skip to Main Content

เกิดอะไรในโลก : จีนกับยุทธศาสตร์ระยะยาว เพื่อก้าวเป็นมหาอำนาจด้านอวกาศในอีก 23 ปี

ขณะนี้นักบินอวกาศชาวจีน 3 คน ได้เริ่มต้นภารกิจนอกโลกระยะเวลา 6 เดือน โดยปักหลักทำงานที่สถานีอวกาศแห่งใหม่ล่าสุดของประเทศแล้ว อันถือเป็นก้าวสำคัญในแผนยุทธศาสตร์ที่จะนำจีนไปสู่การเป็น “มหาอำนาจ” ด้านกิจการอวกาศ เทียบชั้นสหรัฐอเมริกาและรัสเซีย ภายในช่วงเวลากว่า 2 ทศวรรษข้างหน้า

📌 สถานีอวกาศเทียนกง

เมื่อปีที่แล้วจีนนำโมดูลหรือโครงสร้างหน่วยแรกของสถานีอวกาศเทียนกง (Tiangong) ซึ่งมีความหมายว่า “วังแห่งสรวงสวรรค์” ขึ้นสู่ห้วงอวกาศในวงโคจรใกล้โลกได้สำเร็จ และมีแผนจะติดตั้งโมดูลต่าง ๆ เพิ่มเติม เช่นหน่วยปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ “เมิ่งเทียน” ภายในสิ้นปีนี้

จีนนั้นนับเป็นชาติที่สามของโลก ที่สามารถส่งมนุษย์ออกไปยังห้วงอวกาศและก่อสร้างสถานีอวกาศของตนเอง หลังจากสหรัฐฯและรัสเซียได้ทำสำเร็จมาก่อน ที่ผ่านมาจีนไม่ได้มีส่วนร่วมในการก่อสร้างและดำเนินงานของสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) เนื่องจากสหรัฐฯ มีกฎหมายห้ามองค์การนาซาแบ่งปันข้อมูลกับจีน

อย่างไรก็ตาม จีนหวังว่าสถานีอวกาศเทียนกงจะสามารถทำหน้าที่แทน ISS ได้ในอนาคต หลังบรรดาชาติตะวันตกมีกำหนดจะปลดระวางสถานีอวกาศนานาชาติในปี 2031

จีนวางแผนก่อสร้างให้สถานีอวกาศเทียนกงมีระบบผลิตพลังงาน ระบบสร้างแรงขับเคลื่อน ระบบสนับสนุนการดำรงชีวิตของมนุษย์ภายในตัวอย่างพร้อมสรรพ รวมทั้งมีส่วนที่พักอาศัยของลูกเรือที่แยกต่างหากด้วย

เมื่อเสร็จสิ้นการประกอบโมดูลต่าง ๆ เข้าด้วยกันแล้ว สถานีอวกาศเทียนกงจะมีทั้ง “เทียนเหอ” (Tianhe) โมดูลหลักที่เป็นแกนกลาง, “เทียนโจว” (Tianzhou) โมดูลหุ่นยนต์ที่ใช้เก็บและขนถ่ายสัมภาระ, “เวิ่นเทียน” (Wentian) และ “เมิ่งเทียน” (Mengtian) ซึ่งเป็นห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์, รวมทั้ง “เซินโจว” (Shenzhou) แคปซูลสำหรับหลบภัยและเคลื่อนย้ายฉุกเฉิน

นอกจากนี้ยังมี “ฉวินเทียน” (Xuntian) กล้องโทรทรรศน์อวกาศที่โคจรอยู่ใกล้กัน สามารถเข้าเทียบเชื่อมต่อกับสถานีอวกาศเทียนกงเพื่อเติมเชื้อเพลิงและซ่อมบำรุงได้อีกด้วย

📌 มุ่งหน้าสู่ดวงจันทร์และดาวอังคาร

นอกจากการมีสถานีอวกาศเป็นของตนเองแล้ว จีนยังปรารถนาจะสำรวจดวงดาวและห้วงอวกาศที่ไกลออกไป โดยในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้ จีนมีแผนจะเก็บตัวอย่างหินจากหมู่ดาวเคราะห์น้อยที่อยู่ใกล้โลกมาวิเคราะห์

ส่วนแผนที่วางไว้ว่าจะทำให้สำเร็จภายในปี 2030 คือการส่งมนุษย์อวกาศไปลงดวงจันทร์ รวมทั้งการส่งยานสำรวจไปเก็บตัวอย่างหินจากดาวอังคารและดาวพฤหัสบดีด้วย

ประเทศอื่น ๆ ต่างมีแผนจะไปดวงจันทร์เหมือนกับจีนเช่นกัน โดยองค์การนาซาเตรียมส่งมนุษย์อวกาศชาวอเมริกันและบุคคลสัญชาติอื่น ๆ กลับไปเหยียบดวงจันทร์อีกครั้งภายในปี 2025 เป็นอย่างเร็ว โดยขณะนี้มีการนำจรวด SLS ที่จะใช้ในภารกิจดังกล่าวออกมาทดสอบที่ศูนย์อวกาศเคนเนดีแล้ว

นอกจากนี้ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ต่างกำลังตระเตรียมการเพื่อภารกิจสำรวจดวงจันทร์อยู่เช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งอินเดียนั้น ได้ดำเนินภารกิจสำรวจดวงจันทร์ครั้งสำคัญมาเป็นครั้งที่สองแล้ว และมีแผนจะสร้างสถานีอวกาศของตนเองให้สำเร็จภายในปี 2030

