skip to Main Content

เกิดอะไรในโลก : ค่าครองชีพทั่วโลกพุ่ง ท่ามกลางสภาวะเงินเฟ้อ-อัตราว่างงานสูง

หากชาวอเมริกันเดินเข้าไปในซุปเปอร์มาร์เก็ตช่วงนี้อาจไม่สามารถซื้อของที่ต้องการ โดยเฉพาะอาหารสดและอาหารกระป๋อง ที่สินค้าหมดเกลี้ยงชั้นวาง ยังไม่รวมกับราคาสินค้าที่ปรับแพงขึ้น ส่วนในอังกฤษก็ต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่คล้ายคลึงกันเมื่อค่าครองชีพพุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ ด้านธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ เฟด ได้เตรียมขึ้นอัตราดอกเบี้ยต้นปีนี้เพื่อตรึงราคาอสังหาฯ รวมถึงสินค้าต่างๆ ท่ามกลางตัวเลขเงินเฟ้อที่พุ่งสูง 7 เปอร์เซ็นต์

ราคาข้าวของที่แพงขึ้นถูกมองว่าเป็น ‘ช่วงเปลี่ยนผ่าน’ ที่เกิดขึ้นจากปัญหาห่วงโซ่อุปทานในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และถึงแม้ว่าจะมีสัญญาณว่าแรงกดดันด้านต่างๆ นั้นปรับตัวดีขึ้น ราคาพลังงานในสหรัฐฯ ลดลง 0.4 เปอร์เซ็นต์ ในเดือนพ.ย. ถึง ธ.ค. 2021 แต่เมื่อประเมินตัวเลขราคาพลังงานโดยรวมทั้งปี 2021 แล้วก็จะพบว่าราคาพลังงานได้พุ่งขึ้นมากถึง 30 เปอร์เซ็นต์

📌 ปัจจัยที่โหมกระหน่ำ

เวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรัม ชี้ว่า เงินเฟ้อได้ดันราคาสินค้าเช่นอาหาร ค่าเดินทาง และค่าสาธารณูปโภคให้พุ่งสูงขึ้นทั่วโลก ซึ่งสองในสามของประชากรโลกได้รับผลกระทบจากวิกฤติในครั้งนี้ และผู้ที่มีรายได้น้อยเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด ซึ่งผลสำรวจชี้ว่าครึ่งหนึ่งของผลสำรวจประชากร 20,000 คนใน 30 ประเทศ เผยว่าราคาเสื้อผ้า ที่อยู่อาศัย ค่ารักษาพยาบาล และความบันเทิงต่างๆ มีราคาแพงขึ้น

ผู้เชี่ยวชาญ มองว่า ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดเงินเฟ้อเพราะน้ำมันมีส่วนสำคัญในการขนส่งสินค้า ขณะที่ปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบ รวมถึงเศรษฐกิจหลังจากแต่ละประเทศเริ่มผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์จนดีมานด์พุ่ง ก็ส่งผลต่อเงินเฟ้อเช่นกัน

📌 รัฐบาลมาเลเซียทุ่มงบช่วยประชาชนคุมราคาสินค้า 

รัฐบาลมาเลเซียประกาศทุ่มงบประมาณ 162 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 5,350 ล้านบาท เพื่อควบคุมราคาสินค้าอุปโภคบริโภคในประเทศ เช่นราคาวัตถุดิบประกอบอาหารอย่าง น้ำมัน และแป้งอเนกประสงค์ นอกจากนี้จะมีการดำเนินโครงการกำหนดมาตรฐานราคาสินค้า โดยภาครัฐจะเป็นฝ่ายชำระค่าขนส่งสินค้าจากผู้จำหน่ายต้นทาง ไปยังพื้นที่ห่างไกล

