skip to Main Content

เกิดอะไรในโลก : ที่อยู่อาศัยแพง ผลักบางคนกลายเป็น“คนเร่ร่อนด้วยรถ”

📌 รากฐานของปัญหา

เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปี 2020 คณะกรรมาธิการ เพื่อการพัฒนาสังคมแห่งสหประชาชาติได้ร่างมติเป็นครั้งแรกเรื่องคนไร้บ้าน และมติดังกล่าวระบุว่า คนไร้บ้านกลายเป็นปัญหาระดับโลกและยังเป็นการละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่างร้ายแรง

ปัญหานี้ส่งผลกระทบต่อคนทุกเพศทุกวัยจากทุกสาขาอาชีพ ทั้งในประเทศที่พัฒนาแล้วและประเทศกำลังพัฒนา โดยสหประชาชาติเสริมว่าประชากรทั่วโลกจำนวน 1,600 ล้านคน ต้องอาศัยอยู่ในที่อยู่อาศัยที่มีสภาพย่ำแย่ และโครงการตั้งถิ่นฐานแห่งสหประชาชาติ หรือ UN-Habitat ได้สังเกตเห็นคนไร้บ้านทั่วโลกมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างน่ากังวลในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ขณะที่คนหนุ่มสาวเป็นกลุ่มอายุที่มีความเสี่ยงสูงที่จะกลายเป็นคนไร้บ้านมากที่สุด

ในพื้นที่บางส่วนของสหรัฐฯ มีคนไร้บ้านเพิ่มมากขึ้น โดยการที่ผู้คนเลือกมาอาศัยอยู่ในรถแทนที่จะเป็นบ้านหรืออพาร์ตเมนต์กลายเป็นเรื่องธรรมดามากขึ้น หรือที่เรียกกันว่า “คนเร่ร่อนด้วยรถ” นั่นเอง

📌 ผลกระทบเป็นลูกโซ่

การระบาดใหญ่ของโควิด-19 ผู้คนจำนวนมากต้องตกงานและสูญเสียบ้าน นอกจากนั้น บ้านและวัสดุอุปกรณ์สำหรับการสร้างบ้านที่ราคาไม่แพงก็หายาก เป็นผลให้มีรถอาร์วี (Recreational Vehicles – RVs) รถ Camper และยานพาหนะอื่นๆ มาจอดอยู่ตามที่ตั้งแคมป์ ที่จอดรถของร้านค้า และถนนตามละแวกบ้านในท้องถิ่นมากขึ้น ซึ่งกลายมาเป็นปัญหาพอสมควร ในพื้นที่ที่มีราคาที่อยู่อาศัยสูงมากๆ อย่างเช่น ที่นครซีแอตเติล รัฐวอชิงตัน ที่มีปัญหามากจนศาลสูงของรัฐต้องยื่นมือเข้ามาแก้ไขปัญหา

สำนักข่าวเอพีรายงานว่า เมื่อวันที่ 12 สิงหาคมที่ผ่านมา ผู้พิพากษาศาลสูงรัฐวอชิงตัน มีคำตัดสินที่ช่วยให้รถประเภทดังกล่าวที่จอดไปทั่ว ไม่ต้องถูกเจ้าหน้าที่ลากไป โดยผู้พิพากษาตัดสินว่า การยึดรถบรรทุกของคนจรจัดและสั่งให้เจ้าของรถต้องเสียค่าใช้จ่ายเกือบ 550 ดอลลาร์เพื่อรับรถคืนนั้น เป็นเรื่องที่ “ขัดกับรัฐธรรมนูญ” และระบุว่า ยานพาหนะที่ผู้คนอาศัยอยู่นั้น ถือว่าเป็นบ้านและไม่สามารถยึดไปขายเพื่อชำระหนี้ได้

อย่างไรก็ตาม การที่จอดรถอยู่ในบริเวณเดียวตลอดทั้งฤดูร้อน และการจอดรถอยู่แคมป์เกินกำหนดนั้น เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นกับพื้นที่ตั้งแคมป์ยอดนิยมหลายแห่งในสหรัฐฯ ทั้งยังนำมาซึ่งปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากการที่ผู้คนทิ้งขยะบนพื้นดิน ขณะที่ต้นไม้และพืชต่างๆ ถูกทำลาย และมีการใช้ฟืนก่อไฟจนไม่เหลือหลอ

และเมื่อไม่นานมานี้ ผู้สื่อข่าวของ สำนักข่าว เอพี ไปติดตามดูสถานการณ์ในพื้นที่ 2 เมืองทางตะวันตกของสหรัฐฯ ซึ่งได้แก่เมืองแจ็คสัน โฮล รัฐไวโอมิงและเมืองโบซแมน รัฐมอนแทนา อย่างใกล้ชิด

