skip to Main Content

เกิดอะไรในโลก : จอร์แดนจะจัดหาพลังงานแสงอาทิตย์ให้กับอิสราเอล ซึ่งจะส่งน้ำกลั่นจากน้ำทะเลให้จอร์แดนเป็นการตอบแทน

จอร์แดนจะจัดหาพลังงานแสงอาทิตย์ให้กับอิสราเอลซึ่งจะส่งน้ำกลั่นจากน้ำทะเลให้จอร์แดนเป็นการตอบแทนภายใต้การประกาศเจตนาที่ทั้งสองประเทศลงนามเมื่อวันจันทร์ (22 พ.ย.) ความเคลื่อนไหวที่ถูกคัดค้านโดนหลายฝ่ายที่มองว่าเป็นความพยายามผลักดันให้อัมมานพึ่งพาเทลอาวีฟมากขึ้น

รัฐมนตรีจากประเทศเพื่อนบ้านในทะเลทรายได้ลงนามในข้อตกลงที่สหรัฐฯ เป็นนายหน้าในงาน Dubai Expo โดยมี John Kerry ผู้แทนพิเศษประธานาธิบดีสหรัฐฯ ด้านสภาพอากาศเข้าร่วม โดยฝ่ายจอร์แดนมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงน้ำและชลประทานเป็นผู้ลงนามขณะที่ฝ่ายอิสราเอลมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเป็นผู้ลงนาม

“ตะวันออกกลางเป็นแนวหน้าของวิกฤตสภาพภูมิอากาศ” Kerry กล่าวในแถลงการณ์ “การทำงานร่วมกันเท่านั้นที่ประเทศต่างๆ ในภูมิภาคนี้จะสามารถก้าวไปสู่ระดับของความท้าทายได้”

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งเมื่อปีที่แล้วได้ปรับความสัมพันธ์ให้เป็นปกติกับอิสราเอล มีรายงานว่าจะสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในพื้นที่ทะเลทรายที่ห่างไกลของจอร์แดนโดยบริษัท Masdar ซึ่งรัฐเป็นเจ้าของ ซึ่งมูลค่าของโครงการยังไม่ได้เปิดเผย

Karine Elharrar รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานของอิสราเอลกล่าวว่าข้อตกลงระหว่างอิสราเอลกับจอร์แดนนั้น “สำคัญที่สุด” นับตั้งแต่อดีตศัตรูได้ลงนามในสนธิสัญญาสันติภาพในปีค.ศ.1994

“ประโยชน์ของข้อตกลงนี้ไม่ได้อยู่แค่ในรูปของพลังานสีเขียวหรือน้ำกลั่นเท่านั้น แต่ยังเป็นการกระชับความสัมพันธ์กับเพื่อนบ้านที่มีพรมแดนติดกับอิสราเอลที่ยาวที่สุดด้วย”

“การศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการจะเริ่มในปีหน้า” เจ้าหน้าที่ทูตอิสราเอลประจำสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์กล่าว

จอร์แดนเป็นหนึ่งในประเทศที่ขาดน้ำมากที่สุดในโลก และความร่วมมือด้านน้ำกับอิสราเอลเกิดขึ้นก่อนทั้งสองจะสถาปนาความสัมพันธ์อย่างเป็นทางการเสียอีก

อิสราเอลยังเป็นประเทศที่ร้อนและแห้งแล้ง แต่เทคโนโลยีการกลั่นน้ำทะเลขั้นสูงได้เปิดโอกาสให้ขายน้ำจืดได้

การประกาศเจตจำนงระบุว่าโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ของจอร์แดนที่มีกำลังการผลิต 600 เมกะวัตต์จะส่งออกพลังงานสีเขียวไปยังอิสราเอล ซึ่งจะจัดหาน้ำกลั่นจากน้ำทะเลให้กับจอร์แดนสูงถึง 200 ล้านลูกบาศก์เมตร

เมื่อโรงไฟฟ้าเปิดดำเนินการแล้ว คาดว่าจะผลิตพลังงานได้ 2% ของพลังงานที่ผลิตได้ในอิสราเอลในปี 2030