ซึ่งโครงการดังกล่าวจะส่งผลให้สินค้าถูกจำหน่ายตามราคามาตรฐาน เนื่องจากภาครัฐจะเป็นฝ่ายแบกรับส่วนต่างค่าขนส่ง นับเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ประชาชนในพื้นที่ห่างไกลสามารถซื้อสินค้าในราคามาตรฐานเช่นเดียวกับประชาชนในเมืองใหญ่ เบื้องต้นมีจุดจัดจำหน่ายสินค้าไปยังชุมชนท้องถิ่นมากถึง 2,000 จุด

ขณะเดียวกันผู้ค้าปลีกรายใหญ่ของมาเลเซียชี้ว่า ราคาอาหารแห้งและเสื้อผ้านั้นมีแนวโน้มปรับขึ้น 10 เปอร์เซ็นต์ เป็นผลกระทบจากปัญหาการค้าโลก ราคาวัตถุดิบที่พุ่งสูง และค่าขนส่ง

📌 สหรัฐฯ เงินเฟ้อพุ่ง สินค้าแพง

สำนักข่าวบีบีซี รายงานว่า ราคาสินค้าในสหรัฐอเมริกาปรับสูงขึ้นรวดเร็วที่สุดในรอบ 40 ปี ส่วนอัตราเงินเฟ้อเมื่อเดือนธันวาคม 64 อยู่ที่ 7 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า นับว่าปลายปีที่แล้วอัตราเงินเฟ้อในสหรัฐฯ ปรับขึ้นกว่า 6 เปอร์เซ็นต์ เป็นเวลาติดต่อกัน 3 เดือน ซึ่งราคาอสังหาฯ รถยนต์มือสอง และรถบรรทุก เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้อัตราเงินเฟ้อเพิ่มสูง ส่วนดัชนีราคาผู้บริโภค หรือ ซีพีไอ ปรับขึ้น 0.5 เปอร์เซ็นต์

ด้านนายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระบุว่า ปัญหาเงินเฟ้อเป็นปัญหาที่กลุ่มประเทศพัฒนาแล้วทั่วโลกต้องเผชิญหลังจากที่เศรษฐกิจได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 สอดคล้องกับ องค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ ที่ชี้ว่า อัตราเงินเฟ้อในประเทศสมาชิกพุ่งสูงสุดในรอบ 25 ปี

สหรัฐอเมริกาต้องเผชิญกับตัวเลขเงินเฟ้อที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ส่วนหนึ่งเกิดจากดีมานด์จากภาคครัวเรือน ที่การจับจ่ายใช้สอยได้ถูกกระตุ้นด้วยงบประมาณช่วยเหลือในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และมีการเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้จ่ายช่วงเกิดโรคระบาด เช่น ใช้เงินซื้อเฟอร์นิเจอร์ แทนการใช้เงินเพื่อเดินทาง ด้านนักเศรษฐศาสตร์หวังว่าความกดดันทางเศรษฐกิจต่างๆ จะค่อยดีขึ้นหลังการแพร่ระบาด แต่ปัญหาในภาคการผลิต และการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 กลายพันธุ์ ได้ซ้ำเติมสถานการณ์ทำให้ปัญหาข้าวยากหมากแพงคงอยู่นานกว่าที่คาด

📌 สหราชอาณาจักรเผชิญ “วิกฤติค่าครองชีพ”

ตัวเลขเงินเฟ้อในสหราชอาณาจักรปรับสูงขึ้น 5.1 เปอร์เซ็นต์เมื่อเดือน พ.ย. 2021 ขณะที่ราคาน้ำมันพุ่งสูงทุบสถิติ และชิปคอมพิวเตอร์ขาดแคลนจนกระทบต่อราคารถยนต์ สำนักงานสถิติแห่งชาติอังกฤษ ระบุว่า ตัวเลขเงินเฟ้อนั้นสูงกว่าคาดการณ์ ทำให้ดัชนีราคาผู้บริโภครายปีพุ่งสูงที่สุดในรอบ 10 ปี ด้านนักวิเคราะห์มองว่าอัตราเงินเฟ้อได้เพิ่มแรงกดดันให้ธนาคารกลางอังกฤษเพิ่มอัตราดอกเบี้ย

