skip to Main Content

เกิดอะไรในโลก : ทำความรู้จักตระกูล “ราชปักษา” นักการเมืองผู้ครองอำนาจเหนือศรีลังกาเกือบ 2 ทศวรรษ กับจุดตกต่ำสุด ณ ปัจจุบัน

สำนักข่าวเอพีรายงานวิกฤตการณ์ที่ประเทศศรีลังกาว่า กองทัพส่งกำลังทหารและรถถังออกลาดตระเวนบนถนนในกรุงโคลอมโบ หลังจากประธานาธิบดี โกตาพญา ราชปักษา มีคำสั่งให้เคลื่อนกำลังทหารเข้ามารักษาความปลอดภัยในเมืองหลวง และให้สิทธิยิงผู้ก่อจลาจลและความรุนแรงได้

สถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังเหตุปะทะกันครั้งใหญ่ระหว่างผู้ประท้วงและผู้สนับสนุนรัฐบาลเมื่อวันจันทร์ 9 พ.ค. ทำให้มีผู้เสียชีวิตไปอย่างน้อย 9 ราย บาดเจ็บร่วม 200 คน กระทั่งนายกรัฐมนตรีมหินทา ราชปักษา ยอมลาออกจากตำแหน่ง และย้ายเข้าไปอยู่ในค่ายทหารของกองทัพเรือ

แต่ประชาชนยังคงประท้วงต่อเนื่อง เพราะต้องการให้ประธานาธิบดีลาออกไปด้วยกัน ระหว่างนั้นกลุ่มผู้ประท้วงที่โกรธแค้นพากันวางเพลิงเผาบ้านของบรรดาผู้นำรัฐบาล รวมถึงบ้านเก่าของต้นตระกูลราชปักษาในเมืองฮัมบันโททา ทางตอนใต้ของประเทศด้วย

ศรีลังกาต้องเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจครั้งร้ายแรงที่สุด นับแต่ได้รับเอกราชจากสหราชอาณาจักรเมื่อปี 1948 ประชาชนต่างกล่าวโทษว่า วิกฤตครั้งนี้ส่วนใหญ่เกิดมาจากการบริหารงานที่ผิดพลาดของรัฐบาลที่นำโดยตระกูลราชปักษา

📌 ลงสนามการเมืองช้ากว่าตระกูลอื่น

ก่อนที่นายมหินทา ราชปักษา จะเริ่มมีชื่อเสียงในแวดวงการเมืองศรีลังกานั้น ตระกูลราชปักษาไม่เคยเกี่ยวข้องกับการเมืองระดับชาติมาก่อน พวกเขาเป็นตระกูลเจ้าของที่ดินในเมืองฮัมบันโททา ซึ่งรับมรดกตกทอดสืบต่อกันมาหลายชั่วรุ่น จนกระทั่งนายมหินทาได้รับเลือกเป็น สส. ครั้งแรกเมื่อปี 1970 โดยเป็นผู้แทนราษฎรที่มีอายุน้อยที่สุดในรัฐสภา และต่อมาในช่วงทศวรรษ 1980 นายชามาลซึ่งเป็นพี่ชายของนายมหินทา ก็ได้รับเลือกตั้งเป็น สส. ด้วยเช่นกัน

นายมหินทาได้รับคะแนนนิยมเพิ่มขึ้นอย่างมาก หลังกล่าวประณามการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อกลุ่มกบฏฝ่ายซ้าย ในช่วงปี 1987-89 ซึ่งต่อมาเขาเรียกร้องให้สหประชาชาติเข้าแทรกแซงเพื่อแก้ไขสถานการณ์

ในปี 1994 นายมหินทาได้นั่งเก้าอี้รัฐมนตรีแรงงาน ในรัฐบาลของประธานาธิบดีจันทริกา กุมาระตุงคะ สิบปีต่อมาเขาได้ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีเมื่อปี 2005 โดยเขาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสองสมัย ระหว่างปี 2005-2015 และเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการยุติสงครามกลางเมือง ซึ่งรัฐบาลของชาวพุทธเชื้อสายสิงหลได้สู้รบกับกลุ่มกบฏพยัคฆ์ทมิฬมานานเกือบ 30 ปี

