skip to Main Content

เกิดอะไรในโลก : จับตา สีจิ้นผิง ใช้โอกาสประชุมร่วม โจ ไบเดน เตือนสหรัฐฯ ให้ ‘ยอมถอย’ ในประเด็นไต้หวัน

ประธานาธิบดี โจ ไบเดน ของสหรัฐฯ และประธานาธิบดี สีจิ้นผิง ของจีน เตรียมประชุมสุดยอดร่วมกันผ่านระบบ Virtual เป็นครั้งที่ 3 ในช่วงเย็นวันนี้ (15 พฤศจิกายน) ตามเวลาท้องถิ่นของสหรัฐฯ หรือเช้าวันพรุ่งนี้ (16 พฤศจิกายน) ตามเวลาในปักกิ่ง

นับตั้งแต่ไบเดนก้าวขึ้นมาดำรงตำแหน่งผู้นำสหรัฐฯ ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา ผู้นำทั้งสองประเทศเคยต่อโทรศัพท์สายตรงพูดคุยกันแล้ว 2 ครั้ง ทั้งคู่พูดคุยกันในประเด็นที่อาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ รวมถึงประเด็นการดำเนินการทางเศรษฐกิจของจีน ที่ไบเดนระบุว่าเป็นในลักษณะบีบบังคับและไม่เป็นธรรม รวมถึงเตือนสีจิ้นผิงเกี่ยวกับความกังวลของชาวอเมริกันเกี่ยวกับนโยบายที่แข็งกร้าวของจีนในต่างประเทศ การละเมิดสิทธิมนุษยชนและฮ่องกง ตลอดจนท่าทีคุกคามของจีนที่เพิ่มขึ้นในภูมิภาครวมถึงไต้หวัน

ขณะที่สีจิ้นผิงเน้นย้ำต่อไบเดนโดยคาดหวังว่าสหรัฐจะดำเนินการในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับไต้หวัน ฮ่องกง และซินเจียงตลอดจนอำนาจอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของจีนด้วยความระมัดระวัง

📌 หวังผลต่อเนื่อง

การประชุมนี้เริ่มขึ้นจากความเห็นพ้องต้องกันของทั้งผู้นำสหรัฐฯและจีน ที่จะยกระดับความร่วมมือกันเกี่ยวกับประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภายหลังงาน COP26 ที่สีจิ้นผิงไม่ได้เดินทางไปเข้าร่วมด้วยตนเอง ซึ่งกรณีของไต้หวัน น่าจะเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญที่จะได้รับการพูดคุยกันในการประชุมครั้งนี้ หลังไต้หวันซ้อมปฏิบัติการทางทหารตามแนวชายฝั่ง อีกทั้งสหรัฐฯ เองก็ยกระดับความสัมพันธ์กับไต้หวัน แสดงจุดยืนที่จะปกป้องไต้หวัน ซึ่งทำให้รัฐบาลจีนกังวลใจถึงการสนับสนุนไต้หวันของสหรัฐฯ และเรียกร้องให้สหรัฐฯ ยึดถือแนวนโยบายจีนเดียว

ทางด้านหวังยี่ รัฐมนตรีต่างประเทศของจีนระบุว่า การสนับสนุนการประกาศเอกราชใดๆ ของไต้หวัน จะเป็นบูมเบอแรง ส่งผลกระทบกลับไปหาตัวผู้สนับสนุน ขณะที่ แอนโทนี บลินเคน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯเองก็กังวลใจ เกี่ยวกับการเพิ่มขึ้นของขนาดกองทัพจีน แรงกัดดันทางด้านเศรษฐกิจและการทูต รวมถึงประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนในซินเจียง ทิเบต และฮ่องกง รวมถึงข้อพิพาททางการค้าของทั้งสองประเทศ ยังไม่นับรวมการไม่อำนวยความสะดวกให้กับหน่วยงานสากลเข้าไปตรวจสอบกรณีต้นกำเนิดโรคโควิดในจีน และการทดสอบและผลิตอาวุธนิวเคลียร์ของจีน

📌 สื่อวิจารณ์รับมือสหรัฐ

หนังสือพิมพ์ China Daily ของทางการจีน ได้เผยแพร่บทบรรณาธิการชี้ว่า สีจิ้นผิง จะใช้โอกาสนี้เตือนให้สหรัฐฯ ‘ยอมถอย’ ในประเด็นไต้หวัน