ค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้นจะส่งผลกระทบต่อครอบครัวรายได้น้อยซึ่งมีแนวโน้มต้องใช้จ่ายเงินไปกับค่าพลังงานอย่างเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งครอบครัวที่มีระดับรายได้ต่ำที่สุด จะต้องใช้เงินไปกับค่าแก๊สและไฟฟ้าเพิ่มขึ้นจาก 8.5 เปอร์เซ็นต์ เป็น 12 เปอร์เซ็นต์ ของรายได้ ขณะที่ครอบครัวที่มีรายได้สูงเองก็ใช่ว่าจะมีภาระน้อยลง เนื่องจากครอบครัวที่มีรายได้สูงจะต้องแบกรับภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและประกันสังคมที่ปรับขึ้น ทำให้ในปีนี้ประชาชนในสหราชอาณาจักรต้องแบกรับรายจ่ายที่หนักหน่วง ทั้งภาษีและราคาพลังงานที่แพงหูฉี่ จนเรียกได้ว่าเป็น “วิกฤติค่าครองชีพ” และราคาพลังงานอาจสูงขึ้นสองเท่าหากรัฐบาลไม่เข้ามาควบคุม

📌 ผลที่ตามมาอย่างช่วยไม่ได้

นอกจากนี้องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ออกมารายงานว่า การชะงักงันของระบบเศรษฐกิจ เช่นเดียวกันกับการจ้างงานที่ตกต่ำลง ทำให้เกิดอัตราการว่างงานที่พุ่งสูงขึ้นในทั่วโลก พร้อมชี้ว่า สายพันธุ์กลายพันธุ์ที่เกิดขึ้นมาเรื่อยๆ ทำให้อัตราการมีงานทำตกต่ำลงไปด้วยเช่นกัน

รายงานจากทางองค์การแรงงานระหว่างประเทศระบุว่า อัตราการว่างงานในตอนนี้จะยังคงอยู่เหนืออัตราในปี 2019 ไปจนกว่าจะถึงปี 2023 และผลกระทบดังกล่าวจะต้องใช้เวลานานหลายปีในการฟื้นตัวกลับมาให้เป็นเหมือนเดิม ทั้งนี้ ทางองค์การได้ชี้ว่าอัตราการจ้างงานที่ย่ำแย่ลงกว่าเคย เกิดจากสายพันธุ์กลายพันธ์ใหม่ในช่วงฤดูใบไม้ผลิของปี 2019ที่ผ่านมา

การเกิดสายพันธุ์กลายพันธุ์ใหม่ส่งผลกระทบต่อการเติบโตและมาตรการการจ้างงานในทั่วโลก ทั้งนี้ องค์การแรงงานระหว่างประเทศประมาณการตัวเลขตำแหน่งงานที่ว่างลงเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวเป็น 52 ล้านตำแหน่งทั่วโลกในปี 2022 เมื่อเทียบกับไตรมาสสุดท้ายของปี 2019 ซึ่งเป็นช่วงเวลาก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 จากการปรับปรุงการแสดงอัตราตลาดแรงงานเมื่อเดือน พ.ค. 2021 ที่ 26 ล้านตำแหน่ง

จากรายงานเปิดเผยอีกว่า อัตราการว่างงานของโลกจะยังคงตัวอยู่ที่ 207 ล้านตำแหน่ง ปรับตัวน้อยลงเพียงเล็กน้อยเมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อนที่ 214 ล้านตำแหน่ง ต่างจากปี 2019 ที่มีอัตราการว่างงานอยู่ที่ 186 ล้านตำแหน่ง

