skip to Main Content

นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวว่า จากนี้ ประเทศไทยจะเกิดปรากฎการณ์ใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน โดยห้างสรรพสินค้า และร้านสะดวกซื้อจะไม่มีถุงก๊อบแก๊บแบบหูหิ้วให้ใช้อีกต่อไป ซึ่งจะเริ่มวันที่ (1ม.ค.) โดยงดให้บริการถุงพลาสติกหูหิ้วมีความหนาน้อยกว่า 36 ไมครอน เป็นแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง

ส่วนถุงพลาสติกแบบอื่น เช่น ถุงร้อนใส่อาหาร ใส่ข้าวแกง ก๋วยเตี๋ยว หรือพลาสติกหุ้มอาหารและของแช่แข็ง และพลาสติกหูหิ้วหนาๆ ที่สามารนำกลับมาใช้ซ้ำได้จะยังคงใช้ต่อไป จนกว่าจะมีวัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมใช้ทดแทนได้อย่างเพียงพอ ซึ่งจะขอความร่วมมือจากกระทรวงอุตสาหกรรมเกี่ยวกับมาตรการด้านภาษีสำหรับสินค้านวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมด้วย

นายวราวุธ กล่าวว่า การงดใช้ถุงพลาสติกหูหิ้วและพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งได้รับความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายภาคเอกชน ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า ซูเปอร์มาเก็ต ตลอดจนร้านสะดวกซื้อ กว่า 75 บริษัท ทั่วประเทศ และคาดว่าจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ มาร่วมกันขับเคลื่อนนโยบายนี้
ทั้งนี้จากผลสำรวจดุสิตโพลที่ผ่านมา ประชาชนร้อยละ 90 เห็นด้วยกับนโยบายงดแจกถุงฯ และมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตนเองกันบ้างแล้ว ในขณะที่ห้างร้าน ผู้ประกอบการทุกแห่ง ได้เตรียมมาตรการรองรับ ที่ยังคงคำนึงถึงผลกระทบและอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้ามากที่สุด
อาทิ การเตรียมบริการถุงกระดาษ หรือถุงผ้าจำหน่ายในราคาที่ไม่แพง หรือหากจำเป็นต้องรับถุงพลาสติกหูหิ้ว ลูกค้าต้องเสียค่าใช้จ่าย โดยนำเงินที่ได้เข้าร่วมกองทุนด้านสิ่งแวดล้อมหรือบริจาคให้กับโรงพยาบาลหรือมูลนิธิต่างๆ ต่อไป รวมทั้งการให้แต้มสะสมคะแนน เมื่อไม่รับถุง เป็นต้น อีกทั้งยังมีการเตรียมความพร้อมผู้ให้บริการในการสร้างความเข้าใจและตอบคำถามกับลูกค้าที่อาจแสดงความไม่พอใจในช่วงแรกๆ คาดการณ์ว่าในช่วง 2-3 เดือนแรก อาจเกิดความไม่เข้าใจและมีความวุ่นวายอยู่บ้าง แต่หลังจากนั้นสถานการณ์จะดีขึ้น ประชาชนจะให้ความร่วมมือมากขึ้น ซึ่งผู้ประกอบการทุกแห่งพร้อมเดินหน้าและร่วมมือกันสร้างความเคยชินให้กับลูกค้า
กล่าวอีกว่า 20 ปีที่ผ่านมา มีการนำพลาสติกและโฟมมาใช้มากขึ้นในรูปแบบของบรรจุภัณฑ์ต่างๆ มีการใช้ถุงพลาสติกหูหิ้วถึงจำนวน 45,000 ล้านใบต่อปี โฟมบรรจุอาหาร 6,758 ล้านใบต่อปี แก้วพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง 9,750 ล้านใบต่อปี ซึ่งเหล่านี้เป็นวัสดุที่ย่อยสลายยาก ใช้ระยะเวลายาวนานกว่า 400 ปี

รัฐบาลตั้งเป้าหมายการลดใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง ภายในปี 2565 ด้วยการใช้วัสดุทดแทนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการนำขยะพลาสติกกลับมาใช้ประโยชน์ 100% ภายในปี 2570 ซึ่งจะช่วยลดปริมาณพลาสติกที่ต้องนำไปกำจัดได้ประมาณ 780,000 ตันต่อปี ประหยัดงบประมาณในการจัดการขยะมูลฝอย 3,900 ล้านบาท/ปี ประหยัดพื้นที่รองรับและกำจัด
รวมทั้งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 1,200,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ จึงจำเป็นต้องอาศัยการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชน ในการลดรับ-ลดให้ ลดใช้ถุงพลาสติกอย่างจริงจัง
อย่างไรก็ตามได้ตั้งเป้าจะยกเลิกการใช้พลาสติกประเภทครั้งเดียวทิ้ง 4 ชนิด ได้แก่ ถุงพลาสติกหูหิ้ว หลอดพลาสติก แก้วพลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้ง และกล่องโฟม ให้หมดไปจากประเทศไทยเร็วขึ้น จากภายในปี 2565 เป็นภายในปี 2564 โดยปีหน้าจะเตรียมนำเสนอเป็นกฎหมายบังคับต่อไป
ทั้งนี้ ทส.ได้ระบุสินค้าผ่อนผันที่ยังสามารถใช้ถุงพลาสติกได้อยู่ 4 ชนิด ได้แก่ อาหารที่ต้องอุ่นร้อน ,อาหารเปียก ,เนื้อสัตว์ และผลไม้

————————————————
#White news #แจกถุง #พลาสติก
#งด #สิ่งแวดล้อม #ถุงก๊อบแก๊บ

งดแจกถุงพลาสติกทั่วประเทศ เผย 4 สินค้าผ่อนผัน ที่ยังใส่ถุงได้

Back To Top
×Close search
Search