เนื้อหาในบทบรรณาธิการดังกล่าวระบุว่า มีแนวโน้มที่ สีจิ้นผิง จะย้ำจุดยืนของปักกิ่งต่อผู้นำสหรัฐฯ เรื่องการร่วมชาติกับไต้หวันในอนาคตอันใกล้ ไม่ว่าจะต้องแลกมาด้วยอะไรก็ตาม

ขณะที่ China Daily นั้นเป็นหนึ่งในสื่อทางการของจีนที่ได้รับการสรุปข้อมูลประเด็นสำคัญที่จะมีการหยิบยกขึ้นหารือในการประชุมรอบนี้ เช่น ประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างจีนและสหรัฐฯ นอกจากนี้ Global Times หนังสือพิมพ์แท็บลอยด์ของจีน ก็ระบุในบทบรรณาธิการ ย้ำว่า ประเด็นไต้หวันนั้นเป็น ‘เส้นแดง’ ที่สำคัญของจีน ซึ่งสหรัฐฯ ต้องยอมถอยและแสดงความยับยั้งชั่งใจในประเด็นไต้หวัน

“เพื่อลดความเสี่ยงของการปะทะกันทางยุทธศาสตร์ระหว่างจีนและสหรัฐฯ ฝ่ายหลังต้องถอยห่างจากคำถามเรื่องไต้หวัน และแสดงความยับยั้งชั่งใจ” บทบรรณาธิการของ Global Times ระบุ

ขณะที่ก่อนหน้านี้ แอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ได้ต่อสายตรงคุยกับ หวัง อี้ นักการทูตอาวุโสของจีน ซึ่ง หวัง อี้ ส่งข้อความเตือนรัฐบาลวอชิงตันว่า “อย่าส่งสัญญาณผิดๆ ไปยังกองกำลังสนับสนุนเอกราชของไต้หวัน”

ด้านรัฐบาลสหรัฐกล่าวถึงการหารือครั้งนี้ว่าการแลกเปลี่ยนมุมมองของทั้งสองประเทศเป็นหนทางที่ดีในการป้องกันความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไม่ให้เลวร้ายลงไปกว่านี้

อย่างไรก็ตาม นอกจากประเด็นไต้หวัน คาดว่าในการประชุมสุดยอดระหว่างผู้นำจีนและสหรัฐฯ ครั้งนี้ จะมีการหารือทั้งในเรื่องความสัมพันธ์ ความมั่นคงทางไซเบอร์และผลประโยชน์ร่วม ตลอดจนประเด็นความร่วมมือด้านการค้าและการไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์

หลายฝ่ายคาดการณ์ว่า การประชุมในครั้งนี้จะไม่ได้จัดการใหญ่โตและอาจไม่มีการแถลงการณ์ร่วมของผู้นำทั้งสองประเทศ อีกทั้งไบเดนเองก็จะไม่เข้าให้สัมภาษณ์กองทัพสื่อมวลชนภายหลังจากที่การประชุมเสร็จสิ้นอีกด้วย

📌 ผู้นำทั้งสองต้องการได้อะไรจากการเจรจาครั้งนี้ ?

ความคาดหวังของฝ่ายไบเดนนั้นค่อนข้างต่ำ แต่ความจริงที่ว่ามีการประชุมเกิดขึ้น ก็จะเป็นผลลัพธ์ที่สำคัญในตัวของมันเอง ทั้งสองฝ่ายตั้งใจที่จะซ่อมแซมความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับจีน ซึ่งได้หยุดชะงักในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

ประเด็นไต้หวันน่าจะอยู่ในประเด็นในลำดับต้น ๆ ไบเดนต้องการให้สีให้คำมั่นที่จะรักษาสันติภาพในช่องแคบไต้หวัน เนื่องจากปักกิ่งได้แสดงเจตจำนงที่จะเพิ่มแรงกดดันทางทหารต่อเกาะแห่งนี้ ในทางกลับกัน ผู้นำสหรัฐฯ จะต้องให้ความมั่นใจกับฝั่งจีนด้วยว่าอเมริกาไม่มีท่าทีต่อเรื่องอำนาจอธิปไตยของไต้หวัน

