อากาศร้อนคร่าชีวิตผู้คนได้อย่างไร หลังคลื่นความร้อนโจมตียุโรปสูงสุดเป็นประวัติการณ์ – White Channel | เวลาละหมาด ข่าวมุสลิม อิสลาม skip to Main Content

เกิดอะไรในโลก : อากาศร้อนทำคนเสียชีวิตได้อย่างไร? หลังคลื่นความร้อนโจมตียุโรปหนักทำอุณหภูมิสูงสุดเป็นประวัติการณ์ จนมีผู้เสียชีวิตหลายพันราย

นับเป็นสัปดาห์ที่ร้อนอบอ้าวมาก ๆ ในต่างประเทศโซนเขตอบอุ่น แต่รู้หรือไม่ว่าคลื่นความร้อนที่กำลังโจมตีโซนยุโรปอยู่นั้น กำลังรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนมีผู้คนเสียชีวิตจากสภาพอากาศที่ร้อนจัด

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา สหราชอาณาจักรอากาศร้อนสุด ทำให้อุณหภูมิภาคพื้นดินพุ่งไปถึง 40 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นสถิติที่ไม่เคยมีมาก่อนในประเทศนี้ ในขณะที่ชาวอเมริกันมากกว่า 100 ล้านอยู่ภายใต้คำเตือนจากรัฐเรื่องความร้อนที่มากเกินไป ความร้อนไม่ได้ทำให้คนไม่สบายตัวเท่านั้น แต่ยังทำให้ถึงแก่ชีวิตได้ด้วย

ในสเปนและโปรตุเกส อุณหภูมิในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา  มีส่วนทำให้ผู้คนเสียชีวิต 1,169 ราย ตามรายงานของ ABC News ซึ่งจำนวนตัวเลขของผู้เสียชีวิตนี้ทำให้เรานึกย้อนไปยังปี 2003 ที่คลื่นความร้อนทำผู้คนเสียชีวิตถึง 14,802 รายในกรุงปารีส ประทศฝรั่งเศส

📌 ความร้อนคร่าชีวิตผู้คนได้จริงเหรอ?

คำตอบคือ ใช่ ส่วนใหญ่ผู้เสียชีวิตจะอยู่ในช่วงวัยของผู้สูงวัย ที่อาศัยอยู่ตามลำพังในอพาร์ตเมนต์ที่ไม่มีเครื่องปรับอากาศ Richard Keller ศาสตราจารณ์ด้านประวัติศาสตร์การแพทย์และชีวจริยธรรมของมหาวิทยาลัยวิสคอนซินเมดิสัน และผู้เขียน “Fatal Isolation : The Devastating Paris Heat Wave of 2003” (สำนักพิมพ์ มหาวิทยาลัยชิคาโก 2015)

📌 เสียชีวิตอย่างไร? อาการเริ่มบ่งบอก

เมื่ออุณหภูมิรอบตัวสูงขึ้น แน่นอนว่า ก็จะทำให้อุณหภูมิของร่างกายสูงตามไปด้วย เมื่ออุณหภูมิแกนกลางของร่างกายสูงเกินไป ทุกอย่างจะเริ่มพังทลาย ลำไส้จะเริ่มหลั่งสารพิษเข้าสู่ร่างกาย เซลล์ต่าง ๆ จะเริ่มตาย และการอักเสบและการตอบสนองจะเริ่มแย่ลง

อีกส่วนของความเลวร้ายคือ ความร้อนที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งกลุ่มเสี่ยงสุดคือกลุ่มผู้อ่อนไหวอย่างผู้สูงอายุ เนื่องจากระบบหัวใจและหลอดเลือด ของพวกเขามีความยืดหยุ่นน้อยกว่าคนหนุ่มสาว ไม่พร้อมที่จะรับการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิที่เกิดขึ้นกระทันหันนี้ได้ ตามข้อมูลจากบทความ Medicine & Exercise 2014

