skip to Main Content

เกิดอะไรในโลก : ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง แสดงความยินดีกับผลการเลือกตั้งสภานิติบัญญัติฮ่องกง ซึ่งมีเพียง “สมาชิกนิยมจีน” เท่านั้น ที่ได้รับเลือก

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ให้การต้อนรับและพบหารือกับนางแคร์รี แลม หัวหน้าคณะผู้บริหารฮ่องกง ที่กรุงปักกิ่ง เมื่อวันพุธที่ผ่านมา

ผู้นำจีนกล่าวในตอนหนึ่ง ว่าสถานการณ์ในฮ่องกง “ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด” และเป็นระเบียบเรียบร้อยมากขึ้น หลังตกอยู่ท่ามกลาง “ความวุ่นวาย” ตลอดปีที่ผ่านมา ขณะเดียวกัน สีกล่าวถึงการเลือกตั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติ (เล็กโค) เมื่อวันที่ 19 ธ.ค.ที่ผ่านมา ว่าเป็นการทำให้ “ชาวฮ่องกงบางกลุ่มได้ตระหนักถึงการฟื้นฟูครั้งยิ่งใหญ่ของความเป็นชาติจีน” และเน้นว่า การเลือกตั้งของฮ่องกงครั้งนี้ “เกิดขึ้นบนหลักการหนึ่งประเทศ สองระบบ อย่างแท้จริง” นัยว่าเป็นการส่งสัญญาณถึงสหรัฐและพันธมิตร ซึ่งยังคงวิจารณ์สถานการณ์ในฮ่องกง นับตั้งแต่จีนบัญญัติกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ เพื่อบังคับใช้กับฮ่องกงโดยเฉพาะ เมื่อกลางปีที่แล้ว

📌 คนออกมาใช้สิทธิน้อย

รายงานของรอยเตอร์เปิดเผยว่า มีชาวฮ่องกงออกมาใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้งผู้แทนเข้าสภานิติบัญญัติครั้งนี้เพียง 30.2% ซึ่งน้อยกว่าการเลือกตั้งครั้งที่แล้วเมื่อปี 2016 ประมาณครึ่งหนึ่ง ถือเป็นสถิติจำวนนผู้ใช้สิทธิน้อยที่สุด ในการเลือกตั้งสภานิติบัญญัติของฮ่องกงนับแต่อังกฤษ คืนดินแดนนี้ให้แก่จีน อยู่ที่ 43.6% เมื่อปี 2000

แม้แต่ผู้ใช้สิทธิจากกลุ่มอุตสาหกรรมและผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ซึ่งเลือกผู้แทนได้ 40 ที่นั่ง ก็ลดลงเหลือเพียง 32.2% จาก 74% ของปี 2016 โดยบางภาคส่วนซึ่งผู้มีสิทธิเลือกตั้งมักสนับสนุนประชาธิปไตย เช่น ภาคการศึกษา, สวัสดิการสังคม และกฎหมาย มีอัตราการใช้สิทธิต่ำที่สุด

นักเคลื่อนไหวสนับสนุนประชาธิปไตยมองว่า จำนวนผู้ใช้สิทธิน้อยเป็นการตอกหน้ารัฐบาลจีนที่ออกกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ มาบังคับใช้กับฮ่องกงเมื่อปีที่แล้ว และยังแก้ไขกฎหมายการเลือกตั้งของฮ่องกงในปีนี้ เพื่อคัดกรองผู้สมัครให้เหลือแต่ผู้ที่มีความรักชาติเท่านั้น ขณะที่ผู้แทนจากฝ่ายค้าน ถ้าไม่ถูกตัดสิทธิ์ก็คว่ำบาตร หรือหนีออกนอกประเทศ หรือไม่ก็ถูกจำคุกอยู่