การประชุมดังกล่าวจะเป็นโอกาสของไบเดนที่จะโน้มน้าวให้สีเชื่อว่ายุทธศาสตร์จีนของรัฐบาลสหรัฐฯ อาจเป็นกรอบการทำงานที่มั่นคงสำหรับความสัมพันธ์ทวิภาคี ก่อนหน้านี้ แอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐได้สรุปหลักนโยบายของไบเดนว่า “แข่งขันเมื่อควรแข่ง ร่วมมือกันเมื่อทำได้ และเป็นปฏิปักษ์เมื่อต้องเป็น”

แต่ปักกิ่งได้แสดงอย่างชัดเจนว่าปัญหาเรื่องความร่วมมือ เช่น การดำเนินการด้านสภาพอากาศ ไม่สามารถแยกออกจากประเด็นความขัดแย้งในความสัมพันธ์ทางการฑูตได้ “หากโอเอซิสรายล้อมไปด้วยทะเลทราย ไม่ช้าก็เร็ว ‘โอเอซิส’ ก็จะกลายเป็นทะเลทราย” รัฐมนตรีต่างประเทศจีน หวัง อี้ บอกเมื่อเดือนกันยายน

📌 เจรจาดับความร้อนแรง

สำหรับสิ่งที่สีต้องการ ก็คือเรื่องไต้หวันและการพูดคุย 2 คำนี้การสรุปข้อกังวลหลักของจีน

เกาะนอกชายฝั่งตะวันออกของจีน ซึ่งมีประธานาธิบดีมาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย ดูเหมือนจะเป็นปัญหาที่คลุมเครือสำหรับคนจำนวนมากนอกเอเชีย

เมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อน ไบเดนให้คำมั่นว่าจะปกป้องไต้หวันหากถูกจีนโจมตี ความมุ่งมั่นของอเมริกาต่อสิ่งที่ถือเป็นค่านิยมสำคัญของประเทศนั้นชัดเจน  และสีก็ต้องการคำชี้แจง (ในระหว่างนี้ เราทราบจากภาพถ่ายดาวเทียมในรายงานของสื่อเมื่อเร็ว ๆ นี้ว่า กองทัพจีนกำลังใช้โครงสร้างที่มีรูปร่างเหมือนเรือบรรทุกเครื่องบินของสหรัฐฯ สำหรับเป็นเป้าการฝึก)

ความคาดหวังเรื่องสงครามก็คือ สาเหตุที่ทำให้ “การพูดคุย” ก็อยู่ในอันดับต้น ๆ ของ “การประชุมสุดยอดเสมือนจริง” ด้วย

ความสัมพันธ์อยู่ในจุดที่ย่ำแย่ รายงานจากหน่วยข่าวกรองสหรัฐตามคำสั่งของทำเนียบขาวในขณะนี้ ย้ำถึง 2 ครั้งแล้วว่าจีนไม่เปิดกว้างต่อการสอบสวนถึงที่มาของไวรัสโควิด-19

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ประธานาธิบดีไบเดน ได้ตกลงเพิ่มข้อจำกัดเกี่ยวกับการค้ากับบริษัทโทรคมนาคมของจีน และเขาประสบความสำเร็จเช่นกันในการเริ่มต้น กลับมาสร้างพันธมิตรเพื่อท้าทายอิทธิพล และอำนาจของจีนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

ส่วนปักกิ่งก็จะบอก เช่นเดียวกับที่ผู้นำทั้ง 2 พูดคุยกันทางโทรศัพท์เมื่อเดือนกันยายนที่แล้ว เมื่อต่างก็เตือนซึ่งกันและกันว่า ทั้งสองฝ่ายมีความรับผิดชอบเพื่อให้แน่ใจว่า “การแข่งขัน จะไม่เบี่ยงเบนไปสู่ความขัดแย้ง”

ซึ่งการสร้างกลไกหลายระดับขึ้นใหม่เพื่อการพบปะ เจรจา และพูดคุย สามารถรับประกันได้ว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้น

 

 

ที่มา :
thestandard : https://thestandard.co/xi-jinping-told-joe-biden-to-back-up-on-taiwan-during-conference/
https://thestandard.co/joe-biden-and-xi-jinping-virtual-conference/
posttoday : https://www.posttoday.com/world/668243
mgronline : https://mgronline.com/around/detail/9640000112957
nationtv : https://www.nationtv.tv/news/378852440

จับตาไบเดน-สี จิ้นผิง หารือกันครั้งที่ 3 เล็งถกประเด็นไต้หวัน

Back To Top
Search
error: ขอบคุณที่ติดตามครับ