ร่างกายที่ร้อนเกินไปมีคำศัพท์ทางการแพทย์ว่า hyperthermia ระยะแรกคือเพลียจากความร้อน ซึ่งเป็นภาวะที่มีเหงื่อไหลออกมามาก มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน จนถึงเป็นลม ชีพจรเต้นเร็วและผิวหนังเริ่มชื้น รวมไปถึงกล้ามเนื้อเป็นตะคริวบ่อยก็สามารถเป็นสัญญาณเริ่มต้นได้

อาการแรกเริ่มนี้ยังสามารถแก้ได้ ด้วยการย้ายตัวเองไปอยู่ในที่ที่เย็นกว่า คลายเสื้อผ้า หรือใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำเย็นประคบตามร่างกาย แต่ถ้าหากทำแล้วอาการเหล่านั้นไม่ทุเลา คุณจะก้าวเข้าสู่โรคลมแดดอย่างรวดเร็ว ภาวะนี้จะเกิดขึ้นเมื่ออุณหภูมิร่างของร่างกายมนุษย์สูงเกิน 40 องศาเซลเซียส โดยประมาณ

เมื่อร่างกายรับอุณหภูมิดังกล่าวนานเกินไป เหงื่อจะหยุดไหล  ผิวหนังจะแห้งและแดง ชีพจรจะเต้นเร็วขึ้น เขาผู้นั้นจะเริ่มเพ้อคลั่งและอาจหมดสติลงไป เมื่ออุณหภูมิของร่างกายสูงมาก ๆ ร่างกายจะเริ่มออกมาต่อต้าน ด้วยการขยายหลอดเลือดในผิวหนังเพื่อให้เลือดเย็นลง แต่หากเป็นเช่นนั้น ร่างกายจะบีบรัดหลอดเลือดในล้ำไส้ไปด้วย การไหลวัยนเลือดไปยังกระเพาะจะลดลงและจะเพิ่มการซึมผ่านระหว่างเซลล์ในลำไส้ได้ ซึ่งสารพิษสามารถรั่วไหลเข้าสู่กระแสเลือดได้

แต่ยังคงยากที่เราจะบอกได้ว่า ความเสียหายใดเกิดจากความร้อนโดยตรง แต่แน่นอนว่า ความร้อนมีส่วนต่อการเปลี่ยนแปลงในร่างกายทั้งหมด

📌 คลื่นความร้อนมาจากไหน

คลื่นความร้อนที่แผ่กระจายไปทั่วยุโรปคราวนี้เป็นลมอากาศอบอุ่นที่พัดมาจากทะเลทรายซาฮาราทางตอนเหนือของทวีปแอฟริกา ลมแรงหอบความร้อนจากทะเลทรายขึ้นไปในเขตหนาว ขณะที่อุณหภูมิสูงสุดของคลื่นความร้อนในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นไปตามที่นักวิทยาศาสตร์คาดการณ์ไว้ว่า ปรากฏการณ์คลื่นความร้อนปีนี้จะมาเร็วขึ้นเนื่องจากโลกร้อน

นักภูมิอากาศวิทยาของกรมอุตุนิยมวิทยาฝรั่งเศส ระบุว่า นี่คือคลื่นความร้อนมาเร็วที่สุดเป็นประวัติการณ์ของฝรั่งเศส นับตั้งแต่ปี 1947 อุณหภูมิเดือน มิ.ย.พุ่งทุบสถิติในหลายพื้นที่ ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นตัวบ่งบอกการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า อุณหภูมิสูงมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่น่าเป็นห่วง ด้านโฆษกองค์การอุตุนิยมวิทยาโลกในนครเจนีวาของสวิตเซอร์แลนด์ ระบุว่า ผลจากโลกร้อน คลื่นความร้อนจึงเกิดเร็วขึ้น และหากก๊าซเรือนกระจกในชั้นบรรยากาศยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จะทำให้อุณหภูมิโลกเพิ่มขึ้น 2 องศาฯ จากระดับก่อนยุคอุตสาหกรรม

