skip to Main Content

WORLD : ประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซียเดินทางเยือนอิหร่าน และได้เข้าพบ อยาตอลเลาะห์ อาลี คอเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ที่กรุงเตหะรานเมื่อวานนี้ (19 ก.ค.) ซึ่งถือเป็นการเยือนประเทศนอกอดีตสภาพโซเวียตครั้งแรกนับตั้งแต่เริ่มเปิดสงครามรุกรานยูเครนเมื่อวันที่ 24 ก.พ.
.
ในการเยือนอิหร่านครั้งนี้ ปูติน ยังได้มีโอกาสพบกับประธานาธิบดี เรเจป ตัยยิบ แอร์โดอัน แห่งตุรกีเป็นครั้งแรกหลังเกิดสงครามขึ้น โดยทั้งสองฝ่ายได้หารือข้อตกลงว่าด้วยการเปิดเส้นทางให้ยูเครนสามารถส่งออกธัญพืชผ่านทางทะเลดำ รวมไปถึงวิกฤตความขัดแย้งในภาคเหนือของซีเรีย
.
ทริปของผู้นำรัสเซียมีขึ้นเพียงไม่กี่วัน หลังจากที่ประธานาธิบดี โจ ไบเดน แห่งสหรัฐฯ ได้เดินสายทัวร์อิสราเอลและซาอุดีอาระเบีย และถือเป็นการส่งสัญญาณแบบชัดเจนมากๆ ว่ามอสโกมุ่งมั่นที่จะกระชับความสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์กับชาติมหาอำนาจอย่างอิหร่าน จีน และอินเดีย เพื่อรับมือมาตรการคว่ำบาตรของตะวันตก
.
สถานีโทรทัศน์แห่งชาติอิหร่านรายงานว่า คอเมเนอี ซึ่งเป็นผู้นำสูงสุดทั้งในด้านจิตวิญญาณและการเมืองของอิหร่าน เรียกร้องให้เตหะรานและมอสโกประสานความร่วมมือกันต่อไปในระยะยาว แถมยังบอกกับ ปูติน ด้วยว่าทั้ง 2 ชาติจำเป็นต้องระมัดระวัง “ความปลิ้นปล้อนหลอกลวงของตะวันตก”
.
ผู้นำอิหร่านยกย่องสิ่งที่ ปูติน ว่า “ธำรงไว้ซึ่งเอกราชของชาติ” ท่ามกลางภัยคุกคามจากสหรัฐฯ พร้อมทั้งแนะนำให้ประเทศต่างๆ หันมาใช้สกุลเงินท้องถิ่นในการค้าขายมากขึ้น
.
“ดอลลาร์สหรัฐควรที่จะถูกถอดออกจากเวทีการค้าโลก และมันสามารถเกิดขึ้นได้แบบค่อยเป็นค่อยไป” คอเมเนอี กล่าว
.
ถึงแม้สงครามในยูเครนจะทำให้พลเรือนผู้บริสุทธิ์ได้รับความเดือดร้อน แต่ คอเมเนอี ชี้ว่ารัสเซียเองก็ “ไม่มีทางเลือกมากนัก”
.
“ถ้าคุณไม่เริ่มทำอะไรก่อน สุดท้ายอีกฝั่งหนึ่ง (ตะวันตก) ก็จะเป็นฝ่ายเริ่มสงครามอยู่ดี” เขาบอกกับ ปูติน
.
สหรัฐฯ ออกมาวิจารณ์การเยือนอิหร่านของ ปูติน ว่าเป็นเครื่องสะท้อนให้เห็นว่ามอสโกกำลังถูก “โดดเดี่ยว” มากแค่ไหนจากผลของการรุกรานยูเครน
.
สำหรับอิหร่านซึ่งถูกตะวันตกคว่ำบาตร และยังโดนสหรัฐฯ จ้องเล่นงานเรื่องกิจกรรมนิวเคลียร์และประเด็นอื่นๆ การมาเยือนของ ปูติน ในครั้งนี้ถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะเจาะ เนื่องจากผู้นำอิหร่านเองต้องการยกระดับความสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์กับรัสเซียเพื่อต่อต้านความร่วมมือระหว่างกลุ่มรัฐอ่าวอาหรับ-อิสราเอลที่มีสหรัฐฯ หนุนหลัง ซึ่งอาจจะบั่นทอนอิทธิพลของอิหร่านในตะวันออกกลางให้ลดน้อยถอยลง
.
ท่ามกลางวิกฤตราคาน้ำมันที่พุ่งสูงจากสงครามในยูเครน อิหร่านยังคาดหวังว่าการกระชับมิตรกับรัสเซียจะเป็นแรงกดดันให้สหรัฐฯ ต้องยอมประนีประนอม เพื่อแลกกับการฟื้นข้อตกลงควบคุมนิวเคลียร์ปี 2015 ที่อดีตประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้นำอเมริกาถอนตัวออกไปเมื่อ 5 ปีก่อน
.
อย่างไรก็ตาม การที่รัสเซียหันไปใกล้ชิด “ปักกิ่ง” มากขึ้นในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาก็มีผลทำให้อิหร่านส่งออกน้ำมันดิบไปยังจีนได้น้อยลง ซึ่งถือว่ากระทบแหล่งรายได้สำคัญของเตหะราน
.
รอยเตอร์รายงานเมื่อเดือน พ.ค. ว่า ปริมาณการส่งออกน้ำมันดิบอิหร่านไปยังจีนลดลงอย่างฮวบฮาบ เนื่องจากปักกิ่งหันไปซื้อน้ำมัน “ลดราคา” จากรัสเซียแทน ซึ่งทำให้มีน้ำมันดิบอิหร่านเกือบ 40 ล้านบาร์เรลที่ยังอยู่ในเรือบรรทุกน้ำมันกลางทะเลในเอเชีย และกำลังรอคอยผู้ซื้อ
.
มีรายงานระบุว่า ก่อนที่ ปูติน ที่เดินทางไปถึงเตหะราน บริษัทน้ำมันแห่งชาติอิหร่าน (NIOC) และรัฐวิสาหกิจพลังงานก๊าซปรอม (Gazprom) ของรัสเซียได้มีการลงนามบันทึกความเข้าใจซึ่งมีมูลค่าประมาณ 40,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
.
ผู้จัดการออนไลน์
.
#ขุนคมคำ

ประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซียเดินทางเยือนอิหร่าน

Back To Top
Search
error: ขอบคุณที่ติดตามครับ