skip to Main Content

เกิดอะไรในโลก : ประชาชนในเอธิโอเปียรวมตัวแสดงพลังสนับสนุนปฏิบัติการทางทหารของรัฐบาล ในภูมิภาคทิเกรย์ และแสดงออกเชิงต่อต้านสหรัฐด้วย

ประชาชนจำนวนมากชุมนุมในกรุงแอดดิสอาบาบา เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เพื่อแสดงความสนับสนุนต่อนายกรัฐมนตรีอาบีย์ อาเหม็ด อาลี และกองทัพเอธิโอเปีย ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดในภูมิภาคทิเกรย์ ที่อยู่ทางเหนือของประเทศ และเกิดสงครามยืดเยื้อล่วงเลยเข้าสู่ปีที่สองแล้ว

ผู้ประท้วงบางส่วนแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ในเชิงต่อต้านสหรัฐ ซึ่งออกตัวชัดเจนในการเรียกร้องให้เกิดการหยุดยิง และเป็นประเทศแรกที่เริ่มให้นักการทูต และพลเมืองเดินทางออกจากเอธิโอเปีย โดยให้เหตุผลว่า สถานการณ์ความไม่สงบในสังคม และความรุนแรงทางชาติพันธุ์ “มักเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน” หากสถานการณ์ทวีความรุนแรง การดำเนินชีวิตประจำวันของประชาชนทั่วไปจะได้รับผลกระทบอย่างหนัก

📌 All for one

โดยก่อนหน้านี้เมื่อวันเสาร์นายกรัฐมนตรีอาบีย์ อาเหม็ด อาลี กล่าวว่าการเสียสละเป็นสัจธรรม และท่ามกลางสถานการณ์ที่กำลังดำเนินอยู่ การเสียสละนั้นจะช่วยกอบกู้เอธิโอเปีย ประเทศที่ฝ่าฟันบททดสอบและอุปสรรคมาแล้วมากมาย แล้วผ่านพ้นมาได้ทุกครั้ง เพราะความร่วมแรงร่วมใจของประชาชนในประเทศ ซึ่งมากกว่าผู้ที่หันหลังให้กับบ้านเมือง

ด้านกระทรวงการต่างประเทศเอธิโอเปียออกแถลงการณ์ว่า สงครามในทิเกรย์สะท้อน “ภาระและความรับผิดชอบ” ของรัฐบาล ในการปกป้องอธิปไตยของชาติ และเรียกร้องประชาคมโลกร่วมกันยืนหยัดเคียงข้างกลไกประชาธิปไตยของเอธิโอเปีย

ขณะที่กระทรวงข่าวสารของเอธิโอเปียออกแถลงการณ์ว่า สำหรับชาวเอธิโอเปียทุกคน การสละชีพเพื่อปกป้องอธิปไตย ความเป็นปึกแผ่น และอัตลักษณ์ของชาติ “ถือเป็นเกียรติ” หากปราศจากการเสียสละของชาวเอธิโอเปีย ก็จะไม่มีความเป็นเอธิโอเปียในวันนี้ และวิจารณ์การที่กองกำลังฝ่ายต่อต้านรัฐบาล 9 กลุ่ม รวมถึงแนวร่วมปลดปล่อยชาวทิเกรย์ ( TPLF ) ที่ทำสงครามกันมานานกว่า 1 ปี จับมือร่วมกันเป็นพันธมิตร ว่า “เป็นเพียงโฆษณาชวนเชื่อ”

📌 การสู้รบในทิเกรย์เลวร้ายแค่ไหน

สงครามเริ่มขึ้นเมื่อ 4 พ.ย. 2020 หลังจากที่นายกรัฐมนตรีอาบีย์ อาห์เหม็ด ของเอธิโอเปีย ผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพในปี 2019 สั่งให้กองทัพของรัฐบาลต่อต้านกองกำลังในภูมิภาคทิเกรย์

