skip to Main Content

เกิดอะไรในโลก : สรุปปธน.ไบเดนเยือนซาอุฯ ครั้งแรก คว้าน้ำเหลว – ไร้ข้อตกลง

การเดินทางเยือนซาอุดีอาระเบียครั้งแรกของปธน.โจ ไบเดนสิ้นสุดลงแล้ว โดยแทบจะเรียกได้ว่าไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ทั้งในเรื่องความหวังที่จะบรรลุข้อตกลงกับซาอุฯ เกี่ยวกับการเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันเพื่อลดแรงกดดันเงินเฟ้อ และการฟื้นความสัมพันธ์ที่ยังดูอึมครึม

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า การเยือนซาอุดีอาระเบียของโจ ไบเดน และความพยายามฟื้นความสัมพันธ์กับริยาดระหว่างพบกันครั้งแรกกับ มกุฎราชกุมารมูฮัมหมัด บิน ซัลมาน ประสบผลสำเร็จน้อยมาก ริยาดไม่ตกปากรับคำเพิ่มกำลังผลิตน้ำมันตามที่วอชิงตันตั้งความหวังเอาไว้  ซ้ำยังยืนกรานว่าจะต้องดำเนินการภายในกรอบของเอเปกพลัส ซึ่งมีรัสเซียเป็นสมาชิกอยู่ด้วย

📌 ไปด้วยความหวังชิงขั้วอำนาจ

ปธน.ไบเดนเดินทางเยือน ซาอุดีอาระเบีย โดยหวังจะบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับการผลิตน้ำมันเพื่อช่วยลดราคาน้ำมันเบนซินที่ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อสหรัฐปรับสูงขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 40 ปี แต่เขาไม่สามารถบรรลุข้อตกลงดังกล่าวได้

การเยือนซาอุดีอาระเบีย ถือเป็นส่วนหนึ่งของทริปการเยือนตะวันออกกลางครั้งแรกของโจ ไบเดน นับตั้งแต่ที่เขาเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐเมื่อต้นปี 2021  การเดินทาง 4 วันครั้งนี้ครอบคลุมการเยือนอิสราเอลและซาอุดีอาระเบีย เป้าหมายสำคัญคือ การฟื้นฟูความสัมพันธ์กับซาอุฯ แสดงความมุ่งมั่นที่สหรัฐมีต่อภูมิภาคตะวันออกกลาง และแสวงหาความร่ิรกวมมือในการรับมือการขยายอิทธิพลของอิหร่าน รัสเซีย และจีน

แต่สิ่งที่เป็นปัญหาครอบคลุมบรรยากาศการเยือนซาอุฯ ของปธน.ไบเดนก็คือ เขาพยายามหลีกเลี่ยงการกระทำที่ดูเหมือนเป็น “การยอมรับ” เจ้าชายมูฮัมหมัด มกุฎราชกุมารของซาอุดีอาระเบีย ผู้ที่ข่าวกรองสหรัฐบ่งชี้ว่า เป็นผู้ชักใยอยู่เบื้องหลังการสังหารโหดนายญะมาล คอชุกญี่ ผู้สื่อข่าวของหนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ สื่อใหญ่ของสหรัฐ แม้ว่ารัฐบาลซาอุฯ จะปฏิเสธข้อกล่าวหานี้มาตลอด

📌 เจอตอกกลับหน้าหงาย

เจ้าชายไฟซอล บิน ฟัรร์ฮาน อ๊าล ซะอูด รมว.การต่างประเทศซาอุฯ เผยถึงการเจรจา ว่า มกุฎราชกุมารมูฮัมหมัด บิน ซัลมาน หรือ MBS ปฏิเสธอีกครั้งว่าทรงไม่เกี่ยวข้องกับการสังหารดังกล่าวที่เกิดขึ้นภายในสถานกงสุลซาอุฯ ประจำนครอิสตันบูล ประเทศตุรกี

