skip to Main Content

เกิดอะไรในโลก : จำนวนผู้ติดเชื้อโควิดทั่วโลกลดลง สายพันธ์เดลต้าระบาด 185 ชาติทั่วโลก

📌 ตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่จากไวรัสโควิด-19ทั่วโลกลด

องค์การอนามัยโลกรายงานว่า ตัวเลขผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่จากไวรัสโควิด-19ทั่วโลกเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ลดลงเหลือ 3.6 ล้านคน ซึ่งเป็นตัวเลขที่ลดลงมาจากสัปดาห์ก่อนหน้านี้ที่พบผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่ทั่วโลก 4 ล้านคน และตัวเลขที่ลดลงเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ถือเป็นการลดลงครั้งสำคัญในรอบกว่าสองเดือน โดยตัวเลขที่ลดลงพบได้ทุกภูมิภาคทั่วโลก จากการประเมินล่าสุดเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาพบว่า ตัวเลขที่ลดลงอย่างมากในสองภูมิภาค คือตะวันออกกลาง 22% และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 16%

องค์การอนามัยโลกรายงานอีกว่า ผู้เสียชีวิตก็อยู่ต่ำกว่าระดับ 60,000 ศพเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ลดลง7% ขณะที่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ลดลง30% แต่ภูมิภาคแปซิฟิกตะวันตกเพิ่มขึ้น7% ผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่ยังพบได้มากในสหรัฐอเมริกา อินเดีย อังกฤษ ตุรกี และฟิลิปปินส์

เด็กและวัยรุ่นยังคงได้รับผลกระทบน้อยที่สุดจากไวรัสโควิด-19​ เมื่อเทียบกับผู้ใหญ่ และตัวเลขผู้เสียชีวิตจากไวรัสโควิด-19​ ทั่วโลกซึ่งอายุต่ำกว่า 24 ปีนั้นพบว่า มีไม่ถึง​ 0.5% และองค์การอนามัยโลกยังได้แจ้งไปก่อนหน้านี้แล้วว่า เด็กควรจะยังไม่ต้องรับวัคซีน เพราะการสรรหาวัคซีนยังได้ไม่ครบถ้วนทั่วภูมิภาค คือยังขาดแคลนอยู่มาก

อย่างไรก็ตาม สิ่งเหล่านี้สะท้อนการเข้าถึงวัคซีนที่เพิ่มขึ้น ในบรรดาประเทศร่ำรวยและชาติที่มีรายได้ปานกลาง ในขณะที่ประเทศกำลังพัฒนา กำลังเร่งฉีดวัคซีนแก่ประชาชน

ไมค์ ไรอัน ผู้อำนวยการบริหารฝ่ายโครงการฉุกเฉินขององค์การอนามัยโลก ระบุระหว่างการแถลงข่าวเดียวกัน ซึ่งเป็นการแถลงผ่านวิดีโอ เตือนว่าก่อนหน้านี้ตัวเลขที่ลดลงมักตามมาด้วยการพุ่งขึ้นอย่างแรง อย่างไรก็ตามอีกด้านหนึ่งเขาบอกว่า มีความกังวลน้อยลงในประเทศต่างๆที่มีอัตราการฉีดวัคซีนในระดับสูง “มันแสดงให้เห็นว่าวัคซีนได้ผล” เขากล่าว

📌 เดลต้ามาแรงที่สุด

มาเรีย ฟาน เคิร์กโฮฟ นักระบาดวิทยาด้านโรคติดต่อ และหัวหน้าฝ่ายเทคนิคของโครงการฉุกเฉินด้านสาธารณสุข ขององค์การอนามัยโลกกล่าวว่า “จากรหัสพันธุกรรมที่มีอยู่ในตอนนี้ มีไม่ถึง 1% ที่เป็นตัวกลายพันธุ์อัลฟา เบตาและแกมมา” หลังถูกจัดให้อยู่ในฐานะ “สายพันธุ์ที่น่ากังวล”

