skip to Main Content

เกิดอะไรในโลก : บทบาทของอียิปต์ในฉนวนกาซ่าเป็นมากกว่าแค่ “สื่อกลาง”

การโจมตีของอิสราเอลในบริเวณมัสญิดอัลอักซอ ในนครเยรูซาเล็มตะวันออกที่ถูกยึดครอง ได้จุดชนวนให้เกิดการยิงจรวดจากฉนวนกาซ่าเข้าสู่อิสราเอล และอิสราเอลก็โจมตีฉนวนกาซ่าที่ถูกปิดล้อมด้วยการโจมตีทางอากาศ ทำให้เกิดความกลัวว่าอาจเกิดสงครามครั้งใหม่

เหตุการณ์นี้ไม่ต่างกับที่เคยเกิดขึ้นในอดีต ทั้งสองฝ่ายหันไปหาบุคคลที่สามที่ไว้ใจได้นั่นคืออียิปต์

ไคโรมีบทบาทสำคัญในการเป็นสื่อกลางระหว่างกลุ่มหะมาสและอิสราเอลเพื่อยุติการสู้รบหลังจากการรุกรานฉนวนกาซ่าโดยเทลอาวีฟ ในเดือนพฤษภาคม 2564 และยังเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่สำคัญ โดยทำหน้าที่เป็นสื่อกลางระหว่างหะมาสและอิสราเอลระหว่างการโจมตีครั้งก่อนๆ ในดินแดนแห่งนี้

อียิปต์ยังมีส่วนร่วมในการฟื้นฟูฉนวนกาซ่าหลังจากการรุกรานในปี 2564 โดยให้คำมั่นสัญญาว่าจะสร้างอาคารบ้านเรือนที่ถูกทำลายขึ้นใหม่ด้วยงบประมาณ 500 ล้านเหรียญสหรัฐ

ในเวลาเดียวกัน อียิปต์ก็เป็นหุ้นส่วนกับอิสราเอลในการรักษาการปิดล้อมฉนวนกาซ่า และได้ทำลายอุโมงค์ลับใต้ดินซึ่งหะมาสใช้ในการลักลอบนำเข้าอาวุธและเสบียงสำคัญที่ช่วยหลีกเลี่ยงผมกระทบจากการปิดล้อม

การไกล่เกลี่ยของอียิปต์เป็นข่ายงานของสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ซึ่งเน้นย้ำถึงความสำคัญของการรักษาความสงบในฉนวนกาซ่าที่มีผลต่อความมั่นคงของอียิปต์

นอกจากนี้ยังอธิบายด้วยว่าเหตุใดหลายคนในฉนวนกาซ่า รวมทั้งนักการเมืองชั้นนำมักไม่เต็มใจที่จะอภิปรายบทบาทของไคโรอย่างเปิดเผย

สุฮัยล์ อัลฮินดี สมาชิกสำนักการเมืองของหะมาสอธิบายกับอัลญะซีเราะฮ์ว่า ในขณะที่เขาไม่ต้องการพูดคุยเกี่ยวกับรายละเอียดของการไกล่เกลี่ยของอียิปต์กับอิสราเอล หะมาสได้ชื่นชมความพยายามของอียิปต์ในการลดความตึงเครียดระหว่างฉนวนกาซ่ากับอิสราเอล และบทบาทของไคโรในการถ่ายทอดข้อความจากหะมาสไปยังทุกฝ่าย

อัลฮินดีกล่าวว่า กลุ่มหะมาสใช้ช่องทางการสื่อสารนี้เพื่อบอกอิสราเอลว่า “อัลอักซอเป็นเส้นแดง และกลุ่มต่อต้านมีสิทธิ์ที่จะปกป้องประชาชนของตน”

มุชีร อัลมัศรี ผู้นำระดับสูงของหะมาสอีกคนหนึ่งบอกกับอัลญะซีเราะฮ์ว่า กลุ่มหะมาสมีความกระตือรือร้นในความพยายามทางการทูต และส่วนหนึ่งก็ต้องขอบคุณอียิปต์

“ไม่ต้องสงสัยเลยว่าอียิปต์มีบทบาทมากที่สุดในเรื่องนี้ เนื่องจากการทำหน้าที่เป็นสื่อกลาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากการรุกรานเมื่อเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว” อัลมัศรีกล่าว

📌 การไกล่เกลี่ยและการปิดล้อม

บทบาทของอียิปต์ในฉนวนกาซ่าเริ่มมีความสำคัญมากขึ้นหลังจากกลุ่มหะมาสเอาชนะฟะตะห์ คู่แข่งสำคัญในปี 2550 และเข้าควบคุมดินแดนดังกล่าวได้อย่างสมบูรณ์

ไคโรพยายามหลายครั้งที่จะผลักดันให้มีกระบวนการปรองดองระหว่างคู่แข่งทั้งสองเพื่อแก้ไขข้อพิพาทที่มีมายาวนาน โดยไม่ประสบความสำเร็จในระยะยาวมากนัก

สำนักข่าวกรองแห่งชาติของอียิปต์ยังมีบทบาทสำคัญในการเป็นนายหน้าแลกเปลี่ยนนักโทษระหว่างกลุ่มหะมาสและอิสราเอลในปี 2554

ความตึงเครียดเกิดขึ้นหลังรัฐประหารในปี 2556 ต่อประธานาธิบดีมุฮัมมัด มุรซี ของอียิปต์ ซึ่งร่วมกับพรรคภราดรภาพมุสลิมของเขาเป็นพันธมิตรทางอุดมการณ์ของกลุ่มหะมาส ความตึงเครียดนั้นทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อผู้นำคนใหม่ของอียิปต์ อับดุลฟัตตาห์ อัซซีซี แสดงจุดยืนที่เข้มงวดต่อกลุ่มหะมาส และสั่งทำลายเครือข่ายอุโมงค์ลักลอบนำเข้าที่ค้ำจุนเศรษฐกิจของฉนวนกาซ่า