เมื่อนายไบเดนกล่าวว่า อาศัยข้อสรุปจากหน่วยข่าวกรองสหรัฐ จึงไม่เห็นด้วยกับคำพูดนี้  ฝ่าย MBS จึงย้อนถึงกรณีที่ทหารอเมริกันเคยกระทำต่อนักโทษที่เรือนจำอบูฆอริบ ในอิรัก ทั้งล่วงละเมิดทางทางเพศและทำร้ายร่างกาย รวมถึงกรณีนักข่าวอเมริกันเชื้อสายปาเลสไตน์ถูกสังหารในเขตเวสต์แบงก์ ว่าเป็นเรื่องที่ทำให้สหรัฐเสียชื่อเสียงเช่นกัน

“มกุฎราชกุมารตอบโต้ประธานาธิบดีไบเดนในเรื่องคอชุกญี่อย่างชัดเจน ว่าอาชญากรรมนี้ซึ่งเป็นเรื่องโชคร้ายและน่ารังเกียจ ทางราชอาณาจักรปฏิบัติต่อเรื่องนี้อย่างจริงจังมาก ในวิถีทางเห็นอกเห็นใจในฐานะประเทศที่รับผิดชอบ ประเด็นเหล่านี้มาจากความผิดพลาดที่เกิดขึ้นกับต่างประเทศใดก็ได้ รวมถึงสหรัฐ มกุฎราชกุมารทรงระบุว่าสหรัฐเองก็มีความผิดพลาดที่ต้องทำในสิ่งที่จำเป็นเพื่อแสดงความรับผิดชอบ ซึ่งความผิดพลาดนั้นก็เหมือนกับที่ราชอาณาจักร (ซาอุฯ) เผชิญ”

เจ้าชายฟัรร์ฮานเปิดเผยว่า การเจรจาเรื่องนี้มีรายละเอียดมากกว่าที่เป็นข่าว และเป็นการถกเถียงถึงหลักการด้วย “มกุฎราชกุมารชี้ให้ประธานาธิบดีไบเดนเห็นว่า ราชอาณาจักรเคารพสิทธิมนุษยชนเป็นสำคัญ บนพื้นฐานความเชื่อแบบมุสลิมและมรดกที่สืบทอดของอาหรับ ความพยายามที่จะใช้อุดมการณ์ของคุณหรือของคนอื่นนั้นไม่ได้ผล จะทำให้คุณเจอกับปฏิกิริยาด้านลบ ทางที่ถูกต้องคือคุณต้องแสดงให้โลกเห็นก่อนว่า คุณให้ความสำคัญกับหลักการนั้นและเคารพหลักการของคุณเอง”

“สุดท้ายแล้ว คุณไม่สามารถจะบังคับการใช้อุดมการณ์ของคุณได้ มกุฎราชกุมารย้ำกับนายไบเดนว่า เรามีหลักการของเราเอง อาจไม่ตรงกับหลักการของสหรัฐร้อยเปอร์เซนต์ เพราะเราภูมิใจกับประเพณี อุดมการณ์และความเชื่อของเรามาก” เจ้าชายฟัรร์ฮานกล่าว

ขณะที่ อาดิล อัล-ญุเบร รัฐมนตรีแห่งรัฐด้านกิจการระหว่างประเทศ ซาอุดีอาระเบีย ให้สัมภาษณ์ซีเอ็นเอ็นถึงเรื่องนี้เช่นกัน หลังการพบปะเจรจาที่เข้าร่วมด้วย เขากล่าวว่า“กรณีคอชุกญี่เราสอบสวนและลงโทษเพื่อให้เป็นตัวอย่างว่า เรื่องแบบนี้ต้องไม่เกิดขึ้นอีก นี่คือสิ่งที่ประเทศเราทำ และเป็นสิ่งที่สหรัฐเองต้องทำเมื่อเกิดความผิดพลาดขึ้นกรณีที่อบูการิบ”

สำหรับคดีที่เรือนจำอบูฆอริบ สถานที่ที่กองทัพสหรัฐเคยใช้กักกันชาวอิรักในช่วงต้นของสงครามอิรัก ปี 2003 ก่อนปิดในปี 2006เคยเป็นข่าวอื้อฉาวไปทั่วโลกเมื่อปี 2004 เมื่อมีภาพหลุดออกมาให้เห็นนาทีทหารอเมริกันทำร้ายทารุณนักโทษอย่างเหยียดหยาม จากนั้นสหรัฐสอบสวนและลงโทษทหาร 11 นายที่เกี่ยวข้องในกรณีอื้อฉาวนี้

