skip to Main Content

SOCIAL : นักเรียนไทยในตุรกีเล่าความประทับใจ คนที่นั่นใจดี รัฐดูแลคนต่างชาติไม่ต่างจากคนตุรกี ขอบคุณสถานทูตสนับสนุนนักเรียนไทยมาโดยตลอด

เด็กไทยจากจังหวัดในภาคใต้ หนึ่งในจำนวนเด็กไทยอีกหลายๆคนที่ได้รับโอกาสศึกษาต่อที่ประเทศตุรกี เล่าประสบการณ์ที่น่าประทับใจจากการใช้ชีวิตอยู่ในประเทศที่กว้างใหญ่ ประเทศซึ่งมีดินแดนอยู่ทั้งในทวีปเอเชียและทวีปยุโรป น้องได้ถ่ายทอดสิ่งที่ได้ประสบพบเจอจากการใช้ชีวิตอยู่ในต่างแดนผ่าน “ลาเล” วารสารรายปีของสมาคมเด็กไทยในตุรกี
.
น้องวะฟาอ์ โอรพันธ์ เล่าให้ฟังว่า เด็กไทยส่วนใหญ่ที่นี่เป็นนักเรียนทุน ซึ่งได้รับทุนการศึกษาเต็มจำนวนจากรัฐบาลตุรกี รวมค่าใช้จ่ายทั้งค่าเทอม ค่าหอและเงินเดือน เรียกง่าย ๆ ว่าเขาจ้างให้มาเรียนนั่นแหละ ไม่มีข้อแลกเปลี่ยนอะไร เพราะถือเป็นการได้ประโยชน์ซึ่งกันและกันไปในตัว การศึกษาของประเทศเป็นที่รู้จักระดับโลกมากขึ้น ยิ่งมีคนมาเรียนเยอะ องค์ความรู้ยิ่งกว้าง เป็นรากฐานของการเป็นประเทศพัฒนาแล้ว ตุรกีเลยลงทุนกับการให้ทุนการศึกษามาก ถึงจะไม่เท่าอเมริกาหรือยุโรป แต่ก็ทำได้ดีในแบบของตัวเอง นักเรียนเอง นอกจากมาเรียนแล้วยังได้ทำกิจกรรมร่วมกับทางทุน ซึ่งมีเข้ามาบ่อย ๆ ที่เปิดโอกาสให้นักเรียนได้เสนอโปรเจคต่าง ๆ ตามสาขาที่เรียน หรือเขียน article ก็ดี เรียกได้ว่า รัฐบาลตุรกีทั้งมีโอกาสให้นักเรียน และคว้าโอกาสให้ตัวเองในเรื่องการศึกษาอยู่ไม่น้อยเลย
.
นอกจากการศึกษาแล้ว เด็กนักเรียนไทยรวมไปถึงนักเรียนต่างชาติในเครือที่ได้รับทุน ยังได้สวัสดิการรัฐที่ไม่ต่างกับคนตุรกีอีกด้วย ทั้งการรักษาพยาบาล บริการสาธารณะ รวมไปถึงได้ถือบัตรประชาชนที่ครอบคลุมสิทธิการเข้าถึงบริการต่าง ๆ ของรัฐก็ดี ยกตัวอย่างเช่นช่วงโควิดระบาดเป็นครั้งแรก เมื่อเกือบ 2 ปีที่ผ่านมา สาธารณะสุขตุรกีทำงานหนักมากในการรับมือโรคระบาดและการดูแลประชาชน จนกระทั่งต้นปี 2021 มีการทยอยนำวัคซีนเข้ามา จนทุกวันนี้ตุรกีกลายเป็นประเทศอันดับต้น ๆ ของโลกที่มีแนวโน้มว่าฟื้นฟูตัวได้เร็วจากสถานการณ์โควิด ซึ่งนักเรียนไทยเองก็ได้รับสิทธิประโยชน์จากการจัดการของรัฐในครั้งนี้เช่นกัน ทั้งการได้รับการตรวจโควิดฟรี รวดเร็วและสะดวก หรือจะเป็นการได้รับวัคซีนฟรี ในฐานะพลเมืองของรัฐ
.
