skip to Main Content

เกิดอะไรในโลก : ถอดบทเรียนอดีตโศกนาฏกรรมสนามฟุตบอล

อุบัติเหตุและโศกนาฏกรรม เป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น เพราะนั่นหมายถึงการสูญเสีย ที่ไม่อาจประเมินค่าได้ และในการแข่งขันแอฟริกัน เนชั่นส์ คัพ 2022 ที่ประเทศแคเมอรูน ล่าสุดเพิ่งมีความสูญเสียที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น ในเกมที่ สนาม พอล บิญ่า สเตเดียม ซึ่งแคเมอรูน เจ้าภาพ พบกับ  โคโมรอส มีการรายงานจากสำนักข่าวต่างประเทศว่า มีแฟนบอลเหยียบกันตายหน้าสนามถึง 8 ราย เหตุเพราะเกมนี้ ผู้คนในแคเมอรูนให้ความสนใจจำนวนมาก แต่ขาดการดูแลความปลอดภัยที่ดี จึงเกิดเหตุสลดนี้ขึ้น

ทั้งนี้ ยังไม่มีสาเหตุที่แน่ชัดว่าเพราะเหตุใดจึงเกิดเหตุเหยียบกันตายได้ และมีผู้สูญเสียในครั้งนี้ แต่หลายฝ่ายคาดการณ์กันว่า เกมนี้ แฟนบอลแคเมอรูนต้องการแย่งกันเข้าสนาม ซึ่งมีความจุ 60,000 ที่นั่ง แต่ทางการแคเมอรูน จำกัดให้แฟนบอลเข้าสนาม 80% หรือราวๆ 48,000 คน โดยเป็นตามมาตรการป้องกันการระบาดของโควิด-19 ของแคเมอรูน

แต่ทว่ากลับมีแฟนบอลแคเมอรูนที่รอหน้าสนามจำนวนมากกว่า 50,000 คน ได้พยายามแหกประตูและวิ่งฝ่าเข้าไปในสนาม ซึ่งทำให้เกิดเหตุการณ์ชุลมุน มีแฟนบอลถูกเบียดล้ม และเรื่องเศร้าคือมีแฟนบอลเสียชีวิตถึง 8 รายนั่นเอง

โดย 2 รายเป็นผู้หญิงในวัยราว 30 ปี และอีก 4 ราย เป็นชายในวัยราว 30 ปีเช่นกัน และมีผู้เสียชีวิตเป็นเด็ก 1 ราย และมีศพ 1รายถูกนำออกไปโดยสมาชิกครอบครัว รวมทั้งมีผู้บาดเจ็บทั้งหมดราว 50 คน ในจำนวนนี้มี 2 คนที่มีอาการบาดเจ็บขั้นสาหัสที่ศีรษะ อ้างอิงจากรายงานเบื้องต้นโดยกระทรวงสาธารณสุขแคเมอรูน

📌 สาเหตุสู่ความเศร้า

ทางด้านสหพันธ์ฟุตบอลแอฟริกา (CAF) ได้เร่งสอบสวนหาสาเหตุร่วมกับทางการแคเมอรูนเป็นการด่วน ล่าสุดทางด้าน ปาทริซ มอตเซเป ประธาน CAF ได้ออกมาเปิดเผยสาเหตุว่าเกิดจากมีการปิดประตูทางเข้าสนามหนึ่งบานโดยไม่ทราบสาเหตุ ทั้งๆ ที่ประตูบานดังกล่าวควรจะเปิดไว้เพื่อให้แฟนบอลที่มีจำนวนหลายหมื่นคนเดินเข้าสนามได้ ซึ่งเมื่อประตูถูกปิด ทำให้เกิดการอัดกันของแฟนบอลที่อยู่ในอารามเร่งรีบอยากเข้าสนาม จนสุดท้ายกลายเป็นโศกนาฏกรรมที่ไม่มีใครอยากให้เกิด

คำถามที่ประธาน CAF ตั้งทิ้งท้ายไว้คือ “ใครเป็นคนปิดประตู? ใครควรจะเป็นผู้รับผิดชอบ?”