📌 สู่รูปแบบของชีวิตวิถีใหม่

เฮทโอร์ เกรเนียร์ (Heather Grenier) ซีอีโอ ของสภาพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ (HRDC) ได้กล่าวกับหนังสือพิมพ์ โบซแมน เดลี โครนิเคิล (Bozeman Daily Chronicle) เมื่อไม่นานนี้ว่า แม้ว่าจำนวนผู้คนที่อาศัยอยู่ในยานพาหนะของตนจะเพิ่มมากขึ้นทั่วสหรัฐฯ ประเด็นนี้ยังคงเป็นเรื่องใหม่สำหรับเมืองโบซแมน รัฐมอนแทนา

เกรเนียร์ อธิบายว่าในช่วงของการระบาดใหญ่ของโควิด-19 ผู้คนจำนวนมากในโบซแมนต้องสูญเสียบ้าน ดังนั้น จึงมีจำนวนคนไร้บ้านที่นอนในรถเพิ่มมากขึ้น โดย HRDC พบว่าคนส่วนใหญ่ที่อาศัยอยู่ในยานพาหนะของตนต้องทำงานมากกว่าหนึ่งงาน หลายๆ คนต้องสูญเสียบ้านไป

เมแกน เมทเซอร์ (Megan Metzger) เจ้าของสถานที่ตั้งแคมป์ที่ แบร์ แคนยอน (Bear Canyon) ใกล้ๆกับเมืองโบซแมนกล่าวว่า ที่ตั้งแคมป์สำหรับรถ RV รายเดือนนั้นถูกจองอย่างรวดเร็ว โดยหลายคนที่อาศัยอยู่ในสถานที่ตั้งแคมป์นี้ทำงานในเมืองโบซแมน รวมถึงพยาบาลที่ย้ายไปทำงานตามที่ต่างๆ ด้วย

ส่วนที่เมือง แจ็คสัน โฮล รัฐไวโอมิง บางคนอาศัยอยู่บนรถทั้งในและรอบๆ อุทยานแห่งชาติที่สวยงามที่สุด 2 แห่งของสหรัฐฯ ซึ่งได้แก่ อุทยานแห่งชาติ แกรนด์ ทีทอน (Grand Teton) และอุทยานแห่งชาติ เยลโลสโตน (Yellowstone)

ทั้งนี้ ที่ดินส่วนใหญ่ในแจ็คสัน โฮล เป็นพื้นที่อุทยานแห่งชาติ หรืออยู่ภายใต้การคุ้มครองบางประเภทของรัฐบาลกลาง ดังนั้นจึงมีที่ดินเพียงเล็กน้อยสำหรับสร้างบ้านใหม่ และมีที่อยู่อาศัยที่ราคาไม่แพงเพียงน้อยนิด ขณะที่ นายจ้างบางคนในแจ็คสัน โฮล ผลักไสให้พนักงานของตนไปอาศัยอยู่ตามอุทยานแห่งชาติเมื่อมีปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัย

ลินดา เมริเกลียโน (Linda Merigliano) ผู้จัดการโครงการ Wilderness & Recreation ของป่าสงวนแห่งชาติ บริดเจอร์ ทีทอน (Bridger Teton National Forest) ของรัฐไวโอมิง กล่าวว่า นายจ้างนั้นไม่ควรใช้เขตป่าสงวนแห่งชาติเป็นห้องนอนสำหรับลูกจ้างของตน เพราะป่านั้นไม่ได้มีไว้เพื่อจุดประสงค์ดังกล่าว

แต่การใช้ชีวิตอยู่ในรถนั้น ยังคงเป็นความเป็นจริงที่เกิดขึ้นอยู่ทั่วไป

เอริกา โรเบิร์ตสัน (Erica Robertson) กล่าวว่า เธออาศัยอยู่บนรถของเธอตั้งแต่จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยในปี 2020 โดยส่วนใหญ่แล้ว เธออาศัยอยู่ในเมืองแจ็คสัน โฮล ซึ่งสามารถมองเห็นภูเขา ทีทอน (Teton) ได้ และเธอก็วางแผนที่จะอาศัยอยู่ในรถของเธอจนถึงฤดูหนาว ซึ่งเป็นช่วงที่ไม่ปลอดภัยหากจะใช้ชีวิตในรถต่อไป

โรเบิร์ตสัน ย้ำว่า ถ้าเธอสามารถหาบ้านอยู่ได้ เธอก็คงจะทำไปนานแล้ว

 

ที่มา :

VOA : https://learningenglish.voanews.com/a/costly-housing-forces-some-to-live-in-vehicles/6007493.html

ที่อยู่อาศัยแพง ผลักบางคนกลายเป็น“คนเร่ร่อนด้วยรถ”

Back To Top
Search
error: ขอบคุณที่ติดตามครับ