ช่วงแรก กองกำลังของรัฐบาลจำกัดเส้นทางของกลุ่มกบฏได้ แต่สถานการณ์เปลี่ยนไปในเดือน มิ.ย. เมื่อนักรบทิเกรย์สามารถยึดดินแดนที่มีความสำคัญได้ มีรายงานว่า ขณะนี้พวกเขากำลังเคลื่อนกำลังเข้าใกล้กรุงแอดดิส อาบาบา เมืองหลวงของเอธิโอเปียแล้ว

รัฐบาลกลางได้ปิดกั้นการรายงานของสื่อในทิเกรย์ แต่สหประชาชาติระบุว่า ประชากรส่วนใหญ่จากจำนวน 7 ล้านคนที่อาศัยอยู่ในภูมิภาคดังกล่าว กำลังต้องการอาหารและความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน โดยมีคนอย่างน้อย 400,000 คน กำลังเผชิญกับความอดอยาก ซึ่งเป็นข้อกล่าวหาที่รัฐบาลเอธิโอเปียปฏิเสธ

ทั้งสองฝ่ายต่างกล่าวหากันว่าละเมิดสิทธิมนุษยชนและเกี่ยวข้องกับการสังหารหมู่

เมื่อ 3 พ.ย. รายงานร่วมของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนเอธิโอเปีย (Ethiopian Human Rights Commission–EHRC) และสำนักงานสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UN Human Rights Office) ระบุว่า มีหลักฐานตัวอย่างของการไล่ล่าสังหารนอกกฎหมาย, ทรมาน, ข่มขืน และการโจมตี ต่อกลุ่มผู้ลี้ภัยและประชาชนที่พลัดถิ่นฐาน ซึ่งอาจเทียบเท่ากับอาชญากรรมสงคราม

ทั้งรัฐบาลและ TPLF ต่างวิพากษ์วิจารณ์รายงานนี้

📌 เกิดอะไรขึ้นในตอนนี้

ความตึงเครียดในทิเกรย์ไม่ใช่เรื่องใหม่

มีประชาชนอาศัยอยู่ในทิเกรย์ราว 5-7 ล้านคน จากจำนวนประชากรทั้งหมดของเอธิโอเปียประมาณ 115 ล้านคน

ชาวทิเกรย์เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 3 ของเอธิโอเปีย รองจากชาวโอโรโมและชาวอัมฮารา เอธิโอเปียแบ่งออกเป็น 10 รัฐในภูมิภาคต่าง ๆ ตามลักษณะของกลุ่มชาติพันธุ์ และมีอำนาจในการปกครองตัวเองอย่างมาก แต่มีรัฐบาลกลางร่วมกัน

มีความไม่พอใจรัฐบาลกลางอย่างรุนแรงในภูมิภาคนี้ ซึ่งเผชิญความทุกย์ยากในช่วงการปกครองของทหารและสงครามกลางเมืองอันยาวนาน หลังจากที่มีการทำรัฐประหารของฝ่ายสังคมนิยมในปี 1974 ซึ่งได้โค่นล้ม ไฮลี เซลาซี จักรพรรดิองค์สุดท้ายของเอธิโอเปีย

ทิเกรย์เป็นศูนย์กลางของความอดอยากของประเทศ ระหว่างปี 1983-1985 ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 ล้านราย และพลัดถิ่นมากกว่า 2 ล้านคน

หลังจากค่อนข้างมีเสถียรภาพมานานหลายสิบปี การสู้รบปะทุขึ้นอีกครั้งระหว่างทหารของรัฐบาลภูมิภาคทิเกรย์และรัฐบาลกลาง

แต่ความขัดแย้งนี้ได้ทำให้กลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ ในเอธิโอเปียแตกแยกกัน ก่อนหน้านี้ในสัปดาห์นี้ ฟานา ทีวี (Fana TV) ซึ่งเป็นของรัฐ ได้รายงานว่า รัฐบาลในภูมิภาค 4 แห่งจาก 10 แห่งของประเทศ ได้เรียกร้องให้พลเมืองของตัวเองเคลื่อนกำลังต่อสู้ต้านกองกำลังของทิเกรย์เช่นกัน