ในช่วงเวลานี้ อียิปต์ยังกล่าวหาหะมาสย้อนหลังว่ามีส่วนเกี่ยวข้องในการปฏิวัติในปี 2554 และสื่อของอียิปต์ได้เริ่มการรณรงค์เชิงลบที่มุ่งเป้าไปที่กลุ่มหะมาส โดยกล่าวหาว่าสนับสนุน “กลุ่มก่อการร้าย” ในคาบสมุทรซีนาย

อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นหลังจากปี 2560 เมื่อกลุ่มหะมาสออกเอกสารทางการเมืองฉบับใหม่ ซึ่งไม่ได้อ้างอิงถึงความเชื่อมโยงของทางการและองค์กรใดๆ กับกลุ่มภราดรภาพมุสลิม ตั้งแต่ปี 2561เป็นต้นมา มีการแลกเปลี่ยนการเยือนระหว่างบุคคลระดับสูงในหะมาสและเจ้าหน้าที่ข่าวกรองอาวุโสของอียิปต์

ท้ายที่สุด อำนาจของอียิปต์ในฉนวนกาซ่ามาจากการควบคุมจุดผ่านแดนเราะฟะห์ ซึ่งเป็นเส้นเลือดใหญ่ของพื้นที่ และเป็นจุดเข้าและออกเพียงจุดเดียวที่อิสราเอลไม่ได้ควบคุม

ทางการอียิปต์สามารถปิดทางข้ามเราะฟะห์ได้ทุกเมื่อที่ต้องการ ทำให้แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่หนึ่งในสองล้านคนในฉนวนกาซ่าจะออกจากฉนวนกาซ่า

แม้ว่าจะมีความพยายามที่จะผ่อนคลายข้อจำกัดด้านสินค้าและผู้คนที่ข้ามพรมแดน แต่การคงอยู่ของอียิปต์นั้นตอกย้ำอำนาจของไคโรในความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศเพื่อนบ้าน

📌 คู่หูคนสำคัญ

ยูซุฟ อบู วัตฟา นักเขียนและนักวิจัยด้านกิจการอียิปต์ อธิบายถึงพลวัตระหว่างหะมาสและอียิปต์ และบทบาทของอียิปต์ในกิจการปาเลสไตน์ไว้ว่า

“กลุ่มหะมาสเคารพฝ่ายอียิปต์อย่างสูง และหะมาสมีวินัยอย่างมากในวาทกรรมสื่อของพวกเขาเกี่ยวกับอียิปต์” อบู วัตฟา บอกกับอัลญะซีเราะฮ์ และว่า “อียิปต์ได้รับประโยชน์จากบทบาทการไกล่เกลี่ยปัญหาปาเลสไตน์ เนื่องจากทำให้มีสถานะทางการเมืองและความสำคัญในภูมิภาคนี้ และเป็นสิ่งที่สามารถแสดงให้รัฐบาลสหรัฐฯ ที่นำโดยประธานาธิบดี โจ ไบเดน มองเห็นได้อย่างชัดเจน”

อียิปต์มีช่วงเวลาที่ยากลำบากในการสร้างความสัมพันธ์กับฝ่ายบริหารของไบเดน และสหรัฐฯ ยกเลิกความช่วยเหลือทางการทหารจำนวน 130 ล้านดอลลาร์สำหรับอียิปต์ เนื่องจากปัญหาด้านสิทธิมนุษยชน

อย่างไรก็ตาม สำหรับกลุ่มหะมาสแล้วอียิปต์ยังคงเป็นพันธมิตรที่สำคัญ เหตุผลส่วนใหญ่เนื่องมาจากความใกล้ชิดทางภูมิศาสตร์

“กลุ่มหะมาสและกลุ่มอื่นๆ ของปาเลสไตน์ถูกบังคับให้ต้องไกล่เกลี่ย และไม่มีช่องทางอื่นไปยังฉนวนกาซ่านอกจากอียิปต์ ดังนั้นจึงไม่มีประโยชน์ที่จะต่อต้านระบอบการปกครองของอียิปต์” อบู วัตฟา กล่าวเสริม

ความตึงเครียดที่ลดลงอย่างค่อยเป็นค่อยไปในช่วงสองสามวันที่ผ่านมานับตั้งแต่การยิงจรวดเข้าไปยังอิสราเอลและการตอบโต้ด้วยการโจมตีทางอากาศในฉนวนกาซ่าเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เป็นข้อบ่งชี้ว่าการไกล่เกลี่ยของอียิปต์ได้ผล แม้ว่าโดยพื้นฐานแล้วไคโรจะยังขาดการใช้ประโยชน์จากอิสราเอลก็ตาม

“ความสงบหลังจากการยิงขีปนาวุธจากฉนวนกาซ่าและการทิ้งระเบิดของอิสราเอลแสดงให้เห็นว่ามีความพยายามของอียิปต์อย่างชัดเจนในการป้องกันสิ่งต่าง ๆ ไม่ให้ยกระดับ” อบู วัตฟา กล่าว “ทว่าในขณะที่กำลังพยายามป้องกันไม่ให้เกิดความรุนแรง ผู้ไกล่เกลี่ยอย่างอียิปต์ก็ไม่มีอำนาจที่จะกดดันอิสราเอล”

 

 

 

https://www.aljazeera.com/news/2022/4/26/egypts-role-gaza-more-than-mediator

บทบาทของอียิปต์ในฉนวนกาซ่าเป็นมากกว่าแค่ “สื่อกลาง”

Back To Top
Search
error: ขอบคุณที่ติดตามครับ