เด็กไทยที่นี่ไม่เพียงแต่ได้รับการดูแลโดยรัฐบาล ผู้ซึ่งมอบทุนการศึกษาให้เท่านั้น แต่ยังได้รับการดูแลโดยนัย จากผู้คนในประเทศตุรกีด้วยเหมือนกัน ตุรกีเป็นประเทศที่คนส่วนใหญ่จิตใจดี อาจอนุมานได้ว่าค่อนข้างดีกว่าคนไทยในความหลากหลายของพื้นที่ ไปที่ไหนก็จะพบเห็นคนใจดี ไม่ใช่แค่ต่างจังหวัด และถึงแม้จะไม่มีคำขวัญอย่าง “สยามเมืองยิ้ม” ให้เป็นที่รู้จักกันเพราะคนตุรกีบางทีก็ไม่ค่อยยิ้ม แต่จิตใจนั้นสวนทางกับการแสดงออกทางสีหน้า ผู้คนที่นี่ไม่ถึงกับเรียกว่าเป็นมิตรเพราะความเป็นส่วนตัวที่ถือเคารพกันมากกว่าในบ้านเรา แต่สำหรับชาวต่างชาติ โดยเฉพาะเอเชีย (เป็นส่วนใหญ่) จะถูกเอ็นดูและให้ความสนใจเป็นพิเศษ การต้อนรับ การพูดคุย การแบ่งปัน จึงแตกต่างไปโดยสิ้นเชิงกับความเป็นพื้นเพเดิมของคนตุรกี อย่างเช่นเราเคยเจอคนแก่ระหว่างทางเวลานั่งรอรถประจำทาง เห็นเป็นต่างชาติหน่อยไม่ได้ต้องเข้ามาคุยด้วย ถึงตัวเองจะคุยไม่รู้เรื่องก็ตาม ไม่นับขนมปังที่ชอบแบ่งให้ถ้าตัวเองมีมันอยู่ในมือ ขนมปังอาจจะเป็นอะไรที่เล็ก ๆ น้อย ๆ แต่นี่คืออาหารหลักของคนตุรกี คนที่ให้สิ่งที่เป็นถึงอาหารหลักของตัวเองกับคนอื่น ก็น่าคิดอยู่นะว่าต้องมีจิตใจดีขนาดไหนกันหรือจะเป็นการให้ความช่วยเหลือ ทั้ง ๆ ที่ตัวเองก็ดูรีบเร่ง แต่อุตส่าห์พาคนไม่รู้ทางเดินไปถึงที่หมายได้
.
จะวัยรุ่น เด็กๆ ผู้ใหญ่หรือคนแก่ ต่างใจดีกันคนละแบบ เด็กๆ ส่วนใหญ่จะชอบเข้ามาเล่นด้วยถ้าเรามีสิ่งที่เขาสนใจอยู่ในมือ เราเคยไปเดินถ่ายรูปรอบ ๆ เมือง แล้วมีเด็กเดินเข้ามาขอให้ถ่ายรูปพวกเขาหน่อย เราเลยได้เพื่อนเยอะมากจากการเดินออกไปถ่ายรูป เป็นเพื่อนที่คบกันแค่ 5-10 นาที แต่นั่นก็เพียงพอแล้วสำหรับมิตรภาพ
.