📌 ส่องปัจจัยทำสถานการณ์ยิ่งเลวร้าย

ก่อนหน้าที่จะเกิดคลื่นความร้อน ต้องย้อนไปช่วงเดือนพฤษภาคม อุณหภูมิในหลายประเทศอย่างสเปน และฝรั่งเศส ก็เริ่มอบอุ่นและแล้งกว่าปกติ และพอย่างเข้าสู่ช่วงกลางเดือนมิถุนายน อุณหภูมิก็สูงขึ้นเฉลี่ยถึง 10 องศาเซลเซียสเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของหลายปีก่อน

ส่วนที่สเปน ซึ่งอุณหภูมิค่อยๆ เพิ่มสูงกว่า 40 องศาเซลเซียสตั้งแต่เดือนก่อน ก่อนมาเจอกับเมฆฝุ่นจากทะเลทรายแถบซาฮารา ซึ่งส่งผลกระทบรุนแรง เป็นภัยต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อม

ที่สวิตเซอร์แลนด์ สำนักงานอุตุนิยมวิทยารายงานว่า อุณหภูมิเฉลี่ยเพิ่มขึ้นมาประมาณ 6 องศาเซลเซียส มาอยู่ที่กว่า 30 องศาเซลเซียสในช่วงก่อนคลื่นความร้อน

ขณะเดียวกัน คาดว่าภัยแล้งของยุโรปจะยิ่งทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง โดยตลอดสัปดาห์หน้ายังไม่มีสัญญาณว่าจะมีฝนตกในแถบยุโรป โดยพื้นที่ยุโรปตอนกลางไปจนถึงทางตะวันตกเฉียงเหนือของทะเลดำ จะทำให้เกิดภาวะขาดแคลนน้ำในช่วงเข้าสู่ฤดูร้อน

📌 ย้อนโศกนาฎกรรม Heat Wave in Paris 2003

อากาศที่ร้อนระอุ ได้ทำลายสถิติอากาศร้อนที่สุดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ในเดือนสิงหาคม 2003 ซึ่งคาดว่าหนักสุดในรอบ 500 ปี ซึ่งทำผู้คนเสียชีวิตไปกว่า 20,000 ราย โดยอุณหภูมิภาคพื้นแตะไปถึง 43 องศาเซลเซียส ซึ่งผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ และอาศัยอยู่คนเดียว

ผลกระทบจากคลื่นความร้อนและอากาศที่ร้อนระอุในวันนั้นทำให้ฝรั่งเศสขาดแคลนพื้นที่สำหรับเก็บศพในโรงเก็บศพ มีการฝังศพชั่วคราวในรถบรรทุกห้องเย็น โดยมียอดผู้เสียชีวิตในสหราชอาณาจักร 2,000 ราย โปรตุเกส 2,100 ราย อิตาลี 3,100 ราย ฮอลแลนด์ 1,500 รายและเยอรมนี 300 ราย

นอกจากนี้ ความร้อนในครานั้นยังทำให้แม่น้ำดานูบในเซอร์เบียลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 100 ปี จนทำให้รถถังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งจมอยู่ใต้น้ำมาหลายทศวรรษ สร้างความหวั่นใจต่อผู้คนที่แหวกว่ายในแม่น้ำ เพราะหวั่นเจอระเบิด นอกจากนี้ แม่น้ำแห่งนี้ยังใช้เพื่อการเกษตรปละการประปาสาธารณะ รวมไปถึงการผลิตไฟฟ้าให้กับทั้งเมืองด้วย ทำให้เกิดวิกฤตขาดแคลนหนักพร้อมอากาศที่ร้อนจัด

ยิ่งแย่ไปอีกเมื่อคลื่นความร้อนทำให้เกิดไฟป่า ในหลายประเทศจนทำให้พื้นที่ป่ากว่า 215,000 เฮกตาร์ถูกทำลาย เนื่องจากขาดฝน ปีต่อมาดินถูกักดเวาะจากเหตุการณ์ไฟไหม้ จนทำให้คุณภาพน้ำในแม่น้ำแย่ลงจากเถ้าและดินถูกชะล้างลงสู่แหล่งน้ำ