รอยเตอร์กล่าวว่า รัฐบาลบางประเทศ, กลุ่มสิทธิ และพรรคการเมืองกระแสหลักฝ่ายหนุนประชาธิปไตยฮ่องกง ซึ่งไม่เข้าร่วมการเลือกตั้งครั้งนี้ วิจารณ์ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่เป็นประชาธิปไตย นักเคลื่อนไหวในต่างแดนพากันเรียกร้องให้ชาวฮ่องกง หย่อนบัตรเปล่าหรือทำให้บัตรเป็นโมฆะ ซึ่งเป็นข้อเรียกร้องที่ทางการฮ่องกงระบุว่า เป็นการยุยงและเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายเลือกตั้ง

อย่างไรก็ดี การหย่อนบัตรเปล่าหรือบัตรเสีย ไม่ใช่การกระทำที่ผิดกฎหมาย การคำนวณของสื่อท้องถิ่นเผยว่า มีบัตรเสียในการเลือกตั้งเมื่อวันอาทิตย์ประมาณ 2% ซึ่งสูงเป็นสถิติ

📌 ท่ามกลางเสียงวิจารณ์

ขณะที่นายจ้าว ลี่เจียน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวถึงการที่สถิติผู้ออกมาใช้สิทธิต่ำที่สุดนับตั้งแต่การเลือกตั้งสมาชิกเล็กโค ว่าเกี่ยวข้องกับ “ปัจจัยหลายประการ” ซึ่งไม่ใช่เฉพาะความวิตกกังวลของประชาชน ที่ยังคงมีต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งยังคงมีการพบผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิต แต่ยังรวมถึง “กลไกการเคลื่อนไหวต่อต้านจีน” และ “ความพยายามขัดขวางของกองกำลังต่างชาติ”

แคร์รี แลม ผู้บริหารสูงสุดของฮ่องกง แถลงข่าวเมื่อวันจันทร์ ยอมรับว่าจำนวนผู้ใช้สิทธิน้อยจริงๆ แต่เธอไม่สามารถระบุเหตุผลที่เฉพาะเจาะจงได้ “แต่คน 1.35 ล้านคนออกมาลงคะแนน จึงไม่สามารถบอกได้ว่านี่ไม่ใช่การเลือกตั้ง ที่ไม่ได้รับการสนับสนุนจากพลเมืองจำนวนมาก”

ด้านสำนักงานประสานงานของรัฐบาลจีนในฮ่องกง ซึ่งเป็นตัวแทนของรัฐบาลปักกิ่ง กล่าวถึงการเลือกตั้งครั้งนี้ว่า เป็นการปฏิบัติตามระบอบประชาธิปไตยที่ประสบความสำเร็จด้วยคุณลักษณะเฉพาะของฮ่องกง.

📌 เลือกตั้งผู้รักชาติ

สำหรับการเลือกตั้งสมาชิกเล็กโคครั้งนี้ “เป็นกระบวนการออกเสียงตามหลักประชาธิปไตย” ครั้งแรกของฮ่องกง ซึ่งเกิดขึ้นหลังสภาประชาชนแห่งชาติ (เอ็นพีซี) ในกรุงปักกิ่ง มีมติเมื่อเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา บัญญัติกฎหมายแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 1 และมาตรา 2 ของเบสิกลอว์ ซึ่งเป็นกฎหมายพื้นฐานของฮ่องกง “เพื่อการปฏิรูปกลไกการเลือกตั้งของเขตบริหารพิเศษฮ่องกง” โดยมีการเพิ่มจำนวนสมาชิกเล็กโคจาก 70 เป็น 90 ที่นั่ง

แต่สมาชิก 40 คน มาจากการสรรหาโดยคณะกรรมาธิการเลือกตั้ง 1,500 คน ส่วนที่เหลืออีก 30 ที่นั่ง มาจากกระบวนการคัดสรรพิเศษ หมายความว่าจะมีสมาชิกเล็กโคเพียง 20 คนเท่านั้น มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของชาวฮ่องกง และผลการเลือกตั้งเป็นไปตามความคาดหมายของทุกฝ่าย นั่นคือ ไม่มีนักการเมืองฝ่ายต่อต้านรัฐบาลปักกิ่งได้รับเลือกตั้ง เนื่องจากหนึ่งในคุณสมบัติของผู้สมัคร “ต้องผ่านการปฏิญาณความซื่อสัตย์ต่อจีน”.