องค์การอวกาศยุโรป (ESA) ซึ่งทำงานร่วมกับองค์การนาซาในภารกิจสำรวจดวงจันทร์ขณะนี้ ยังมีแผนจะวางเครือข่ายดาวเทียมรอบดวงจันทร์ ซึ่งจะทำให้มนุษย์อวกาศที่นั่นสื่อสารกับคนบนโลกได้ง่ายขึ้น

📌 ประวัติศาสตร์ของกิจการอวกาศจีน

จีนส่งดาวเทียมดวงแรกขึ้นสู่วงโคจรได้ในปี 1970 ท่ามกลางความปั่นป่วนวุ่นวายของสังคมและการเมือง อันเนื่องมาจากการปฏิวัติวัฒนธรรม ในยุคนั้นมีเพียงสหรัฐฯ สหภาพโซเวียต ฝรั่งเศส และญี่ปุ่น ที่มีความก้าวหน้าของเทคโนโลยีอวกาศในระดับดังกล่าว

ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา จีนได้ปล่อยจรวดขึ้นสู่ห้วงอวกาศแล้วกว่า 200 ลำ ทั้งได้ส่งยานและหุ่นยนต์สำรวจไปลงดวงจันทร์ในภารกิจฉางเอ๋อ 5 เพื่อเก็บตัวอย่างดินหินและส่งกลับมายังโลก โดยในภารกิจนี้จีนได้ปักธงชาติของตนที่มีขนาดใหญ่กว่าธงชาติสหรัฐฯ ไว้บนดวงจันทร์ด้านไกลด้วย

หลังภารกิจเซินโจว 14 ประสบความสำเร็จ ในการขนส่งนักบินอวกาศไปยังสถานีอวกาศเทียนกงเมื่อไม่กี่วันก่อน นั่นเท่ากับว่าจีนได้ส่งมนุษย์ออกไปยังห้วงอวกาศแล้วทั้งหมด 14 คน ในขณะที่สหรัฐฯ ยังครองแชมป์ด้วยจำนวนนักบินอวกาศสูงสุด 340 คน ตามมาด้วยรัสเซียที่กว่า 130 คน

เมื่อปีที่แล้วจีนต้องพบกับอุปสรรคในการพัฒนากิจการอวกาศ หลังชิ้นส่วนของจรวดลำหนึ่งหลุดออกจากวงโคจรและตกลงในมหาสมุทรแอตแลนติก ส่วนในปี 2020 มีการปล่อยจรวดที่ประสบความล้มเหลว 2 ครั้ง

📌 จีนไปอวกาศเพื่ออะไร และใครจ่ายเงินสนับสนุนโครงการอวกาศจีน

สำนักข่าวซินหัวของทางการจีนรายงานว่า มีบุคลากรอย่างน้อย 300,000 คน ทำงานให้กับโครงการอวกาศต่าง ๆ ของจีน ซึ่งนับว่ามากกว่าสถิติขององค์การนาซาในปัจจุบันถึง 18 เท่า

องค์การอวกาศแห่งชาติจีน (CNSA) ก่อตั้งขึ้นในปี 2003 ด้วยงบประมาณเบื้องต้นที่จะได้รับเป็นรายปีถึง 2,000 ล้านหยวน ต่อมาในปี 2016 จีนเปิดเสรีด้านอุตสาหกรรมอวกาศให้แก่บริษัทเอกชน ซึ่งปัจจุบันต่างก็ลงทุนในกิจการอวกาศเชิงพาณิชย์ถึงกว่าหมื่นล้านหยวนต่อปี

จีนนั้นมีความสนใจอย่างมากที่จะพัฒนาเทคโนโลยีดาวเทียมเพื่อการโทรคมนาคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทคโนโลยีดาวเทียมที่ช่วยบริหารการจราจรทางอากาศ การนำร่องต่าง ๆ รวมทั้งการพยากรณ์สภาพอากาศ อย่างไรก็ตามจีนยังสนใจพัฒนาดาวเทียมเพื่อการทหารด้วย ซึ่งอาจนำมาใช้สอดแนมศัตรูหรือใช้นำวิถีขีปนาวุธพิสัยไกลได้

ลูซินดา คิง ผู้จัดการโครงการอวกาศของมหาวิทยาลัยพอร์ตสมัธในสหราชอาณาจักร บอกกับบีบีซีว่าจีนไม่ได้สนใจแต่โครงการอวกาศขั้นสูงเท่านั้น แต่สนใจพัฒนากิจการอวกาศในแทบทุกด้าน โดยมีแรงจูงใจทางการเมืองผลักดัน และมีทรัพยากรมากพอที่จะสนับสนุนโครงการต่าง ๆ ที่วางแผนเอาไว้ได้ นอกจากนี้ โอกาสในการค้นหาแร่ธาตุหายากอย่างเช่นลิเทียม ยังอยู่เบื้องหลังภารกิจสำรวจดวงจันทร์ของจีนหลายครั้งด้วย

อย่างไรก็ตาม ศาสตราจารย์ ซาอิด มอสเตชาร์ ผู้อำนวยการสถาบันนโยบายและกฎหมายอวกาศแห่งลอนดอนบอกว่า ที่จริงแล้วทางการจีนไม่ได้ทุ่มงบประมาณสนับสนุนโครงการอวกาศ เพื่อค้นหาแร่ธาตุเป็นหลักอย่างที่หลายคนคิดกัน แต่โครงการเหล่านี้ถูกขับเคลื่อนด้วยความปรารถนาที่จะสร้างภาพลักษณ์น่าประทับใจออกสู่สายตาชาวโลก”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ที่มา :

bbc : https://www.bbc.com/thai/international-61701929

จีนกับยุทธศาสตร์ระยะยาว ก้าวสู่มหาอำนาจด้านอวกาศ

Back To Top
Search
error: ขอบคุณที่ติดตามครับ