ส่วนคดีนักข่าวอเมริกันเชื้อสายปาเลสไตน์ สังกัดสำนักข่าวอัลญะซีเราะห์ ชื่อ อบู อัคเลห์ ผู้เป็นที่รู้จักว่ารายงานข่าวชาวปาเลสไตน์ในเขตปกครองของอิสราเอลมานานนับสิบปี ถูกทหารอิสราเอล ยิงสังหารในเมืองเญนิน เขตเวสต์แบงก์ ทั้งที่ติดป้าย “สื่อมวลชน” ชัดเจน

เจ้าหน้าที่ปาเลสไตน์และครอบครัวของอัคเลห์ วิจารณ์ถึงการสอบสวนของสหรัฐ และเรียกร้องให้สหรัฐดำเนินการมากกว่านี้ เพื่อนำตัวชาวอิสราเอลที่เป็นผู้สังหารมาลงโทษ

นายไบเดนยืนยันว่า สหรัฐดำเนินการเรื่องนี้เต็มที่และโปร่งใส โดยระบุว่าความตายของอบู อัคเลห์ เป็นความสูญเสียอันมหาศาล และตัวเขาเองยืนเคียงข้างกับประธานาธิบดี มะมู๊ด อับบาส

“ผมหวังว่าตำนานของเธอจะเป็นแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่อีกมาก สานงานต่อจากเธอในแง่การรายงานความจริง และบอกเล่าเรื่องราวที่ถูกมองข้ามเสมอ ส่วนสหรัฐจะจัดการเรื่องนี้อย่างเต็มที่และโปร่งใส และจะยืนหยัดปกป้องเสรีภาพสื่อทุกสถานที่ในโลก” นายไบเดนกล่าวระหว่างการเจรจา

แหล่งข่าวระบุว่า ปธน.ไบเดน และเจ้าชายมูฮัมหมัดยังมีปฏิสัมพันธ์กันอย่างค่อนข้างห่างเหิน โดยทั้งสองไม่ตบหลังหรือยิ้มให้แก่กันดังเช่นที่มักปฏิบัติเวลาพบปะผู้นำคนอื่น ๆ ก่อนหน้านี้ ผู้นำสหรัฐปฏิเสธไม่พูดคุยกับองค์มกุฎราชกุมารแห่งซาอุฯ มาเป็นเวลานานแล้ว โดยเขาได้วิจารณ์ซาอุดีอาระเบียอย่างหนักเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะกรณีการสังหารนายคอชุกญี่ ผู้สื่อข่าวชาวซาอุที่ประจำอยู่ในสหรัฐ

แล้วสรุปทริปเยือนตะวันออกกลางครั้งแรกนี้ ปธน.ไบเดนได้อะไรติดมือกลับมาบ้าง ?

📌 ซาอุฯ รับปากเพิ่มกำลังผลิตน้ำมันได้อย่างจำกัด

ในระหว่างการประชุมสุดยอดกับประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐ และบรรดาผู้นำกลุ่มประเทศความร่วมมืออ่าวอาหรับ (GCC) ซึ่งประกอบด้วย บาห์เรน คูเวต โอมาน กาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) รวมทั้งผู้นำจากอียิปต์ อิรัก และจอร์แดน โดยการประชุมสุดยอดดังกล่าวจัดขึ้นเมื่อวันเสาร์ (16 ก.ค.) ที่เมืองญิดดะห์  มกุฎราชกุมารแห่งซาอุดีอาระเบีย ทรงกล่าวยืนยันว่า ซาอุดีอาระเบียจะเพิ่มการผลิตน้ำมันสูงสุดที่ 13 ล้านบาร์เรล/วัน เท่านั้น และไม่สามารถเพิ่มการผลิตมากไปกว่านี้

ทั้งนี้ ทรงให้เหตุผลว่า นโยบายด้านพลังงานที่ไม่สมจริงจะนำไปสู่ภาวะเงินเฟ้อที่สูงขึ้น นอกจากนี้ ยังระบุว่า ซาอุดีอาระเบียต้องดำเนินการภายในกรอบของเอเปกพลัส ซึ่งมีรัสเซียร่วมอยู่ด้วย

