skip to Main Content

เกิดอะไรในโลก : นายกรัฐมนตรีฟูมิโอะ คิชิดะ ของญี่ปุ่น ตัดสินใจยุบสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ เพื่อเปิดทางสู่การจัดเลือกตั้งทั่วประเทศในวันที่ 31 ตุลาคม

นายทาดาโมริ โอชิมะ ประธานสภาผู้แทนราษฎร หรือสภาไดเอทของญี่ปุ่น ประกาศต่อที่ประชุม เมื่อวันนี้เรื่องการยุบสภาอย่างเป็นทางการ เพื่อเตรียมเข้าสู่กระบวนการเลือกตั้งทั่วไปก่อนกำหนดครั้งใหม่ในวันที่ 31 ต.ค.นี้ ภายหลังสภาผู้แทนราษฎรหมดวาระดำรงตำแหน่ง 4 ปี ในวันที่ 21 ตุลาคม

ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นหลังยุคสงครามโลก ที่การเลือกตั้งทั่วไปจะจัดขึ้นหลังจากที่ ส.ส. ทำหน้าที่จนครบวาระ ก่อนที่การหาเสียงเลือกตั้งจะเริ่มต้นได้ตั้งแต่วันที่ 19 ตุลาคม หลังจากนั้น สมาชิกทั้ง 465 คน รวมถึงนายกรัฐมนตรีฟุมิโอะ คิชิดะ ซึ่งรับตำแหน่งได้เพียง 11 วัน ลุกขึ้นชูมือและร้อง “บันไซ!” ซึ่งเป็นเหมือนกับการกล่าว ‘ไชโย’ ร่วมกัน 3 ครั้ง แล้วยุติการประชุมทันที

คิชิดะ วัย 64 ปี ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการ ทั้งในกระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงกลาโหม ในสมัยรัฐบาลของนายชินโซะ อาเบะ กล่าวว่า เขาต้องการเดินหน้ามาตรการเชิงรุกทั้งในทุกด้าน โดยเฉพาะการตอบสนองต่อโรคโควิด-19 และการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ เพื่อให้แผนการนั้นขับเคลื่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพและราบรื่น ประชาชนต้องเป็นผู้ตัดสินใจก่อน ว่าต้องการให้เขาเป็นผู้นำหรือไม่

📌 เลือกตั้งก่อนกำหนดท่ามกลางโควิดครั้งแรก

แม้ญี่ปุ่นต้องจัดการเลือกตั้งทั่วไปครั้งใหม่ภายในช่วงปลายเดือน พ.ย.นี้อยู่แล้ว แต่การที่คิชิดะ ตัดสินใจเลื่อนกำหนดการลงคะแนนให้เร็วขึ้นอีก สร้างความประหลาดใจให้กับทุกฝ่าย ต่อความเร่งรีบของผู้นำญี่ปุ่นคนใหม่ ที่ถือเป็นการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎร ครั้งแรกของญี่ปุ่นในรอบ 4 ปี และเป็นการเลือกตั้งระดับประเทศครั้งแรกของญี่ปุ่น ที่จัดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ระบาดของโรคโควิด-19

ในเวลาเดียวกันมีการวิเคราะห์เช่นกันว่า คิชิดะต้องการใช้เวลาให้คุ้มค่าที่สุด เนื่องจากภัยคุกคามจากโรคระบาดของโควิดยังคงอยู่ และพรรครัฐบาลหรือพรรคเสรีประชาธิปไตย (Liberal Democratic Party: LDP) มีแนวโน้มสูงที่จะยังคงชนะการเลือกตั้งครั้งนี้ จากความสำเร็จของการควบคุมสถานการณ์แพร่ระบาดที่บรรเทาลงในตอนนี้ โดยมีผู้ติดเชื้อรายวันลดจากกว่า 25,000 คน เมื่อเดือนสิงหาคม เหลือประมาณ 600 คนต่อวันในช่วงสัปดาห์นี้ ขณะที่พรรคฝ่ายค้านกำลังมีคะแนนนิยมตกต่ำลง

ขณะที่ ยูกิโอะ เอดาโนะ ผู้นำพรรครัฐธรรมนูญประชาธิปไตย (Constitutional Democratic Party: CDP) ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านหลัก วิพากษ์วิจารณ์มาตรการรับมือโควิดของพรรค LDP ว่าไม่มีการเปลี่ยนแปลงและยังวิ่งตามหลังคนอื่นเสมอ

📌 ความคาดหวังของประชาชนกับสิ่งที่ต้องเร่งฟื้นฟู

ชาวญี่ปุ่นต้องการเห็นโฉมหน้ารัฐบาลใหม่ที่มีแผนการที่ชัดเจนในการหาทางยุติสถานการณ์ระบาดของโรคโควิด-19 เพื่อจะได้กลับมาฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศอีกครั้ง ก่อนหน้านี้ นสพ.Sankei ในญี่ปุ่นได้สำรวจความเห็นของชาวญี่ปุ่นพบว่า 48% ต้องการให้รัฐบาลของนายกรัฐมนตรีคิชิดะ ทำงานควบคุมการระบาดของโควิด-19 เป็นอันดับแรก รองลงมาคือการฟื้นฟูเศรษฐกิจ และอันดับสามคือ การแก้ปัญหาเรื่องการจ้างงาน

ผู้นำญี่ปุ่นอาจมองว่า ยิ่งจัดการเลือกตั้งเร็วเท่าไหร่ จะยิ่งเป็นการเพิ่มเสถียรภาพให้กับรัฐบาล ที่รัฐมนตรีว่าการ 13 จาก 20 ตำแหน่ง ไม่เคยดำรงตำแหน่งระดับนี้มาก่อน แต่ส่วนใหญ่เป็นเครือข่ายทางการเมืองของอาเบะ.