“ในบรรดาตัวกลายพันธุ์ที่น่ากังวลทั้งหมด 4 ตัว จนถึงตอนนี้ เดลตา(B1.617.2) แพร่กระจายเชื้อมากที่สุด ถ้ามีการพบเดลตา หรือมันเริ่มแพร่กระจายเชื้อในประเทศหนึ่งๆ ที่มีตัวกลายพันธุ์เบตาเป็นสายพันธุ์หลัก เดลตาจะเข้าแทนที่ตัวกลายพันธุ์ดังกล่าวอย่างรวดเร็ว”

ตัวกลายพันธุ์เดลตาแพร่ระบาดในประเทศต่างๆแล้ว 185 ชาติทั่วโลก ในขณะที่เคสผู้ติดเชื้อทั่วโลกพุ่งเกิน 230 ล้านคนและเสียชีวิตมากกว่า 4.7 ล้านราย นับตั้งแต่โรคระบาดใหญ่เริ่มต้นขึ้น

ฟาน เคิร์กโฮฟ ระบุต่อว่าตัวกลายพันธุ์มิว ซึ่งพบแล้วหลายพันเคสในสหรัฐฯ และก่อความกังวลว่ามันอาจต้านทานวัคซีนได้มากกว่าตัวกลายพันธุ์อื่นๆ ก็กำลังถูกแทนที่ด้วยสายพันธุ์เดลตาเช่นกัน ในประเทศต่างๆที่มีการปรากฏตัวของเดลตา “แลมบ์ดา(C.37) และมิว (B.1.621) ซึ่งพบการระบาดในอเมริกาใต้ แต่ยังไม่ได้ระบาดไปทั่ว ดูเหมือนจะไม่ใช่สายพันธุ์หลัก” เธอกล่าว

ช่วงสิ้นเดือนกฎาคม เดลตามีชัยเหรือตัวกลายพันธุ์อื่นๆทั้งหมดในสหรัฐฯ “โรคระบาดใหญ่ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในสหรัฐฯได้กลายเป็นโรคระบาดใหญ่เดลตาแล้ว” หนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์รายงานในเดือนสิงหาคม พร้อมเน้นว่าตัวกลายพันธุ์เดลตาคิดเป็น 93.4% ของผู้ติดเชื้อใหม่ทั้งหมด

ในรายงานอีกฉบับเมื่อวันอังคาร(21ก.ย.) องค์การอนามัยโลกได้จัดหมวดหมู่ใหม่ตัวกลายพันธุ์อื่นๆ 3 ตัว ประกอบด้วย อีตา (B.1.525) ไอโอตา (B.1.526 พบครั้งแรกในสหรัฐฯ) และแคปปา (B.1.617.1 พบครั้งแรกในอินเดีย) ลดระดับสู่สถานะ “ต้องจับตามอง” บ่งชี้ว่าพวกมัน “ไม่ได้มีความเสี่ยงที่จะเป็นภัยคุกคามสำคัญต่อสาธารณสุขโลกอีกต่อไป” เนื่องจากตัวกลายพันธุ์ต่างๆเหล่านี้ถูกกลบโดยตัวกลายพันธุ์เดลตา

📌 ชาติอาเซียนเริ่มเปิดประเทศหลังผ่านจุดพีค

หลายชาติในอาเซียนละทิ้งนโยบาย “Zero-Covid” หรือ โควิดเป็นศูนย์ เพื่อเปิดประเทศฟื้นฟูเศรษฐกิจ ท่ามกลางความกังวลของผู้เชี่ยวชาญว่าอาจจะสร้างความเสียหายครั้งใหญ่

ผู้เชี่ยวชาญหลายคนมองว่า หากเปิดพรมแดนรับนักท่องเที่ยว ทั้งที่ประชาชนในประเทศที่ได้รับวัคซีนต้านโควิด-19 ครบถ้วน ยังมีจำนวนต่ำอยู่ อาจทำให้ระบบสาธารณสุขต้องรับผู้ป่วยโควิดจนล้นมืออีกครั้ง