ความใจดีไม่ได้ถูกกำหนดว่าต้องเป็นในรูปแบบการแบ่งปัน การต้อนรับอย่างเอิกเกริก บางครั้งก็เป็นแค่ การให้ความสนอกสนใจแม้เพียงเล็กน้อย พอให้คนตัวเล็ก ๆ ที่มาจากต่างบ้านต่างเมืองแบบเราไม่รู้สึกแปลกแยกหรือโดดเดี่ยว และคนตุรกีส่วนใหญ่เป็นคนใจดีประเภทนี้ สำหรับเรา ตุรกีจึงเป็นประเทศที่อยู่แล้วอุ่นใจ ในวัยเรียนตอนนี้ ที่นี่สามารถให้เราใช้ชีวิตแบบพ้นจากความทะเยอทะยานได้อยู่มากเลยทีเดียว ซึ่งนี่ถือเป็นเรื่องที่ดีที่สุดในช่วงอายุนี้แล้ว คือได้ใช้ชีวิตโดยปราศจากการคาดหวังของสังคม (ด้วยสภาพภูมิศาสตร์ที่ไม่ได้มีความเป็นเมืองใหญ่มากนัก และสามารถท่องเที่ยวได้เกือบทุกที่ สภาพทางสังคม ผู้คน ที่เอื้อให้ความผ่อนคลายในการใช้ชีวิตมีมากขึ้น และสถานะในวัยเรียน + เป็นเด็กทุน ภาระในชีวิตจึงมีไม่มากนอกเสียจากเรื่องเรียน)
.
เด็กไทยที่อยู่ที่นี่น่าจะพบเจอเรื่องไม่ต่างจากเรา นอกจากเพื่อน ๆ คนไทยด้วยกัน ก็คนตุรกีที่เดินสวนทางกันไปมานี่แหละ ที่ทำให้พวกเรารู้สึกว่าที่นี่ไม่ต่างจากบ้านที่เราอยู่มากนัก การปรับตัวในช่วงแรกที่ว่าหนักหนาอยู่พอสมควรเนื่องจากความต่างทางวัฒนธรรมดูเป็นเรื่องคุ้มค่าไปเลย ชีวิตที่ตุรกีถึงจะมีบางช่วงที่หนักหนาไปบ้าง (อย่างเช่นเวลาต้องสอบ เรียนภาษาที่ไม่ใช่ภาษาตัวเอง ทะเลาะกับคนขับรถประจำทาง มีเรื่องกับรูมเมท โดนคนตุรกีนิสัยไม่ดีแซงคิวในร้านกาแฟ หรือโมโหพวกที่ขับรถแล้วไม่ตบไฟเลี้ยว) แต่ก็เป็นชีวิตที่ถ้าเมื่อมองย้อนกลับมาคงไม่มีคำว่าเสียดาย
.
ส่วนสังคมของเด็กไทยที่ตุรกีก็มีเช่นกัน เราถูกดูแลโดยสถานทูต ซึ่งมอบโอกาสให้เราก่อตั้งสมาคมขึ้น และให้การสนับสนุนกิจกรรมภายในสมาคมอยู่ตลอด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล่น เรื่องเที่ยว กิจกรรมพัฒนาตัวเอง โอกาสในหารแสดงความสามารถ ปัญหาด้านเอกสาร ปัญหาเรื่องงาน สถานทูตดูแลนักเรียนไทยได้ดีมากในส่วนนี้ เด็กไทยได้รวมตัวพร้อม ๆ กันครั้งใหญ่ปีละครั้งในงานสถานทูต ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในหมู่นักเรียนไทยที่ตุรกีและเป็นที่ตั้งตารอคอยให้ถึงปิดเทอมหน้าหนาวเป็นอย่างมาก เพราะสถานทูตจะพาเราไปพักผ่อน ทำกิจกรรมและไปเที่ยว นอกเหนือจากนี้ก็จะเป็นกิจกรรมย่อยที่จัดกันโดยนักเรียนกันเอง และอีกกิจกรรมสำคัญที่ให้การสนับสนุนโดยงบประมาณจากสถานทูตอีกเช่นกัน นั่นก็คือวารสารประจำปีของสมาคมนักเรียนไทยในตุรกี ที่มีชื่อว่า “วารสารลาเล” นั่นเอง
.