📌 ธุรกิจครอบครัว

แม้ในขณะที่ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสองสมัยแรกนั้น นายมหินทาจะถูกกล่าวหาว่ากระทำการละเมิดสิทธิมนุษยชน ต่อชนกลุ่มน้อยเชื้อสายทมิฬและชนกลุ่มน้อยที่ไม่ใช่ชาวพุทธ รวมทั้งถูกกล่าวหาว่าฉ้อราษฎร์บังหลวงอีกด้วย แต่เรื่องอื้อฉาวเหล่านี้ไม่อาจหยุดยั้งการนำญาติพี่น้องของเขาเข้ากุมอำนาจในภาคส่วนต่าง ๆ ของรัฐบาลได้

นายโกตาพญา น้องชายของนายมหินทาซึ่งเป็นประธานาธิบดีศรีลังกาคนปัจจุบัน เคยมีตำแหน่งระดับสูงในกระทรวงกลาโหมมาก่อน และมีบทบาทสำคัญในการช่วยพี่ชายปราบปรามกลุ่มกบฏพยัคฆ์ทมิฬ ในช่วงสงครามกลางเมือง ส่วนนายชามาล พี่ชายของนายมหินทาได้รั้งตำแหน่งสูงในหลายกระทรวง รวมถึงกระทรวงเกษตร การประมง และการชลประทาน ด้านนายบาซิลซึ่งเป็นน้องชายอีกคนนั้น นั่งเก้าอี้รัฐมนตรีคลังและกำกับดูแลงานด้านการพัฒนาเศรษฐกิจ

เครือญาติของพี่น้องทั้งสี่ยังได้ตำแหน่งสูงในรัฐบาลกันถ้วนหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งนายนามาล ลูกชายของนายมหินทา ซึ่งได้เป็นถึงรัฐมนตรีกระทรวงกีฬา ในขณะที่นายโยศิธา ลูกชายอีกคนได้เข้ามาช่วยพ่อบริหารงาน ในตำแหน่งหัวหน้าเจ้าหน้าที่ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

แม้ตระกูลราชปักษาต้องสูญเสียอำนาจทางการเมืองไปชั่วคราว หลังจากนายมหินทาแพ้การเลือกตั้งในปี 2015 แต่สี่ปีหลังจากนั้นพวกเขาหวนคืนสู่สังเวียนการเมืองอีก โดยคราวนี้มีนายโกตาพญาเป็นตัวแทนลงทำศึกชิงตำแหน่งประธานาธิบดี เนื่องจากกฎหมายห้ามนายมหินทาซึ่งเคยเป็นประธานาธิบดีแล้วถึงสองสมัยลงสมัครรับเลือกตั้งอีก

นายโกตาบายาหาเสียงด้วยการชูประเด็นชาตินิยม รวมทั้งเน้นย้ำถึงภาพลักษณ์ของผู้นำตระกูลราชปักษา ซึ่งมีผลงานโดดเด่นด้านการรักษาความสงบเรียบร้อยของประเทศเป็นสำคัญ สิ่งนี้ทำให้นายโกตาพญาได้รับคะแนนเสียงท่วมท้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังเกิดเหตุร้ายโดยกลุ่มที่เรียกตัวเองว่าไอเอส ในเดือน เม.ย. ปี 2019 ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตไปถึง 250 ราย

📌 ข้อกล่าวหาเรื่องการคอร์รัปชัน

เสียงเล่าลือว่าพี่น้องตระกูลราชปักษาทำการทุจริตฉ้อราษฎร์บังหลวง ไม่เคยลบเลือนหายไปตลอดช่วงเวลาที่พวกเขาครองอำนาจอยู่ ข้อกล่าวหานี้หวนกลับมาอีกครั้ง ในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจหลังเกิดการระบาดใหญ่ของโรคโควิด-19