นอกเหนือจากการเสียชีวิตด้วยอากาศร้อนแล้ว การจมน้ำยังเป็นอีกสาเหตุหนึ่งในปีนั้นด้วย เนื่องจากอากาศร้อนทำให้ผู้คนนับหมื่นพุ่งตัวไปยังแหล่งน้ำต่าง ๆ เพื่อคลายร้อน และพบเคสผู้เสียชีวิตจากการจมน้ำเยอะมากเช่นเดียวกัน

📌 ฝรั่งเศสผ่านเหตุการณ์นี้มาได้อย่างไร

ระบบเตือนภัยของฝรั่งเศสนับตั้งแต่เหตุการณ์ครั้งนั้นมาได้รับเสียงชื่นชมจากองค์การสหประชาชาติ ซึ่งแนะนำให้ประเทศอื่น ๆ อ้างถึงชาติยุโรปเป็นแบบอย่างในการป้องกันภัยที่ดี และรัฐตอบสนองทันทีต่อคลื่นความร้อน

• ฝรั่งเศสขอความช่วยเหลือจากสหภาพยุโรปเพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำประปา

• ข่าวทีวี อินเตอร์เน็ต และหนังสือพิมพ์ก็ได้แจ้งเตือนให้ประชาชนทราบถึงวิธีรับมือกับความร้อน เช่น ดื่มน้ำในปริมาณมาก สวนเสื้อผ้าสบาย ๆ และอยู่ในที่ร่มบ่อย ๆ

• Network Rail และขนส่งสาธารณะอื่น ๆ ได้กำหนดข้อจำกัดความเร็วสำหรับรถไฟเมื่ออุณหภูมิสุงถึง 30 องศาเซลเซียส  เพื่อไม่ให้รถไฟตกราง

📌 ความเข้าใจผิดของคนไทยเรื่องอุณหภูมิ

คนไทยหลายคนมักบอกว่า อุณหภูมิในไทย 40 องศาเซลเซียสคนไทยก็ทนได้สบาย ๆ คนต่างชาติยังทนไม่ได้เท่าคนไทยเลย แต่นั่นเป็นความเข้าใจผิด เพราะอุณหภูมิในโซนเขตอบอุ่นกับเขตร้อนนั้นไม่เหมือนกัน ประเทศไทยอยู่ในเขตเส้นศูนย์สูตร หรือก็คือเขตร้อน และอยู่ในภูมิศาสตร์ที่เป็นป่าดิบชื้น จึงมีอากาศร้อนแบบร้อนชื้น

ซึ่งต่างจากของฝั่งยุโรปหรือเขตอบอุ่นที่มีอากาศร้อนแห้ง เนื่องจากใกล้กับขั้วโลกจึงได้รับอิทธิพลจากคลื่นกดอากาศมากที่สุด และความสุดขั้วของอากาศที่สลับไปมานั่นเอง จึงไม่แปลกที่ผู้คนจะเกิดภาวะช็อกได้ง่าย และอากาศร้อนในโซนยุโรปทำให้ผิวหนังนั้นแสบแดง ที่รุนแรงกว่าเขตร้อนในไทยมาก

 

ที่มา :
spingnews : https://www.springnews.co.th/spring-life/827447?fbclid=IwAR2Y_zewfhevF4ivTRhnfMCbLqxpQRgTf2n_s4puhOWL6dytzpfQx0k3jWA
thairath : https://www.thairath.co.th/news/foreign/2446935

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ที่มา :

spingnews : https://www.springnews.co.th/spring-life/827447?fbclid=IwAR2Y_zewfhevF4ivTRhnfMCbLqxpQRgTf2n_s4puhOWL6dytzpfQx0k3jWA

thairath : https://www.thairath.co.th/news/foreign/2446935

อากาศร้อนคร่าชีวิตผู้คนได้อย่างไร หลังคลื่นความร้อนโจมตียุโรปสูงสุดเป็นประวัติการณ์

Back To Top
Search
error: ขอบคุณที่ติดตามครับ