ทั้งสองฝ่ายยังไม่ได้ตัดสินใจว่าข้อตกลงนี้จะมีอายุนานแค่ไหน แต่เส้นตายของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ต้องเริ่มดำเนินการได้ในปี 2026

จอร์แดนซึ่งเกือบจะไม่มีทางออกสู่ทะเล กำลังเผชิญกับแนวโน้มด้านน้ำที่เลวร้ายเมื่อจำนวนประชากรเพิ่มขึ้นและอุณหภูมิก็สูงขึ้น

ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าความร่วมมือในอนาคตจะช่วยปรับปรุงความสัมพันธ์ ซึ่งกษัตริย์ Abdullah ของจอร์แดนได้อธิบายว่าเป็น “สันติภาพเย็นชา” อันหมายถึงภาวะที่อดีตคู่ขัดแย้งซึ่งเคยทำสงครามระหว่างกันในอดีตแต่ปัจจุบันไม่ได้สู้รบกันด้วยอาวุธแล้วและอย่างน้อย 1 ฝ่ายยังปฏิบัติตามสันธิสันติภาพระหว่างกันอยู่แม้ว่ายังมีกระแสต่อต้านภายในประเทศเช่นการเดินขบวนประท้วง แต่ไม่ถึงขั้นใช้ความรุนแรง

ภายใต้สนธิสัญญาสันติภาพปี 1994 รัฐยิวยอมรับการกำกับดูแลสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวมุสลิมของจอร์แดนในเยรูซาเล็มตะวันออก ซึ่งอิสราเอลถูกยึดครองมาตั้งแต่ปี 1967 และต่อมาถูกผนวกรวมเข้าด้วยกัน

แต่มักจะมีการประท้วงในจอร์แดนที่เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันกับชาวปาเลสไตน์

ความสัมพันธ์ระหว่างอัมมานกับเทลอาวีฟไม่ค่อยดีนักใน Benjamin Netanyahu อดีตนายกรัฐมนตรีของอิสราเอล แต่ในยุคของ Naftali Bennett ซึ่งเข้ารับตำแหน่งนายกฯ ในเดือนมิถุนายนได้ให้ความสำคัญกับการกระชับความสัมพันธ์กับอัมมานเป็นลำดับแรก ปูทางสู่การบรรลุข้อตกลงล่าสุด

แม้ว่าอิสราเอลและจอร์แดนจะเป็นศัตรูกันหลังสงคราม 1948 ที่นำไปสู่การสร้างรัฐอิสราเอล พวกเขาก็จัดการประชุมความร่วมมือทางน้ำที่ช่วยกำหนดข้อตกลงสันติภาพของพวกเขา

พวกเขาประกาศในเดือนกรกฎาคมว่าอิสราเอลจะขายน้ำ 50 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปีให้กับจอร์แดน เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าของที่มีอยู่ และในเดือนตุลาคมก็ตกลงที่จะเพิ่มปริมาณน้ำอีก

📌 เสียงคัดค้านจากประชาชน

เมื่อมีข่าวเกี่ยวกับข้อตกลงดังกล่าวออกมา ชาวจอร์แดนจำนวนมากบนโซเชียลมีเดียก็แสดงท่าทีปฏิเสธข้อตกลงดังกล่าวอย่างเปิดเผย

“พวกไซออนิสต์ขโมยก๊าซของเราเพื่อขายก๊าซนั้นในราคาไร้สาระเพื่อผลิตไฟฟ้าในภายหลัง… จากนั้นเราก็จ่ายไฟฟ้าให้พวกเขา…เพื่อแลกกับน้ำที่พวกเขาขโมยมาจากเรา… การปรับสัมพันธ์เป็นปกติกับอิสราเอลเป็นการทรยศและใครก็ตามที่มีส่วนร่วมในข้อตกลงดังกล่าวก็เป็นคนทรยศโดยไม่คำนึงถึงตัวตนและตำแหน่งของเขา” Waleed Oleimat กล่าวในทวิตเตอร์ของเขา