อย่างไรก็ดี องค์การแรงงานระหว่างประเทศระบุว่า ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ตัวเลขอัตราการว่างงานจริงอาจมีมากกว่า “อย่างเห็นได้ชัด” เมื่อเทียบกับตัวเลขการประมาณการจากทางองค์การ เนื่องจากมีผู้คนจำนวนมากหลุดออกจากตลาดแรงงานโดยสิ้นเชิง ทั้งนี้ มีการคาดเดาว่าตัวเลขการหางานทำจะมีอยู่ที่อัตรา 59.3% ในปี 2023 ต่ำกว่าปี 2019 อยู่ที่ 1.2%

📌 เผยความไม่เท่าเทียมโลก

กี ไรเดอร์ ผู้อำนวยการองค์การแรงงานระหว่างประเทศระบุว่า “สองปีตลอดวิกฤตการณ์ ผลลัพธ์ยังคงเปราะบางและหนทางสู่การฟื้นฟูยังคงเชื่องช้าและไม่แน่นอน เราได้เห็นผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับตลาดแรงงานที่จะคงอยู่ไปอีก พร้อมๆ กันกับความน่าวิตกกังวลถึงการเพิ่มขึ้นของภาวะความยากจนและความไม่เท่าเทียม แรงงานหลายคนถูกเรียกร้องให้เปลี่ยนงานทำในรูปแบบใหม่ อาทิ การตอบรับกับปัญหาการเดินทางและท่องเที่ยวที่ตกต่ำมาอย่างยาวนาน”

นอกจากนี้ ไรเดอร์ชี้ว่า “มันไม่มีการฟื้นฟูที่แท้จริงจากการแพร่ระบาด หากปราศจากการเข้าไปฟื้นฟูตลาดแรงงานที่ครอบคลุม และเพื่อจะให้เกิดความยั่งยืน การฟื้นฟูในครั้งนี้จะต้องอยู่บนพื้นฐานของงานที่ดีและมีคุณค่า รวมถึงด้านสาธารณสุขและความปลอดภัย ความเท่าเทียม ประกันสังคมและการเจรจาทางสังคม”

องค์การแรงงานระหว่างประเทศชี้ว่า เชื้อกลายพันธุ์เดลตาและโอไมครอนเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้การคาดการณ์ตลาดแรงงานสำหรับปี 2023เลวร้ายลง พร้อมกันนี้ องค์การแรงงานระหว่างประเทศย้ำเตือนว่าเชื้อกลายพันธุ์จะทำให้เกิดความไม่แน่นอนที่จะส่งผลตามมาในอนาคตของการแพร่ระบาด

การแพร่ระบาดของโควิด-19 ช่วยเปิดเผยความไม่เท่าเทียมที่แฝงตัวอยู่ในโลก โดยองค์การแรงงานระหว่างประเทศชี้ว่าประเทศรายได้สูง ซึ่งมีอัตราส่วนการฉีดวัคซีนสูงกว่านั้น มีอัตราการฟื้นฟูของตลาดแรงงานที่ดีกว่า โดยอัตราการว่างงานที่ลดต่ำลงกว่าครึ่งของโลก มีที่มามาจากประเทศพัฒนาแล้วเป็นส่วนใหญ่ ในขณะที่แรงงานจากประเทศพัฒนาแล้วคิดเป็นอัตราส่วนเพียงแค่ 1 ใน 5 ของโลกเท่านั้น ทั้งนี้ ประเทศรายได้ปานกลางและรายได้ต่ำคือประเทศที่ประสบกับชะตากรรมอันเลวร้ายตลอดการแพร่ระบาดนี้

 

 

ที่มา :
thairath : https://www.thairath.co.th/news/foreign/2290089
voicetv : https://voicetv.co.th/read/q8vaPjvhe

 

ค่าครองชีพทั่วโลกพุ่ง ท่ามกลางสภาวะเงินเฟ้อ-อัตราว่างงานสูง

Back To Top
Search
error: ขอบคุณที่ติดตามครับ