📌 มหาอำนาจรุมจวก

ก่อนหน้านี้รัฐมนตรีต่างประเทศของกลุ่มพันธมิตร Five Eyes ที่ประกอบด้วย สหรัฐฯ อังกฤษ ออสเตรเลีย แคนาดา และนิวซีแลนด์ ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์กฎระเบียบเลือกตั้งใหม่ดังกล่าว ว่าเป็นการกำจัดฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง ซึ่งการเลือกตั้งของฮ่องกงครั้งนี้ ถือเป็นการพลิกแนวคิดจากเดิม ที่ผู้สมัครซึ่งมีมุมมองทางการเมืองแตกต่างกัน สามารถลงสมัครรับเลือกตั้งในฮ่องกงได้

“นับตั้งแต่การส่งมอบฮ่องกงกลับคืนสู่จีน มีผู้สมัครหลายคนที่มีมุมมองทางการเมืองแตกต่างกันได้ลงสมัครรับเลือกตั้งในฮ่องกง แต่การเลือกตั้งครั้งนี้ได้พลิกแนวคิดนั้น” กลุ่ม Five Eyes ระบุ

ขณะที่สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำออสเตรเลีย แถลงตอบโต้การวิพากษ์วิจารณ์ของกลุ่ม Five Eyes โดยประณามความเห็นของทั้ง 5 ชาติว่าเป็นการ ‘พลิกความจริง’ และ ‘พยายามแทรกแซงการเมืองฮ่องกง แทรกแซงกิจการภายในของจีน และขัดขวางการพัฒนาของจีน’

“ฮ่องกงคือฮ่องกงของจีน” สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำออสเตรเลียระบุชัด พร้อมทั้งชี้ว่าทางการปักกิ่งและฮ่องกง “รู้ดีที่สุดว่าทำอย่างไรจึงจะรักษาเสถียรภาพและความรุ่งเรืองของฮ่องกงได้”

ซึ่งทางสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำออสเตรเลียยังปกป้องการเลือกตั้งของฮ่องกงครั้งนี้ว่าเป็นการเลือกตั้งที่ยุติธรรม เสมอภาค และเปิดกว้างสำหรับผู้มีสิทธิ์ลงคะแนนทุกคน และได้รับการสนับสนุนจากทุกชุมชนในสังคมของฮ่องกง

ทางด้านกลุ่มประเทศอุตสาหกรรม G7 และสหภาพยุโรป ก็ออกมาแสดงความกังวลต่อการเลือกตั้งของฮ่องกง โดยรัฐมนตรีต่างประเทศของกลุ่ม G7 แสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อการทำลายองค์ประกอบของประชาธิปไตยในระบบการเลือกตั้งฮ่องกง และชี้ว่ากระบวนการคัดเลือกผู้สมัครที่กำหนดขึ้นใหม่นั้น ส่งผลให้เกิดการจำกัดตัวเลือกผู้สมัครในบัตรลงคะแนนอย่างร้ายแรง ซึ่งถือเป็นการบ่อนทำลายการปกครองตนเองของฮ่องกง ภายใต้หลักการ 1 ประเทศ 2 ระบบ พร้อมทั้งเรียกร้องให้รัฐบาลปักกิ่งยุติ ‘การบีบบังคับผู้ที่ส่งเสริมค่านิยมประชาธิปไตยและปกป้องสิทธิและเสรีภาพอย่างไร้เหตุผล’

 

 

ที่มา :
dailynews : https://www.dailynews.co.th/news/597724/
workpointtoday : https://workpointtoday.com/xi-hail-hong-kong-election/
thaipost : https://www.thaipost.net/abroad-news/49344/
thestandard : https://thestandard.co/china-reject-western-critics-on-hongkong-election-ruling/

ผู้นำจีนชื่นชมการเลือกตั้งสภาผู้รักชาติของฮ่องกง

Back To Top
Search
error: ขอบคุณที่ติดตามครับ