คนอื่นๆ เชื่อว่า ข้อตกลงนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้าง “สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม” เพื่อบังคับให้ชาวจอร์แดนยอมรับความสัมพันธ์กับอิสราเอล เพื่อเป็นก้าวหนึ่งในการบังคับใช้ “ข้อตกลงแห่งศตวรรษ” ของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ เพื่อแก้ไขความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและปาเลสไตน์

Hisham al-Bustani ผู้ประสานงานการรณรงค์ที่จัดโดยพรรคการเมืองและบุคคลผู้มีอิทธิพลต่อข้อตกลงก๊าซในปี 2016 ระหว่างจอร์แดนและอิสราเอลกล่าวว่า “ข้อตกลงนี้มีจุดมุ่งหมาย…เพื่อให้แน่ใจว่าอิสราเอลจะมีอำนาจเหนือภูมิภาคผ่านโครงการเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญที่เกี่ยวข้องกับพลังงานและน้ำ”

“น้ำและพลังงานแสงอาทิตย์มีจุดมุ่งหมายเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการเชื่อมต่อโครงข่ายอินทรีย์อย่างลึกซึ้ง ข้อตกลง Wadi Araba ซึ่งลงนามในปี 1994 ได้วางความั่นคงด้านน้ำของจอร์แดนไว้ในมือของพวกไซออนิสต์ และข้อตกลงการนำเข้าก๊าซได้ทำให้ความมั่นคงด้านพลังงานและไฟฟ้าในจอร์แดนอยู่ในมือของพวกไซออนิสต์” เขากล่าว

“วันนี้ การเชื่อมโยงแบบคู่นี้ได้ขยายไปสู่ข้อตกลงด้านพลังงานและน้ำในโครงการไตรภาคีขนาดยักษ์โครงการจอร์แดน-เอมิเรตส์-ไซออนิสต์ เพื่อให้แน่ใจว่าการพึ่งพาอาศัยกันและการเชื่อมต่อโครงข่ายนั้น” เขากล่าวเสริม

ในขณะเดียวกัน นักการเมืองชาวจอร์แดนบางคนกลัวว่ารัฐบาลจะไม่ยื่นข้อตกลงต่อรัฐสภาตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 33 ของรัฐธรรมนูญจอร์แดนคล้ายกับที่ทำกับข้อตกลงเรื่องก๊าซกับอิสราเอล

“การไม่เสนอข้อตกลงต่อสภาผู้แทนราษฎรแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลไม่สนใจสภา และรัฐบาลต้องรับผิดชอบต่อการตัดสินใจอย่างทันทีทันควันนี้” Saleh al-Armouti สมาชิกรัฐสภาและอดีตประธานสมาคมทนายความกล่าวกับ Middle East Eye

“ข้อตกลงนี้เป็นอันตรายต่อจอร์แดน เพราะมันสร้างความชอบธรรมในการยอมรับอิสราเอล”

📌 พวกเขา ‘ต้องการ’ กันและกัน

ในฐานะที่เป็นหนึ่งในประเทศที่ขาดน้ำมากที่สุดในโลก ปัญหาการขาดแคลนน้ำของจอร์แดนอยู่ที่ 40 ล้านลูกบาศก์เมตรในปีนี้ จากข้อมูลของ Bashar al-Bataineh เลขาธิการของการประปาส่วนภูมิภาคของกระทรวงน้ำและการชลประทาน

Mohammad al-Najjar รัฐมนตรีกระทรวงน้ำและการชลประทานของจอร์แดนกล่าวว่า “การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการไหลเข้าของผู้ลี้ภัยทำให้ความท้าทายด้านน้ำของจอร์แดนแย่ลงไปอีก อย่างไรก็ตาม มีโอกาสมากมายสำหรับความร่วมมือระดับภูมิภาคเพื่อช่วยเพิ่มความยั่งยืนในภาคส่วนนี้