ขณะที่ The Guardian รายงานรายละเอียดเพิ่มเติมสำหรับเหตุการณ์ในคืนดังกล่าวว่า ที่สนามโอเลมเบจะมีรั้วเหล็กซึ่งกั้นกลางก่อนจะถึงทางเข้าสนามอัฒจันทร์ฝั่งทิศใต้ในระยะทาง 150 เมตร โดยจะมีประตูทั้งหมด 3 บานด้วยกัน

แต่ในวันดังกล่าวมีแค่ประตูบานซ้ายสุดบานเดียวเท่านั้นที่เปิด ทำให้เกิดการอัดกันของแฟนฟุตบอลที่คาดว่ามีจำนวนกว่า 7,000 คนที่เข้าทางอัฒจันทร์ทิศใต้​และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเพียงแค่ 10 หรือไม่เกิน 20 คนที่ดูแลความปลอดภัย ซึ่งชัดเจนว่าไม่เพียงพอที่จะควบคุมสถานการณ์ได้

เหตุโศกนาฏกรรมในสนามฟุตบอลแคเมอรูนครั้งนี้่ ไม่ใช่เหตุความสูญเสียครั้งแรกในวงการฟุตบอล เพราะในอดีตที่ผ่านมา เคยเกิดเหตุโศกนาฏกรรมในสนามฟุตบอลมามากมาย และ 2 เหตุการณ์สำคัญของโลก ที่ต้องถูกหยิบยกมาพูดถึงเสมอๆ นั่นก็คือ 1. เหตุการณ์ โศกนาฏกรรมที่เฮย์เซล นัดชิงชนะเลิศยูโรเปี้ยนคัพ ปี 1985 ที่เบลเยียม และ 2. เหตุการณ์ โศกนาฏกรรมที่ฮิลส์โบโร่ ปี 1989 ที่อังกฤษ  ซึ่งทั้ง 2 เหตุการณ์ได้ให้ “บทเรียน” ราคาแพง และนำมาสู่ การปรับปรุงเปลี่ยนแปลง กฏต่างๆ ทั้งในเรื่องความปลอดภัย การควบคุมแฟนบอล และการป้องปรามแฟนบอลอันธพาลต่างๆ

📌 โศกนาฏกรรมเฮย์เซล 

ย้อนเวลากลับไปในปี 1985 ในนัดชิงฯ ยูโรเปี้ยน คัพ ระหว่างยูเวนตุส จากอิตาลี กับ ลิเวอร์พูล จากอังกฤษ เตะกันที่สนาม เฮย์เซล กรุงบรัสเซล ประเทศเบลเยียม โดย ณ วันนั้น ชนวนของการสูญเสียถูกจุดขึ้น โดยประมาณหนึ่งชั่วโมงก่อนเกมเริ่ม แฟนทีมลิเวอร์พูลได้พุ่งเข้าชาร์จแฟนบอลทีมจากอิตาลีผ่านโซนที่แบ่งกองเชียร์ มีการขว้างปาสิ่งของกันเกิดขึ้น แฟนยูเวนตุสต่างวิ่งหนีตายกันอลหม่านไปบริเวณกำแพงคอนกรีตเพื่อปีนหนีซึ่งทนรับแรงไม่ไหว กำแพงเลยถล่มลงมาทับแฟนเหล่านั้น ส่วนใหญ่ไม่เสียชีวิตก็บาดเจ็บหนัก

ผลของเหตุการณ์ โศกนาฏกรรมเฮย์เซล  ทำให้ยูฟ่า สั่งแบนทีมจากประเทศอังกฤษไม่ให้เข้าร่วมทุกรายการที่ทางยุโรปจัดแข่งขันจนถึงฤดูกาล 1990 โดยลิเวอร์พูลได้รับบทลงโทษเพิ่มเติมอีก 3 ปี ซึ่งต่อมาลดลงเหลือ 1 ปี และแฟนลิเวอร์พูลอีก 14 คนที่เป็นต้นเหตุถูกตัดสินจำคุก ความเลวร้ายในครั้งนั้นมีผู้เสียชีวิต 39 ราย และบาดเจ็บอีกนับ 600 คน