📌 มุ่งเดินหน้านโยบายต่อเนื่อง

นโยบายสำคัญที่คิชิดะเพิ่งประกาศไปนั้น ทางด้านเศรษฐกิจคือการฟื้นเศรษฐกิจของญี่ปุ่น ซึ่งมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก รองจากสหรัฐฯ และจีน หลังจากได้รับผลกระทบหนักจากการระบาดของโควิด-19 คิชิดะเสนอแผนกระตุ้นเศรษฐกิจมูลค่าหลายล้านล้านเยน และต้องการให้ตัวเลขจีดีพีของญี่ปุ่นเติบโต

รัฐบาลพรรคแอลดีพีพยายามเรียกเรตติ้งด้วยการออกมาตรการสู้โควิดต่างๆ นานา รวมถึงเปิดเจรจากับ เมอร์ค (Merck) เพื่อนำเข้ายาเม็ดต้านโควิด-19 “โมลนูพิราเวียร์” ให้ได้ภายในปีนี้ ขณะที่ตัว คิชิดะ เองก็ชูวิสัยทัศน์ “new capitalism” ที่เน้นกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจและกระจายรายได้

ส่วนนโยบายสำคัญด้านความมั่นคง คิชิดะต้องการจะปรับทบทวนแผนยุทธศาสตร์ความมั่นคงของญี่ปุ่น โดยร้องขอเพิ่มงบกลาโหมเพื่อนำมาจัดซื้อระบบอาวุธ ที่สามารถป้องกันและทำลายขีปนาวุธทิ้งตัว ท่ามกลางอิทธิพลที่เพิ่มขึ้นของจีนในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก และภัยคุกคามจากขีปนาวุธของเกาหลีเหนือ.

ขณะที่พรรครัฐธรรมนูญประชาธิปไตยที่เป็นฝ่ายค้าน พยายามชูนโยบายที่ส่งเสริมความหลากหลายทางสังคม เช่น สนับสนุนการแต่งงานเพศเดียวกัน และเปิดโอกาสให้คู่สมรสใช้นามสกุลต่างกัน เป็นต้น

ซึ่งพรรแอลดีพียังคงรักษาจุดยืนค่อนไปทางอนุรักษนิยม แม้ว่าญี่ปุ่นจะมีความก้าวหน้าในเรื่องของการให้สิทธิแก่กลุ่ม LGBTQ มากขึ้น แต่นายกฯคิชิดะก็แสดงท่าทีชัดเจนว่า ไม่สนับสนุนการออกกฎหมายรับรองสมรสเพศเดียวกัน

ผลสำรวจของหนังสือพิมพ์อาซาฮีชิมบุนพบว่า มีชาวญี่ปุ่นเพียง 13% ที่ตั้งใจจะโหวตเลือกพรรคซีดีพีเจ ซึ่งถือว่ายังห่างไกลมากกับตัวเลข 47% ของฝั่งแอลดีพี ในขณะที่โพลสำนักอื่นๆ พบว่าคะแนนนิยมของซีดีพีเจยังเป็นตัวเลขหลักเดียว

📌 บทเรียนที่ควรค่าการจดจำ

ในการเลือกตั้งครั้งล่าสุดเมื่อเดือนตุลาคม 2017 พรรค LDP และพรรคโคเม (Komeito) ซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ชนะที่นั่ง ส.ส. ในสภา จำนวน 310 ที่นั่ง จากทั้งหมด 465 ที่นั่ง โดยในการเลือกตั้งครั้งนี้ คิชิดะตั้งเป้าว่าพรรค LDP และพรรคร่วมรัฐบาลจะได้ที่นั่ง ส.ส. อย่างน้อย 233 ที่นั่ง หรือเกินกึ่งหนึ่ง

ทั้งนี้ก่อนที่นายกรัฐมนตรีคิชิดะ จะเข้ารับตำแหน่งผู้นำคนใหม่ของญี่ปุ่น อดีตนายกรัฐมนตรีโยชิฮิเดะ ซึกะ ดำรงตำแหน่งดังกล่าวได้เพียงปีเดียวเท่านั้น เนื่องจากอดีตนายกรัฐมนตรีซึกะและคณะรัฐบาลมีคะแนนนิยมที่ตกต่ำ จากการรับมือกับการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 และการยืนกรานจัดการแข่งขันโตเกียวโอลิมปิก ในขณะที่ญี่ปุ่นพบยอดผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่พุ่งสูงขึ้น ซึ่งทำให้ประชาชนไม่พอใจอย่างมาก

 

 

ที่มา :
dailynews : https://www.dailynews.co.th/news/373090/
thairath : https://www.thairath.co.th/news/foreign/2219260
thestandard : https://thestandard.co/breaking-japanese-president-announced-dissolve-parliament/
mcot : https://tna.mcot.net/world-803197
tnnthailand : https://www.tnnthailand.com/news/world/93629/
mgronline : https://mgronline.com/around/detail/9640000101773

ญี่ปุ่นประกาศยุบสภาเปิดทางจัดเลือกตั้ง 31 ต.ค.

Back To Top
Search
error: ขอบคุณที่ติดตามครับ