาวมุสลิมถือเป็นประชากรกลุ่มใหญ่สุดของประเทศในปัจจุบัน (รวมทั้งสุนนีและชีอะฮ์) ส่วนชาวคริสต์มีจำนวนประชากรมากเป็นอันดับสอง ทำให้ประชาชนเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการแบ่งสรรอำนาจ

สอดคล้องกับการฟันธงของนักวิชาการหลายคนที่พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าหากต้องการแก้ปัญหาวิกฤตทางการเมืองและเศรษฐกิจในเลบานอนต้องเริ่มที่การแก้ไขการแบ่งสรรอำนาจทางการเมืองเนื่องจากไม่สอดคล้องกับความเป็นไปในโลกปัจจุบัน

หากย้อนกลับไปดูสนธิสัญญาฏออิฟซึ่งซาอุดิอาระเบียเป็นผู้ผลักดันให้ยุติสงครามกลางเมืองในเลบานอน สนธิสัญญาดังกล่าวก็พูดถึงประเด็นการยกเลิกรูปแบบการแบ่งสรรอำนาจตามสังกัดทางศาสนาแล้วนำไปสู่ระบบการเมืองแบบปกติให้สอดคล้องกับยุคสมัย

เมื่อถามว่าจะเดินไปสู่จุดของการแก้ไขรูปแบบการปกครองได้อย่างไร? ผศ.ดร.ศราวุฒิกล่าวว่า คงไม่ใช่เรื่องง่ายเหมือนกันเพราะต่างฝ่ายต่างมีผลประโยชน์ของตน แต่แรงกดดันสำคัญขณะนี้ก็คือประชาชนเลบานอนที่ลุกฮือขึ้นมาประท้วงตั้งแต่ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ก้าวข้ามความต่างทางเชื้อชาติหรือสังกัดความเชื่อทางศาสนา แต่พวกเขามีเป้าหมายเดียวกันคือออกมาเรียกร้องเพื่ออนาคตที่ดีขึ้น

แน่นอนว่าการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการปกครองก็คงต้องทำผ่านการแก้ไขรัฐธรรมนูญซึ่งหลายฝ่ายคงคิดและวางแผนไว้แล้วว่าจะเดินหน้าต่อไปอย่างไร ทว่าตอนนี้มันเกิดสุญญากาศทางการเมือง รัฐบาลรักษาการไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ แต่หากมีการตกลงกันเพื่อจัดตั้งรัฐบาลอย่างเป็นทางการได้ก็คงเดินหน้าแก้ไขประเด็นสำคัญนี้ได้

ผศ.ดร.ศราวุฒิ กล่าวถึงประเด็นการเมืองระดับภูมิภาคที่เชื่อมโยงกับการเมืองภายในเลบานอนอย่างเลี่ยงไม่ได้โดยเฉพาะปัญหาระหว่างซาอุดิอาระเบียกับอิหร่านซึ่งมีขั้วการเมืองที่ตนเองสนับสนุนอยู่ในเลบานอนทั้งคู่จนถึงขั้นที่ว่าหากสองฝ่ายนี้ไม่สามารถแก้ไขปัญหาระหว่างกันได้ ปัญหาการเมืองในเลบานอนก็ยากจะแก้ได้

แต่ปัจจุบันก็ถือว่ามีแนวโน้มที่ดีเพราะล่าสุดมหาอำนาจแห่งภูมิภาคทั้งสองฝ่ายก็ออกมายอมรับแล้วว่าได้หารือกันแล้ว 3 ครั้งโดยมีอิรักเป็นเจ้าภาพอำนวยความสะดวก ซึ่งในหลายประเด็นที่พูดคุยกันก็มีเรื่องวิกฤตเลบานอนรวมอยู่ด้วย โดยอิหร่านยอมรับว่าหากซาอุฯ เข้าไปช่วยเหลือวิกฤตในเลบานอนได้ โดยเฉพาะทางด้านเศรษฐกิจอิหร่านก็จะพอใจมาก ขณะเดียวกันซาอุฯ เองก็ตั้งเงื่อนไขกับอิหร่านไว้พอสมควร ทั้งประเด็นสงครามเยเมนและการแทรกแซงในภูมิภาค เชื่อว่าหากสองประเทศนี้ตกลงกันได้ ไม่ใช่เพียงปัญหาเลบานอนเท่านั้นที่จะคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น แต่สถานการณ์ทั้งภูมิภาคจะดำเนินไปในทิศทางที่ดีขึ้นเช่นกัน

การพูดคุยระหว่างซาอุฯอิหร่านน่าจะทำให้ขั้วการเมืองฝ่ายสุนนีและชีอะฮ์ยอมลดราวาศอก ลดทอนผลประโยชน์เฉพาะฝ่าย ไปสู่การตั้งรัฐบาลใหม่ได้แล้วนำไปสู่การแก้ไขประเด็นต่างๆ ข้างต้นในเลบานอน

เมื่อถามว่ากรอบเวลาฝ่าทางตันน่าจะเป็นอย่างไร? ผศ.ดร.ศราวุฒิ กล่าวว่าสถานการณ์ตึงเครียดในประเทศโดยเฉพาะวิกฤตเศรษฐกิจที่สร้างความโกรธแค้นให้ประชาชนจำนวนมากน่าจะกดดันให้ฝ่ายการเมืองต่างๆ เร่งแก้ปัญหาการเมืองภายใน เนื่องจากหากปล่อยไว้ให้นานกว่านี้อาจลุกลามบานปลายกลายเป็นสงครามกลางเมืองที่ไม่มีใครอยากให้เกิด และสงครามกลางเมืองครั้งนี้จะต่างจากครั้งก่อน เพราะครั้งนี้จะเป็นสงครามระหว่างประชาชนกับบรรดานักการเมืองและผู้บริหารประเทศ

สำหรับกรอบเวลานั้น เชื่อว่าไม่น่าจะเกินปลายปีนี้คงจะได้เห็นการแก้ไขทั้งปัญหาการเมืองและเศรษฐกิจในเลบานอน แต่หากทุกฝ่ายปล่อยทิ้งปัญหาให้ดำเนินอย่างนี้ต่อไป ก็อาจทำให้เลบานอนกลายเป็นอีกรัฐหนึ่งที่เป็นรัฐล้มเหลวในตะวันออกกลาง อันจะส่งผลถึงเสถียรภาพและความมั่นคงในภูมิภาค

การเมืองเลบานอนถึงทางตัน

Back To Top
Search
error: ขอบคุณที่ติดตามครับ