ประชาชนจำนวนไม่น้อยเชื่อว่า นายมหินทาคือผู้เปิดทางให้เครือญาติในตระกูลเข้ามาปล้นชิงความมั่งคั่งของประเทศ เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ทางการเงินส่วนตน ป้ายข้อความที่กลุ่มผู้ประท้วงชูและคำขวัญที่พวกเขาร้องตะโกนไปตามท้องถนน ล้วนแต่เรียกร้องให้ผู้นำรัฐบาล “คืนเงินที่ขโมยไป”

คะแนนนิยมที่ตกต่ำลงอย่างมากของตระกูลราชปักษาในตอนนี้ ถึงกับทำให้เกิดความร้าวฉานแตกแยกภายในหมู่พี่น้องกันเอง โดยเมื่อช่วงปลายเดือน เม.ย. มีรายงานว่านายมหินทาและโกตาพญาขัดแย้งกัน ในเรื่องช่วงชิงอำนาจควบคุมกลุ่มผู้สนับสนุน

ภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำถึงขีดสุด ทำให้ประชาชนที่เคยลงคะแนนเสียงเลือกนายโกตาพญาเป็นผู้นำมาก่อน หันมาชูป้ายและตะโกนข้อความ “โกตา โก โฮม” (Gota go home) ซึ่งฟังดูคล้ายกับประโยคภาษาอังกฤษที่ว่า “ต้องกลับบ้านแล้ว” อย่างไรก็ตามคำว่า “โกตา” ในที่นี้ คือชื่อเล่นของนายโกตาพญา ข้อความดังกล่าวจึงมีความหมายว่า “โกตากลับบ้านไป” ซึ่งเป็นการขับไล่ประธานาธิบดีคนปัจจุบันออกจากตำแหน่ง

แต่จนถึงบัดนี้ ยังไม่มีวี่แววว่านายโกตาพญาจะทำตามเสียงเรียกร้องนั้นแต่อย่างใด ในขณะที่เหตุจลาจลลุกลามสู่การเผาทำลายบ้านของเครือญาติตระกูลราชปักษา รวมทั้งบ้านของนักการเมืองฝ่ายรัฐบาลหลายหลัง นอกจากนี้ยังมีการทำลายหลุมศพและอนุสรณ์สถานของบุพการีผู้ให้กำเนิดสี่พี่น้องราชปักษาด้วย เนื่องจากถูกกล่าวหาว่าพวกเขายักยอกเงินของรัฐมาใช้ในการก่อสร้าง

มีการประกาศภาวะฉุกเฉินทั่วประเทศ และมีแววว่านายโกตาบายาอาจเดินหน้าปราบปรามกลุ่มผู้ประท้วงอย่างเด็ดขาด แม้ว่าบรรดารัฐมนตรีและนักการเมืองผู้สนับสนุนของเขาจะได้ลาออกกันไปเกือบหมดแล้วก็ตาม

ความรุนแรงและเหตุจลาจลอาจดำเนินต่อไป แต่เป็นที่แน่นอนแล้วว่า ตระกูลราชปักษาได้สูญเสียการยึดกุมอำนาจอย่างเหนียวแน่นตลอดสองทศวรรษไปโดยสิ้นเชิง ซึ่งยากที่จะช่วงชิงกลับคืนมาได้อีกครั้ง

📌 บริหารพลาด-หนี้สินล้นประเทศ

จากรายงานของสำนักข่าวรอยเตอน์ นักวิเคราะห์ต่างมองว่า การบริหารจัดการเศรษฐกิจของรัฐบาลที่ผิดพลาด ส่งผลต่อภาคการเงินการคลังของประเทศ ค่าใช้จ่ายสูงล้ำเกินรายได้ ส่วนภาคการผลิตไม่อาจผลิตสินค้าและบริการอยู่ในระดับที่ไม่เพียงพอ

สถานการณ์ย่ำแย่ลงไปอีก เมื่อรัฐบาลตัดลดภาษีอย่างแรงนับจากปี 2019 ที่ชนะการเลือกตั้งสมัยสอง จากนั้นไม่นานก็เกิดสถานการณ์โรคระบาดโควิดเข้ามาซ้ำเติม ทำให้ฐานรายได้หลักของศรีลังกาที่ขึ้นอยู่กับภาคการท่องเที่ยวหายวับไปกับตา ส่วนการสร้างรายได้จากภาคแรงงานที่ไปทำงานต่างประเทศหดหายไปเช่นกัน

บรรดาบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือทางการเงินต่างแสดงความกังวลว่าสถานะการเงินการคลังของศรีลังกาไม่อาจจะจ่ายหนี้ต่างประเทศได้ จึงลดระดับความน่าเชื่อถือลงตั้งแต่ปี 2020 จนศรีลังกาถูกกันออกจากตลาดการเงินระหว่างประเทศไปโดยปริยาย

ขณะเดียวกัน การที่รัฐบาลศรีลังกานำเงินสำรองระหว่างประเทศออกมาใช้ ทำให้เงินร่อยหรอลงไปอย่างรวดเร็วมากกว่า 70% ภายในสองปี แม้ว่าปัจจัยด้านเศรษฐกิจของศรีลังกาย่ำแย่เต็มที รัฐบาลนายราชปักษาได้แต่เปิดการเจรจากับไอเอ็มเอฟ ทั้งที่ผู้นำฝ่ายค้านและผู้เชี่ยวชาญภาคการเงินจะเรียกร้องให้รัฐบาล ต้องออกมาตรการออกมารับมือและปรับปรุงสถานการณ์ให้ดีขึ้น

แต่รัฐบาลกลับไม่ทำอะไร รอแต่ว่าจะเปิดประเทศรับการท่องเที่ยว อีกทั้งยังพยายามขอความช่วยเหลือจากสองชาติมหาอำนาจ คืออินเดียและจีนให้ช่วยเหลือ ทั้งที่อินเดียให้เงินสนับสนุนศรีลังกามาแล้วถึง 3,500 ล้านดอลลาร์ หรือราว 119,000 ล้านบาทในปีนี้

ส่วนจีน นายราชปักษาของให้ช่วยปรับโครงสร้างหนี้ให้ใหม่ จากที่ศรีลังกาติดหนี้จีนอยู่ 3,500 ล้านดอลลาร์ หลังจากเมื่อปลายปี 2021 จีนก็ให้ศรีลังกามาแล้ว 1,500 ล้านดอลลาร์ในรูปแบบ denominated swap

สำหรับการใช้ชีวิตของประชาชน นอกจากเผชิญกับสินค้าราคาแพง ต่อคิวยาวเหยียดหน้าปั๊มน้ำมัน เจอกับไฟดับอยู่บ่อยๆ ที่น่าวิตกมากคือยารักษาโรคเหลือน้อยลงเรื่อยๆ

ล่าสุดสงครามระหว่างรัสเซีย-ยูเครนทำให้ราคาต่าง ๆ ในตลาดโลกปรับเพิ่มขึ้น ยิ่งซ้ำเติมราคาสินค้าในศรีลังกาให้เพิ่มขึ้นสูง ประกอบกับค่าเงินที่อ่อนค่าอย่างมาก ทำให้ราคาต่าง ๆ ยิ่งแพงขึ้น ส่งผลให้เงินเฟ้อปรับขึ้นต่อเนื่อง

 

 

 

 

 

ที่มา :
bbc : https://www.bbc.com/thai/international-61405608?at_campaign=64&at_custom1=%5Bpost+type%5D&at_custom2=facebook_page&at_medium=custom7&at_custom3=BBC+Thai&at_custom4=5197F1AC-D0FA-11EC-B620-0F9331EBDC67&fbclid=IwAR1cuavIs9OhA5Z0Wttbp2zQh–d-xP40RS6kBBAFgsT-ZgZqdsuzJU6DD0
prachachat : https://www.prachachat.net/columns/news-927922
https://www.prachachat.net/world-news/news-929272

ทำความรู้จักตระกูลราชปักษา หลังครองศรีลังกาเกือบ 2 ทศวรรษ กับจุดตกต่ำสุด ณ ปัจจุบัน

Back To Top
Search
error: ขอบคุณที่ติดตามครับ