นักวิเคราะห์มองว่า ความสำเร็จในการบรรลุข้อตกลงเรื่องการผลิตน้ำมันกับซาอุฯ เป็นความหวังของปธน.ไบเดน เนื่องจากราคาน้ำมันเบนซินที่พุ่งพรวด ได้ดันอัตราเงินเฟ้อในสหรัฐให้พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ และขณะเดียวกันก็ได้ฉุดคะแนนนิยมของไบเดนให้ดำดิ่งลงมาขณะที่การเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐในเดือนพฤศจิกายนก็กำลังใกล้เข้ามา

แม้จะเห็นได้ว่า ไบเดนไม่สามารถบรรลุในสิ่งที่คาดหวัง แต่เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวส่วนหนึ่งก็เชื่อมั่นว่า ความพยายามทางการทูตของวอชิงตันจะช่วยกำหนดทิศทางการเจรจาในการประชุมโอเปกพลัสครั้งหน้าที่กำลังจะมีขึ้นในวันที่ 3 ส.ค.นี้

แต่ในความเป็นจริงจะเป็นเช่นนั้นหรือไม่ ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งเพราะนักวิเคราะห์บางส่วน รวมทั้งนายเบน คาฮิลล์ นักวิเคราะห์ด้านพลังงานของศูนย์เพื่อการศึกษาทางกลยุทธ์และการระหว่างประเทศ ในสหรัฐ แย้งว่า สมาชิกโอเปกพลัสอาจจะไม่เห็นเหตุผลว่าตลาดต้องการน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นในเวลานี้

📌 ย้ำ จะยังเป็น “พันธมิตร” ที่มีส่วนร่วมสำคัญในตะวันออกกลาง

ปธน.ไบเดน เข้าร่วมการประชุมสุดยอดดังกล่าวเมื่อวันเสาร์ ซึ่งเป็นวันสุดท้ายในการเยือนภูมิภาคตะวันออกกลางครั้งนี้ เขาตอกย้ำกับบรรดาผู้นำประเทศตะวันออกกลางว่า สหรัฐจะยังคงเป็นพันธมิตรที่มีส่วนร่วมสำคัญในภูมิภาคตะวันออกกลาง

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ปธน.ไบเดนกำลังหาทาง “เริ่มต้นใหม่” สำหรับการมีส่วนร่วมของสหรัฐในภูมิภาคดังกล่าว โดยหวังว่าจะก้าวผ่านความขัดแย้งด้านการทหารของสหรัฐและผลักดันภูมิภาคที่เคารพกิจการภายในประเทศของแต่ละประเทศแทน นอกจากนี้ ยังแสวงหาความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและการป้องกันร่วมกันท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับอิหร่าน

นักวิเคราะห์กล่าวว่า มีสัญญาณความสัมพันธ์ที่อบอุ่นขึ้นเล็กน้อยระหว่างซาอุดีอาระเบียกับอิสราเอล ซึ่งเป็นพันธมิตรของสหรัฐและเป็นอีกประเทศที่ปธน.ไบเดน เดินทางเยือนในทริปนี้  สัญญาณที่ดีขึ้นดังกล่าวสะท้อนจากการที่ซาอุฯ ประกาศจะเปิดน่านฟ้ารับสายการบินทุกแห่ง ซึ่งนักวิเคราะห์ตีความว่า เท่ากับเป็นการปูทางในการเพิ่มเที่ยวบินระหว่างซาอุฯและอิสราเอล

นอกจากนี้ สหรัฐยังเป็นตัวกลางผลักดันข้อตกลงระหว่างอิสราเอล อียิปต์ และซาอุดีอาระเบีย ซึ่งภายใต้ข้อตกลงนี้ กองกำลังรักษาสันติภาพขนาดเล็กที่นำโดยสหรัฐอเมริกาจะถอนกำลังออกจากเกาะติรานที่อียิปต์ยกอำนาจการควบคุมให้ซาอุฯ เมื่อปี 2017

