skip to Main Content

เกิดอะไรในโลก : คณะผู้เชี่ยวชาญยูเอ็นจี้สหรัฐ ปิดคุกฉาวกวนตานาโม หลังเปิดมา 20 ปี

คณะผู้เชี่ยวชาญขององค์การสหประชาชาติ ที่ประกอบด้วยคณะทำงาน 2 ชุดด้านการบังคับบุคคลให้สูญหายและการกักขังตามอำเภอใจ และผู้เชี่ยวชาญอิสระด้านสิทธิมนุษยชนอีก 5 คน มีแถลงการณ์จากนครเจนีวา สวิสเซอร์แลนด์ เรียกร้องให้รัฐบาลสหรัฐปิดศูนย์กักขังที่อ่าวกวนตานาโมของคิวบาอันฉาวโฉ่แห่งนี้ แล้วส่งผู้ถูกกักขังที่เหลือกลับบ้าน หรือไปประเทศที่สามที่ปลอดภัย รวมถึงช่วยเยียวยาและชดใช้การถูกทารุณทรมานและกักขังตามอำเภอใจ

รายงานเอเอฟพีเมื่อวันอังคารที่ 11 มกราคม 2022 กล่าวว่า รัฐบาลสหรัฐจัดสร้างเรือนจำพิเศษที่ดูแลโดยกองทัพเรือสหรัฐในคิวบาแห่งนี้ขึ้น เพื่อกักขังผู้ต้องสงสัยใน “สงครามก่อการร้าย” ภายหลังเกิดเหตุวินาศกรรม 11 กันยายน 2001 ในสหรัฐ และใช้จองจำผู้ถูกกักขังคนแรกเมื่อวันที่ 10 มกราคม 2002 ปัจจุบันยังมีผู้ต้องสงสัยก่อการร้ายถูกกักขังอยู่ที่นี่ 39 คน จากที่เคยมีมากเกือบ 800 คน

📌 ไม่มีอะไรคืบหน้า

“20 ปีของการกักขังตามอำเภอใจโดยปราศจากการไต่สวนพิจารณาคดี ควบคู่ไปกับการทารุณทรมานหรือปฏิบัติอย่างเลวร้าย เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ไม่ว่ากับรัฐบาลไหน โดยเฉพาะกับรัฐบาลที่กล่าวอ้างว่าเป็นผู้ปกป้องสิทธิมนุษยชน” ผู้เชี่ยวชาญคณะนี้กล่าวในแถลงการณ์

และในฐานะสมาชิกใหม่ของคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนยูเอ็น จึงมีความสำคัญสำหรับสหรัฐเป็นการเฉพาะ ที่จะต้อง “ปิดบทอันน่าเกลียดของการละเมิดสิทธิอย่างไม่เลิกรา”

พวกเขายังโจมตีระบบยุติธรรมของสหรัฐที่ล้มเหลวในการปกป้องสิทธิมนุษยชนและธำรงหลักนิติธรรม ที่เป็นเหตุให้หลุมดำทางกฎหมายเติบโตได้ในกวนตานาโม

“อ่าวกวนตานาโมเป็นสถานที่ฉาวโฉ่หาใดเปรียบ จำกัดความโดยการใช้การทารุณทรมานอย่างเป็นระบบ และการปฏิบัติที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือย่ำยีศักดิ์ศรีของผู้ชายหลายร้อยคนที่ถูกพาตัวมาสถานที่นี้ และถูกลิดรอนสิทธิขั้นพื้นฐานที่สุดของพวกเขา” คำแถลงกล่าว

ในกลุ่มคนที่ยังถูกกักขังในคุกกวนตานาโม 39 คนตอนนี้ มีบางคนถูกขังอยู่ที่นี่มาตั้งแต่เดือนแรกๆ ที่คุกแห่งนี้เปิดใช้งาน และในจำนวนนี้ 13 คนได้รับอนุญาตให้ย้ายออกแล้ว แต่กระบวนการยังล่าช้าเพราะยังหาสถานที่ที่จะส่งตัวไปไม่ได้ หรือไม่ก็ยังไม่สามารถจัดการส่งกลับประเทศบ้านเกิดได้ อีก 14 คนกำลังพยายามหาทางปล่อยตัว โดย 10 คนอยู่ในขั้นตอนพิจารณาคดี หรือไม่ก็รอการพิจารณาคดี และมี 2 คนถูกศาลตัดสินแล้ว