สำนักข่าว CNN รายงานว่า โควิด-19 ได้ระบาดหนักในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา เนื่องจากเชื้อไวรัสกลายพันธุ์ Delta ที่แพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็ว

แต่หลังจากใช้มาตรการล็อกดาวน์ หรือ จำกัดการเคลื่อนที่ตั้งแต่เดือนมิถุนายน – สิงหาคม เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดไวรัสโควิด ขณะนี้หลายชาติในอาเซียน เช่น เวียดนาม อินโดนีเซีย และไทย กำลังละทิ้งนโยบาย “Zero-Covid” หรือ “โควิดเป็นศูนย์” หันมาหาทางใช้ชีวิตอยู่กับโควิด-19 ให้ได้ และกำลังมองหาการฟื้นฟูเศรษฐกิจโดยเฉพาะอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ด้วยการเปิดพรมแดนรับนักเดินทางจากต่างประเทศอีกครั้ง

📌 อันตรายจากการเปิดประเทศเร็วเกินไป

หลายประเทศที่เริ่มกลับมาใช้ชีวิตกับโควิด เช่น สหราชอาณาจักร มีผู้ได้รับวัคซีนครบถ้วน 65% ขณะที่แคนาดาเกือบ 70% และจะมีผู้ติดเชื้อพุ่งสูงหลังจากเปิดประเทศ แต่ตัวเลขของผู้เสียชีวิตและต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลยังคงต่ำในประเทศเหล่านี้ แสดงให้เห็นถึงประโยชน์จากการฉีดวัคซีน

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า อัตราการฉีดวัคซีนต้านโควิดในบางประเทศในอาเซียนที่ยังต่ำอยู่ ไม่ถึง 70-80% ที่เป็นอัตราที่ทำให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ขึ้น รวมทั้งฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และไทย จะทำให้การเปิดประเทศอีกครั้ง มีความเสี่ยงมากกว่าในประเทศตะวันตก

หยาน จงหวง ผู้อาวุโสด้านสาธารณสุขระดับโลกของศูนย์คลังสมอง สภาวิเทศสัมพันธ์ ระบุว่า หากอัตราการฉีดวัคซีนต้านโควิดที่มีประสิทธิภาพสูงไม่มากพอ ก่อนที่จะยกเลิกข้อจำกัดต่าง ๆ ระบบการดูแลสุขภาพในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อาจล้นมืออย่างรวดเร็ว และผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงจะมีจำนวนเพิ่มสูงขึ้นจนล้นห้อง ICU นอกจากนี้ เตียงผู้ป่วย เครื่องช่วยหายใจ ก็จะขาดแคลน

ขณะที่นักวิเคราะห์จาก CNN มองว่า ถึงแม้จะมีความเสี่ยงที่ระบบสาธารณสุขล้นมือ หากเปิดพรมแดนรับนักเดินทางต่างชาติเข้าประเทศ แต่สำหรับผู้นำหลายชาติในอาเซียน อาจไม่มีทางเลือกมากนัก เพราะแม้ว่าวัคซีนต้านโควิดยังไม่เพียงพอ และหลายประเทศไม่น่าจะได้รับวัคซีนต้านโควิดจำนวนมากในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า แต่ว่าถ้าไม่ทำอะไรเลย ประชาชนก็ต้องสูญเสียโอกาสในการทำงาน ถูกกักตัวอยู่กับบ้าน และเผชิญกับปัญหาปากท้อง

 

ที่มา :
mgronline : https://mgronline.com/around/detail/9640000094266
Dailynews : https://www.dailynews.co.th/news/300839/
tnnthailand : https://www.tnnthailand.com/news/world/91673/

ผู้ติดเชื้อโควิดทั่วโลกลดลง เดลต้าระบาดมากสุด

Back To Top
Search
error: ขอบคุณที่ติดตามครับ