ในเดือน ส.ค. กองทัพปลดปล่อยโอโรโม (Oromo Liberation Army—OLA) ประกาศเป็นพันธมิตรอย่างเป็นทางการร่วมกับฝ่ายกลุ่มกบฏทิเกรย์ต่อต้านรัฐบาล โดยฝ่ายโอโรโมได้มีการต่อต้านรัฐบาลกลางอยู่แล้ว

📌 ทำไมจึงมีการสู้รบ

กองกำลังติดอาวุธ TPLF เป็นส่วนหนึ่งของแนวร่วมพันธมิตรที่โค่นล้มรัฐบาลเดิมในปี 1991

หลังจากนั้น TPLF ได้ครอบงำการเมืองของเอธิโอเปียทั้งประเทศมานานเกือบ 20 ปี ซึ่งเป็นช่วงเวลาของรัฐบาลเผด็จการที่ไม่ทนรับฟังเสียงคัดค้านใด ๆ

TPLF ยังคงเป็นกองกำลังที่มีอิทธิพลในการเมืองของเอธิโอเปียจนกระทั่งปี 2019 นายกรัฐมนตรีอาห์เหม็ด ได้ตั้งพรรคการเมืองใหม่ ซึ่ง TPLF ไม่ยอมเข้าร่วม

ทางกลุ่มยังคงมีอำนาจในทิเกรย์ และในเดือน ก.ย. ปีที่แล้ว ได้แสดงการขัดขืนต่อรัฐบาลของนายอาห์เหม็ด ด้วยการจัดการเลือกตั้งขึ้น ทั้งที่การเลือกตั้งทั่วประเทศถูกเลื่อนออกไปเนื่องจากการระบาดใหญ่ของโควิด-19

สองเดือนต่อมา ทหารของ TPLF ได้เปิดฉากโจมตีฐานทัพของกองทัพเอธิโอเปียในพื้นที่ รัฐบาลกลางจึงตอบโต้ด้วยการส่งทหารบุกทิเกรย์ครั้งใหญ่

เมื่อ 18 ต.ค. รัฐบาลเอธิโอเปีย ยอมรับว่า อยู่เบื้องหลังการโจมตีทางอากาศในเมืองมีเคลลี เมืองหลวงของทิเกรย์ ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากปฏิเสธการโจมตีที่ฝ่ายกบฏระบุว่า ทำให้มีผู้เสียชีวิต

📌 เสถียรภาพในแอฟริกาตะวันออก

วิกฤตนี้ไม่ได้มีผลกระทบต่อในเอธิโอเปียเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อประเทศเพื่อนบ้านด้วย โดยมีผู้ลี้ภัยนับหมื่นคนได้ข้ามพรมแดนเข้าไปในซูดานแล้ว

ทหารจากเอริเทรีย ประเทศเพื่อนบ้านได้เข้าร่วมการโจมตีต่อต้านกลุ่มกบฏ TPLF และถูกกล่าวหาว่า กระทำการอันโหดร้ายทารุณ สถานะปัจจุบันของพวกเขาในทิเกรย์ยังคงไม่ชัดเจน แต่เจ้าหน้าที่องค์การความช่วยเหลือ กล่าวกับสำนักข่าวรอยเตอร์ในเดือน ต.ค. ว่า ทหารเอริเทรียยังคงอยู่ในเอธิโอเปียและเข้าร่วมในความขัดแย้งครั้งนี้

นอกจากนี้ยังมีอันตรายจากการที่รัฐบาลกลางพุ่งความสนใจไปที่ทิเกรย์ อาจจะทำให้การสนับสนุนรัฐบาลโซมาเลียต่อต้านกลุ่มติดอาวุธอัล-ชะบ๊าบ อ่อนแอลงได้

ราชิด อับดี นักวิเคราะห์ด้านจะงอยแอฟริกา (Horn of Africa) เตือนว่า ความขัดแย้งนี้อาจจะทำให้เอธิโอเปียอ่อนแอลง ซึ่งอาจจะส่งผลเสียต่อภูมิภาคโดยรวม ยกตัวอย่าง อาจจะเป็นการส่งเสริมให้กลุ่มอื่น ๆ ในประเทศที่มีกลุ่มชาติพันธุ์หลากหลายพยายามที่จะลุกขึ้นต่อสู้และกำจัดรัฐบาลกลางเช่นกัน

นายอันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการใหญ่สหประชาชาติ ได้เตือนว่า “เสถียรภาพของเอธิโอเปียมีความสำคัญต่อภูมิภาคจะงอยแอฟริกาทั้งภูมิภาค” ก่อนหน้านี้กูเตอร์เรสเคยขอ “ให้มีการเจรจาแห่งชาติที่เปิดกว้างเพื่อแก้วิกฤตนี้และวางรากฐานของสันติภาพและเสถียรภาพทั่วประเทศ”

ในแถลงการณ์ที่ออกมาเมื่อ 2 พ.ย. โฆษกสหประชาชาติระบุว่า “ความมั่นคงของเอธิโอเปียและภูมิภาคที่กว้างไกลออกไปตกอยู่ในความเสี่ยง” และเรียกร้องให้มีการยุติการมุ่งร้ายกันในทันที และขอให้มีการส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเข้าไปในภูมิภาคต่าง ๆ ทางตอนเหนือโดยไม่มีข้อจำกัดทั้งทิเกรย์, อัมฮารา และอาฟาร์

📌 ท่าทีของประชาคมโลก

ในตอนแรกสหรัฐฯ ได้ส่งคำเตือนไปยังกลุ่มกบฏทิเกรย์ และเรียกร้องให้พวกเขาอย่าพยายามยึดกรุงแอดดิส อาบาบา แต่ต่อมาเมื่อวันที่ 2 พ.ย. ประธานาธิบดีโจ ไบเดิน ของสหรัฐฯ ได้กล่าวหาเอธิโอเปียละเมิดสิทธิมนุษยชน “ในระดับร้ายแรง” และเตือนว่าจะระงับความร่วมมือทางการค้ากับรัฐบาลแอดดิสอาบาบา ซึ่งเรื่องนี้เรียกเสียงวิจารณ์อย่างหนักจากหลายฝ่ายในเอธิโอเปียเช่นกัน ที่กล่าวว่า รัฐบาลวอชิงตัน “ต้องการทำลายเอธิโอเปียให้เหมือนอัฟกานิสถาน”

ในเวลาเดียวกัน มีรายงานว่า นายเจฟฟรีย์ เฟลต์แมน ผู้แทนพิเศษด้านกิจการแอฟริกาตะวันออกเฉียงเหนือของรัฐบาลสหรัฐ ยังไม่ประสบความสำเร็จในการเจรจากับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเอธิโอเปีย ซึ่งปฏิเสธข้อเสนอให้เจรจากับทีพีแอลเอฟ “อย่างไม่มีเงื่อนไข” เนื่องจากรัฐบาลแอดดิสอาบาบาขึ้นบัญชีดำทีพีแอลเอฟ “เป็นกลุ่มก่อการร้าย” และยื่นคำขาดให้ทีพีแอลเอฟและแนวร่วม ต้องถอนกำลังออกจากภูมิภาคอัมฮารา สถานที่ตั้งของกรุงแอดดิสอาบาบา โดยเร็วที่สุด.

ส่วนสหประชาชาติ ( ยูเอ็น ) เรียกร้องการเปิดช่องทางปลอดภัยเพื่อให้มีการส่งมอบความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งมีการประเมินจำนวนไว้ที่มากกว่า 2 ล้านคน และสงครามที่ปะทุเมื่อเดือนพ.ย.ปีที่แล้ว ส่วผลให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 5,000 ราย.

 

 

ที่มา :
dailynews : https://www.dailynews.co.th/news/453397/
https://www.dailynews.co.th/news/450764/
bbc : https://www.bbc.com/thai/international-59163461

ชาวเอธิโอเปียชุมนุมสนับสนุนรัฐบาล ต่อต้านสหรัฐ

Back To Top
Search
error: ขอบคุณที่ติดตามครับ