ทวี รุดเยี่ยมสะบ้าย้อย น้ำท่วม-อพยพยกหมู่บ้าน เศร้า..ผู้เฒ่าไป รพ.ไม่ทัน

SOUTH : ทวี รุดเยี่ยมสะบ้าย้อย น้ำท่วม-อพยพยกหมู่บ้าน เศร้า..ผู้เฒ่าไป รพ.ไม่ทัน
.
พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ได้มีแต่ปัญหาความไม่สงบที่ยังแก้ไม่ตกเสียทีเท่านั้น แต่ขณะนี้พี่น้องประชาชนยังต้องเผชิญปัญหาน้ำท่วม ซึ่งเป็นภัยธรรมชาติที่กระหน่ำซ้ำเติม
.
อย่างใน อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา พื้นที่หมู่ 1 บ้านแลแบง ต.สะบ้าย้อย จำนวน 49 ครัวเรือน ประชากรราวๆ 200 คน ต้องอพยพไปอาศัยอยู่ที่ “ศูนย์พักพิงชั่วคราว” ที่โรงเรียนสะบ้าย้อย เนื่องจากเจอน้ำทะลักท่วมตั้งแต่วันที่ 12 พ.ย.65 ที่ผ่านมา โดยน้ำได้ท่วมทั้งหมู่บ้าน และเอ่อล้นเข้าไปในบ้านชาวบ้านจนไม่สามารถอาศัยอยุ่ต่อไปได้
.
นอกจากนี้ ยังมีผู้สูงอายุเสียชีวิตอีก 1 ราย เนื่องจากมีอาการแน่นหน้าอก และไม่สามารถไปโรงพยาบาลได้ทัน เพราะสถานการณ์อุทกภัย
.
พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคประชาชาติ ทราบข่าวความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นกับชาวสะบ้าย้อย จึงรีบลงพื้นที่ไปเยี่ยมและให้กำลังใจทันที โดยเดินทางไปที่ศูนย์พักพิงชั่วคราว โรงเรียนสะบ้าย้อย และลงเรือสำรวจพื้นที่ รวมทั้งตรวจดูผลกระทบ พร้อมร่วมรับฟังข้อเสนอจากผู้นำในพื้นที่ และพี่น้องประชาชน
.
เสียงจากในพื้นที่พากันเรียกร้องขอให้มีการแก้ไขปัญหาในระยะยาว เนื่องจากหมู่บ้านแถบนี้เกิดน้ำท่วมซ้ำซากทุกปี เฉพาะปีนี้ท่วมมาแล้ว 2 ครั้ง รวมทั้งครั้งนี้ ซึ่งระดับน้ำปัจจุบันยังคงท่วมสูงกว่า 2 เมตร มวลน้ำทะลักมาจากพื้นที่ จ.ยะลา และเขตแดนไทย-มาเลเซีย
.
พ.ต.อ.ทวี กล่าวกับพี่น้องชาวสะบ้าย้อยว่า มาให้กำลังใจ ขอให้ทุกคนสู้
.
“ผมคิดว่าพื้นที่อพยพ หรือพื้นที่พักพิงชั่วคราว คุณภาพน่าจะดีกว่านี้หน่อย ช่วยกันหน่อย จริงๆ น้ำท่วมทุกปี ลักษณะนี้เราต้องทำศูนย์อพยพที่เป็นกิจจลักษณะเลย หาที่ทำศูนย์อพยพ เพราะเป็นภัยที่เกิดขึ้นประจำ เท่าที่ฟังดูน้ำมาจากประเทศมาเลเซีย เขาพัฒนาพื้นที่ดี พอเกิดเหตุ น้ำก็มาพื้นที่ของเรา ครัวเรือนที่นี่ที่ประสบภัย บ้านที่มีบ้านเลขที่ประมาณเกือบ 100 หลัง ถ้ารวมบ้านไม่มีเลขที่ด้วยก็ร้อยกว่าหลัง ทุกหลังได้รับผลกระทบหมด บางหลังก็อาจมีคนอยู่ แต่ส่วนใหญ่เขาก็อพยพไปที่โรงเรียน”
.
“ภัยธรรมชาติเป็นเรื่องที่รัฐต้องเข้ามาดูแล เพราะว่าทรัพย์สินมันหายไปกับน้ำหมด สัตว์เลี้ยงก็ดี พืชผลทางการเกษตรก็ดี ถือเป็นความทุกข์ของประชาชน และขณะนี้ดูท่าทางน้ำยังไม่ลด และที่น่าเสียใจคือมีผู้สูงอายุต้องเสียชีวิต ถ้าเป็นภาวะปกติ ไม่มีน้ำท่วม อาจไปโรงพยาบาลทัน แต่พอมีน้ำท่วม ไปไม่ทัน เลยต้องเสียชีวิตในหมู่บ้าน ความจริงรัฐต้องเต็มที่กว่านี้ ต้องขอบคุณท้องถิ่นที่พยายามช่วยกันอยู่ และเรื่องแบบนี้ก็เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องพยายามช่วย”
.
“ภาคใต้มีหลายแห่งที่มีภัยธรรมชาติ หน่วยงานที่เข้ามาช่วยจะเป็นหน่วยงานท้องถิ่น แต่หน่วยงานท้องถิ่นไม่ค่อยได้รับงบประมาณมา คือเราให้งบประมาณกับส่วนภูมิภาค ส่วนกลาง แต่คนที่ช่วยชาวบ้านจริงๆ คือท้องถิ่น เป็นสิ่งที่ท้องถิ่นน่าจะยกระดับ มีงบอุดหนุนให้มากขึ้นโดยเฉพาะพื้นที่ตรงนี้ เป็นพื้นที่น้ำท่วมเป็นประจำอยู่แล้ว ไม่ได้ท่วมแค่ปีเดียว”
.

พรรคประชาชาติ

Loading