ผู้ที่ยังถูกขังอยู่จำนวนหนึ่งตกเป็นเป้าการทารุณทรมานของเจ้าหน้าที่สอบปากคำของซีไอเอในช่วงปีแรกๆ ของโครงการคุมขังหลังวินาศกรรม 11 กันยา

ผู้เชี่ยวชาญคณะนี้ซึ่งได้รับการแต่งตั้งโดยยูเอ็น แต่ไม่ได้กล่าวในนามของยูเอ็น ยังชี้ด้วยว่า ระหว่างปี 2002-2021 มีผู้ถูกคุมขัง 9 รายเสียชีวิตที่นี่ โดยมีรายงานว่า 7 รายกระทำอัตวินิบาตกรรม และไม่มีใครถูกตั้งข้อหาดำเนินคดีอาญาเลย

คำแถลงยืนกรานว่า พวกที่ให้อำนาจและดำเนินการทรมานผู้ที่ถูกกักขังในคุกกวนตานาโมควรต้องถูกนำตัวเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม.

📌 มรดกบาปจาก 4 ประธานาธิบดี

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลและบุคคลอื่น ๆ มากมายทั่วโลก ได้รณรงค์อย่างต่อเนื่องเพื่อให้ปิดเรือนจำแห่งนี้ตั้งแต่เริ่มต้น เช่นเดียวกับประธานาธิบดีโอบามา ประธานาธิบดีไบเดน ให้คำสัญญาที่จะปิดเรือนจำแห่งนี้ แต่ยังคงไม่สามารถทำได้ตามนั้น รัฐบาลไบเดนได้ส่งตัวผู้ต้องกักคนหนึ่งออกจากเรือนจำแห่งนี้เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา แต่ยังไม่ได้แต่งตั้งสำนักงานการทูตพิเศษซึ่งเป็นแผนกหนึ่งของกระทรวงการต่างประเทศ ที่จะทำหน้าที่เฉพาะการปิดเรือนจำแห่งนี้ ในทางตรงกันข้ามรัฐบาลประกาศแผนที่จะสร้างห้องพิจารณาใหม่ที่กวนตานาโม และจะยังคงทำงานผ่านคณะกรรมาธิการทหารต่อไป เป็นการกระทำที่ตรงข้ามอย่างสิ้นเชิงกับแผนที่จะปิดสถานที่แห่งนี้

ศาลสิทธิมนุษยชนแห่งยุโรปได้วินิจฉัยให้อิตาลี ลิทัวเนีย มาซิโดเนีย โปแลนด์ และโรมาเนีย ต้องรับผิดในคดีแพ่ง เนื่องจากมีส่วนร่วมในการทรมาน และการบังคับให้สูญหายในช่วงที่รัฐบาลสหรัฐฯ ส่งตัวผู้ต้องสงสัยข้ามประเทศ และกักตัวแบบลับ แต่ที่ผ่านมาสหรัฐอเมริกายังไม่ได้แสดงความรับผิดใด ๆ อย่างจริงจัง ตั้งแต่ผู้ที่ออกคำสั่งให้ทรมานในระดับสูงสุดของรัฐบาล ไปจนถึงผู้ที่ใช้ “เทคนิคการสอบสวนแบบเข้มข้น” ที่ผิดกฎหมาย ยังไม่มีเจ้าหน้าที่คนใดต้องเข้ามารับผิดชอบต่ออาชญากรรมที่ก่อขึ้นเลย ทั้งนี้ควรเริ่มจากการยกเลิกชั้นความลับของข้อมูล และให้เผยแพร่รายงานฉบับเต็มของการสอบสวนของคณะกรรมาธิการวุฒิสภาสหรัฐฯ เกี่ยวกับการทรมานของซีไอเอ

 

 

ที่มา :
thaipost : https://www.thaipost.net/abroad-news/62627/
amnesty : https://www.amnesty.or.th/latest/blog/981/

คณะผู้เชี่ยวชาญยูเอ็นจี้สหรัฐ ปิดคุกฉาวกวนตานาโม หลังเปิดมา 20 ปี

Back To Top
Search
error: ขอบคุณที่ติดตามครับ