นี่เป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวที่ถูกบรรจุไว้ในวารสารลาเล แหล่งรวมประสบการณ์คนไทยในตุรกี โดยชื่อวารสารมาจาก คำว่า “ลาเล” (LALE) ภาษาตุรกีแปลว่า “ดอกทิวลิป” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของประเทศตุรกี วารสารลาเล จึงเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของสมาคมเด็กไทยในตุรกี
.
วารสารลาเล เป็นวารสารรายปีของสมาคมเด็กไทยในตุรกี ความตั้งใจแรกเริ่มของผู้ก่อตั้งวารสารเพื่อสร้างความเข้าใจเรื่องราวเกี่ยวกับตุรกีให้แก่บุคคลภายนอกและทำให้ตุรกีเป็นที่รู้จักมากขึ้น โดยแต่ละปีจะมี บก. ที่มาจากนักเรียนไทยที่ให้ความสนใจอยากทำงานด้านนี้ และเนื้อหาภายในเล่มจะถูกเขียนโดยนักเรียนไทยในตุรกีผู้ซึ่งมีความสนใจหรือชอบในการเล่าเรื่องผ่านตัวอักษร
.
วารสารลาเลปีนี้ถือเป็นปีที่ 8 เล่มที่ 8 ที่ผ่านมาวารสารถูกตีพิมพ์เป็นหนังสือมาโดยตลอด แต่เนื่องจากปีนี้ประสบปัญหาโควิดทำให้ต้องเปลี่ยนรูปการสื่อสารเป็นใช้แพลตฟอร์มออนไลน์ คือ อินสตาแกรม เป็นหลัก ในชื่อเพจ LALE_PAGE0
.
LALE_PAGE0 (คอนเซ็ปต์ของวารสารลาเลปี 2021)
คอมมิวนิตี้เล็ก ๆ บนอินสตาแกรมที่รวมภาพถ่ายและเรื่องสั้นเกี่ยวกับตุรกี มุมมองทางสังคม เรื่องราวประวัติศาสตร์ และแนะนำการท่องเที่ยว ผ่านนักเขียนหลายนามปากกาที่ร่วมกันส่งเรื่องเข้ามา แอคเคาต์นี้จะไม่ถูกปิดลงถึงแม้ว่าจะสิ้นสุดวาระของทีมงานปีนี้ จะเปิดให้คนที่สนใจเข้ามาอ่านได้ตลอด
.
วารสารลาเล รูปแบบใหม่บนโซเชียลเน็ตเวิร์กครั้งแรกและตอนนี้กำลังมีกิจกรรมแจกรูปเล่มวารสาร โดยปีนี้จัดทำในรูปแบบ Photobook พร้อมกับ Postcard แจกให้ทุกคนที่ติดตามเพจแล้วสนใจอยากเป็นเจ้าของ โดยสามารถติดตามการร่วมกิจกรรมได้ที่แอคเคาต์อินสตาแกรม LALE_PAGE0 ได้ ไม่มีการเสียค่าใช้จ่ายใดใดทั้งสิ้น กิจกรรมมีถึงวันที่ 28 ตุลาคมนี้
.
ท่านใดไม่อยากพลาดเรื่องราวดีๆ สามารติดตามอ่านบทความอีกมากมายได้ทาง Instagram: LALE_PAGE0 หรือ Facebook: Thai Students Association in Turkey – TSAT (ช่องทางติดต่อสมาคมนักเรียนไทยในตุรกี เรื่องทุนการศึกษา และการมาเรียนต่อที่ตุรกี)

นักเรียนไทยในตุรกีเล่าความประทับใจ คนที่นั่นใจดี รัฐดูแลคนต่างชาติไม่ต่างจากคนตุรกี

Back To Top
Search
error: ขอบคุณที่ติดตามครับ