ทั้งสหรัฐและอิสราเอลหวังว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าวและการประชุมสุดยอด จะช่วยปูทางให้อิสราเอลได้มีส่วนร่วมในภูมิภาคนี้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม ประเด็นนี้อาจต้องใช้เวลาอีกยาวนาน โดยรัฐมนตรีต่างประเทศซาอุฯ ได้ออกมายืนยันแล้วว่า ยังไม่มีแผนปรับความสัมพันธ์สู่ระดับปกติกับอิสราเอล อีกทั้งริยาดก็ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการเจรจาแผนพันธมิตรด้านกลาโหมระหว่างอ่าวอาหรับกับอิสราเอลเพื่อต่อต้านอิหร่าน

สำหรับความคืบหน้าล่าสุดกรณีอิหร่านนั้น เมื่อวันที่ 14 ก.ค.ที่ผ่านมา สหรัฐและอิสราเอล ได้ลงนามคำประกาศร่วมต่อต้านการครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ของอิหร่าน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในความพยายามของปธน.ไบเดน ที่ต้องการระดมความสนับสนุนในตะวันออกกลางเพื่อพลิกฟื้นข้อตกลงนิวเคลียร์ปี 2015 กับอิหร่าน หลังจากที่อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ฉีกทิ้งข้อตกลงดังกล่าวเมื่อหลายปีก่อน

ปธน.ไบเดนขอให้ผู้นำประเทศตะวันออกกลางมั่นใจว่า สหรัฐพร้อมใช้กำลังเป็นทางเลือกสุดท้ายหากการเจรจาล้มเหลว เขากล่าวว่า อิหร่านยังคงเดินหน้าโครงการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์แม้รัฐบาลเตหะรานจะปฏิเสธเรื่องนี้มาโดยตลอดก็ตาม

📌 ไม่ถือว่า “สูญเปล่า” เสียทีเดียว

สื่อระบุว่า  เรื่องดี ๆ ยังคงมีอยู่บ้างจากทริปนี้ นั่นคือภาพการพบกันครั้งแรกระหว่างปธน.ไบเดนกับเจ้าชายรัชทายาทของซาอุฯ หน้าพระราชวังในญิดดะห์ จะถูกใช้เป็นภาพสัญลักษณ์ของทริปนี้ ที่มีการใช้เวลาวางแผนเตรียมการเนิ่นนานนับเดือน ว่าสุดท้ายแล้วสหรัฐก็ตัดสินใจว่า การรักษาความสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์กับซาอุฯ ที่ผ่านมรสุมมา 80 ปีเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผลประโยชน์ของสหรัฐและจะช่วยให้ทั้งสองชาติก้าวไปข้างหน้า แม้ว่าการเยือนริยาดครั้งนี้ อาจจะถูกตีความว่าเป็นการยอมรับเจ้าชายรัชทายาทที่มีข่าวพัวพันการลอบสังหารนายคอชุกญี่ และคดีด้านการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่สหรัฐอ้างว่าให้ความสำคัญอยู่มาก

นอกจากนี้ ฝ่ายริยาดเอง ก็ได้ดำเนินการสำคัญบางอย่างในเชิงบวกเพื่อปูทางสำหรับการเยือนครั้งนี้เช่นกัน อาทิ การสนับสนุนข้อตกลงหยุดยิงในเยเมนที่มีสหประชาชาติเป็นตัวกลางไกล่เกลี่ย ซึ่งถือเป็นชัยชนะครั้งใหญ่สำหรับไบเดนที่ยกเลิกการสนับสนุนซาอุฯ ทำสงครามในเยเมน นอกจากนี้ ซาอุฯ ยังรับปากช่วยเร่งรัดการเพิ่มกำลังผลิตน้ำมันเท่าที่เคยได้รับอนุมัติไว้แล้วภายในโอเปกพลัส แม้จะไม่ใช่การเพิ่มกำลังการผลิตตามที่สหรัฐคาดหวังก็ตาม

 

 

ที่มา :
thansettakij : https://www.thansettakij.com/world/533032
thairath : https://www.thairath.co.th/news/foreign/2447735
prachachat : https://www.prachachat.net/world-news/news-982417
workpointtoday : https://workpointtoday.com/saudi-prince-biden/
dailynews : https://www.dailynews.co.th/news/1259552/

สรุปปธน.ไบเดนเยือนซาอุฯ ครั้งแรกคว้าน้ำเหลว – ไร้ข้อตกลง

Back To Top
Search
error: ขอบคุณที่ติดตามครับ