อัมมานได้เดินทางไปอิสราเอลเพื่อซื้อปริมาณน้ำเพิ่มเติม 50 ล้านลูกบาศก์เมตรในเดือนตุลาคม เพิ่มเติมจาก 55 ล้านลูกบาศก์เมตรที่ได้รับแล้วก่อนหน้า ตามที่ระบุไว้ในข้อตกลงสันติภาพที่ลงนามระหว่างสองประเทศในปีค.ศ.1994

จอร์แดนกล่าวเมื่อวันจันทร์ว่าข้อตกลงดังกล่าวไม่ได้มีผลผูกพัน “ทางกฎหมายหรือทางเทคนิค” และจะดำเนินการได้ก็ต่อเมื่อได้รับน้ำตามปริมาณที่ตกลงกันไว้” Omar Salamah โฆษกกระทรวงน้ำและการชลประทานกล่าว

อิสราเอลพยายามหาทางขายน้ำกลั่นให้เพื่อนบ้านมานานแล้ว แต่ราชอาณาจักรฮัชไมต์ก็ยังต่อต้านอยู่

อดีตรองนายกรัฐมนตรี Jawad al-Anani เชื่อว่า “จอร์แดนต้องการน้ำปริมาณมาก สิ่งที่เราได้จากข้อตกลงนี้ไม่เพียงพอ เกี่ยวกับสิ่งที่กำลังหมุนเวียนเกี่ยวกับข้อตกลงน้ำและไฟฟ้าระหว่างจอร์แดนและอิสราเอล มีหลายประเทศในโลก แลกเปลี่ยนน้ำและไฟฟ้าข้ามพรมแดนตามที่พวกเขาเห็นว่าเป็นประโยชน์”

“ประเด็นนี้ละเอียดอ่อนเพราะเกี่ยวข้องกับอิสราเอล องค์กรภาคประชาสังคมหลายแห่งในจอร์แดนชี้ให้เห็นว่าขั้นตอนนี้มีความเสี่ยงทางการเมือง เนื่องจากอิสราเอลอาจเปลี่ยนใจ รัฐบาลจอร์แดนควรกำหนดให้อิสราเอลซื้อไฟฟ้าในขณะที่กำลังเจรจาข้อตกลงซื้อก๊าซในปี 2016”

Anani กล่าวเสริมว่าแผนการกลั่นน้ำทะเลจากทะเลแดงของจอร์แดน หรือโครงการผู้ให้บริการน้ำแห่งชาติยังคงต้องใช้เวลาอีกนานในการดำเนินการ และจอร์แดนจำเป็นต้องครอบคลุมความต้องการสำหรับฤดูร้อนหน้า

“อิสราเอลเป็นประเทศที่ใกล้ที่สุดในการซื้อน้ำและทั้งสองฝ่ายต่างก็ต้องการกันและกัน ทะเลทรายจอร์แดนที่มีประสิทธิภาพสูงในการผลิตกระแสไฟฟ้าด้วยพลังงานแสงอาทิตย์” เขากล่าว

ในปีนี้รัฐบาลจอร์แดนได้ประกาศความตั้งใจที่จะเริ่มดำเนินโครงการยุทธศาสตร์สำคัญ ซึ่งมีมูลค่าประมาณ 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อกลั่นน้ำทะเลในอ่าว Aqaba

โครงการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อถ่ายโอนน้ำ 250 ถึง 300 ล้านลูกบาศก์เมตรจากอ่าว Aqabaในทะเลแดงไปยังทุกภูมิภาคของจอร์แดน แต่ก็ยังต้องใช้เวลาหลายปีกว่าที่แผนจะสำเร็จ

ที่มา :
alaraby : https://english.alaraby.co.uk/news/israel-jordan-agree-us-brokered-solar-power-water-deal
middleeasteye : https://www.middleeasteye.net/news/israel-jordan-sign-uae-brokered-deal-to-swap-solar-energy-and-water

จอร์แดนจัดหาพลังงานแสงอาทิตย์ให้กับอิสราเอล แลกน้ำกลั่นจากน้ำทะเล

Back To Top
Search
error: ขอบคุณที่ติดตามครับ