เวลานั้นแม้เหตุการณ์จะเกิดขึ้นที่เบลเยียม แต่ รัฐบาลอังกฤษในยุคของนาง มาร์กาเร็ต แทตเชอร์ ก็ยังออกกฎหมายปราบปรามฮูลิแกน (แฟนบอลอันธพาล) อย่างรุนแรงและจริงจัง โดยแทตเชอร์ เคยกล่าวถึงฮูลิแกนในเกมที่ เฮย์เซล ว่าคือความอับอายของคนอังกฤษ

แทตเชอร์ ใช้ความเด็ดขาด บังคับให้สโมสร ต้องปรับปรุงคุณภาพของสนาม มีการรักษาความปลอดภัยที่ดีขึ้น ยกระดับคุณภาพเกมฟุตบอล ไม่ให้เป็นพื้นที่ของอันธพาลอีกต่อไป

📌 โศกนาฏกรรมฮิลส์โบโร่

หลังจากเกิดเหตุการณ์ โศกนาฏกรรมเฮย์เซล ในปี 1985 ที่เบลเยียม หลังจากนั้น 4 ปี อังกฤษก็ต้องมาเจอความความโหดร้ายของประวัติศาสตร์ความเศร้าอีกครั้ง เพราะในวันที่  15 เมษายน 1989 ได้เกิดความสูญเสียครั้งสำคัญในวงการฟุตบอลอีกครั้งหนึ่ง นั่นคือ ได้เกิดเหตุการณ์ โศกนาฏกรรมที่ฮิลส์โบโร่ ในเมืองเชฟฟิลด์ ในเกมระหว่าง  น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ เจ้าถิ่น กับ ลิเวอร์พูล

เหตุการณ์โดยสรุปคือมีความผิดพลาดในการจัดการแฟนบอลเข้าสนาม ซึ่งปล่อยให้ผู้ชมแห่กันไปแออัดจนแน่นพื้นที่บางโซน ทั้งที่ยังมีบริเวณส่วนอื่นที่ยังพอมีที่ว่างมากกว่า ด้วยเหตุผลต่างๆเหล่านี้ทำให้เกิดเหตุแฟนบอลที่อยู่บริเวณด้านหน้าโดนอัดติดกับรั้วเหล็ก และเสียชีวิตเนื่องจากหายใจไม่ออก ขณะที่การแข่งขันต้องยุติลงหลังจากเริ่มเกมไปได้เพียง 6 นาที

โดยตรงบริเวณแสตนฝั่งลิเวอร์พูล ทีมเยือน ก่อนเกมจะเริ่มเพียงไม่นาน ได้เกิดการยุบตัวและทำให้ผู้คนหนีตายอย่างอลหม่าน จนเกิดความสูญเสียครั้งใหญ่ขึ้น

โศกนาฏกรรมฮิลส์โบโร่ มีแฟนบอลลิเวอร์พูลเสียชีวิตถึง 97 ราย และหลังจากนั้น สมาคมฟุตบอลอังกฤษก็สั่งให้ทุกสนามในลีกสูงสุดต้องเปลี่ยนอัฒจันทร์จากที่ให้แฟนบอลยืนกันตามใจชอบ เปลี่ยนมาเป็นแบบติดเก้าอี้นั่งทั้งหมด รวมทั้งต้องรื้อรั้วเหล็กออกให้หมดทุกสนามด้วย เพื่อป้องกันการเกิดโศกนาฏกรรมซ้ำรอยขึ้นอีก

 

 

 

 

 

 

ที่มา :
springnews : https://www.springnews.co.th/news/820342
mgronline : https://mgronline.com/around/detail/9650000008111
thestandard : https://thestandard.co/key-messages-afcon-tragedy/

 

ถอดบทเรียนอดีตโศกนาฏกรรมสนามฟุตบอล

Back To Top
Search
error: ขอบคุณที่ติดตามครับ