skip to Main Content

เกิดอะไรในโลก : ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง กล่าวต่อที่ประชุมวาระพิเศษร่วมกับอาเซียน ว่าจีนไม่มีนโยบาย “คุกคามและกดขี่” ประเทศใดก็ตามในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีแต่พร้อมร่วมมืออย่างสร้างสรรค์

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง กล่าวต่อหน้าผู้นำ 10 ชาติสมาชิกอาเซียน ณ ที่ประชุมสุดยอดวาระพิเศษ จีน-อาเซียน เนื่องในโอกาสครบรอบ 30 ปี แห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ ซึ่งเป็นการประชุมแบบเสมือนจริงผ่านระบบออนไลน์ ว่ารัฐบาลปักกิ่งไม่มีนโยบาย “ข่มขู่และบีบบังคับ” ประเทศใดก็ตามในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยการใช้อิทธิพลทั้งในด้านเศรษฐกิจ และการมีอาณาเขตที่ใหญ่กว่า แต่ในทางกลับกัน จีนพร้อมร่วมมือกับอาเซียน “เพื่อขจัดการแทรกแซงจากภายนอก”

ขณะเดียวกันผู้นำจีนกล่าวต่อที่ประชุม เรียกร้องการประสานงาน และส่งเสริมความร่วมมือกันในทุกมิติ ระหว่างจีนกับอาเซียน เพื่อผดุงความยุติธรรม และผลประโยชน์ของประชาชนทั้งสองฝ่าย อันจะนำไปสู่การกระชับความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นไป

“จีนเคยเป็น ยังเป็น และจะเป็นเพื่อนบ้านที่ดี มิตรที่ดี และหุ้นส่วนที่ดี ของอาเซียนเสมอ” สื่อทางการจีนรายงานคำกล่าวของจีน

ขณะที่ Global Times สื่อของพรรคคอมมิวนิสต์จีนรายงานว่า ในด้านเศรษฐกิจ ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง กล่าวเสริมว่า จีนพร้อมที่จะนำเข้าสินค้าที่มีคุณภาพจากอาเซียนมากขึ้น รวมไปถึงการซื้อผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรในมูลค่ารวมถึง 1.5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (4.9 ล้านล้านบาท) จากอาเซียนตลอด 5 ปีนับจากนี้

จากนั้น ผู้นำจีนได้ประกาศว่า จีนจะมอบเงินช่วยเหลือให้กับอาเซียนอีก 1.5 พันล้านดอลลาร์ ตลอด 3 ปีข้างหน้า เพื่อสนับสนุนการต่อสู้กับโรคโควิด-19 และการฟื้นฟูเศรษฐกิจ

ซึ่งการประกาศมอบเงินช่วยเหลือครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังจากที่ ประธานาธิบดี โจ ไบเดน สนับสนุนเงิน 102 ล้านดอลลาร์ เพื่อนำไปใช้ในด้านสาธารณสุข สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และการศึกษา ในระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียนเมื่อเดือนที่แล้ว

📌 ท่ามกลางความตึงเครียด

ท่าทีของจีนมีขึ้นในขณะที่สถานการณ์ในทะเลจีนใต้ทวีความตึงเครียดมากขึ้น โดยที่ผ่านมารัฐบาลปักกิ่งอ้างกรรมสิทธิ์และอธิปไตยเหนือดินแดนในหลายพื้นที่ทะเลจีนใต้ จนส่งผลให้เกิดข้อพิพาทกับหลายประเทศอาเซียน ทั้งเวียดนาม ฟิลิปปินส์ บรูไน และมาเลเซีย ไปจนถึงไต้หวัน

ขณะที่เมื่อสัปดาห์ที่แล้วรัฐบาลฟิลิปปินส์ ได้ออกมาประณามการกระทำของจีน หลังเกิดการเผชิญหน้าระหว่างเรือยามฝั่งของจีนที่ปิดกั้นน่านน้ำในพื้นที่พิพาท และยิงปืนฉีดน้ำแรงดันสูงใส่เรือขนเสบียงของกองทัพฟิลิปปินส์ ซึ่งกำลังมุ่งหน้าไปยังเกาะปะการังที่อยู่ในการควบคุมของฟิลิปปินส์ จนทำให้เรือของฟิลิปปินส์ต้องยอมถอย แต่โชคดีที่ไม่มีผู้บาดเจ็บ

โดยรัฐบาลสหรัฐฯ แสดงท่าทีต่อการกระทำของจีนว่าเป็นการยั่วยุที่อันตราย อีกทั้งยังบั่นทอนสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาค

ขณะที่ประธานาธิบดี โรดริโก ดูเตร์เต กล่าวต่อประธานาธิบดีสีในระหว่างการประชุมว่า เขา ‘เกลียดชัง’ การทะเลาะวิวาท และชี้ว่า หลักนิติธรรมจะเป็นทางออกเดียวในการยุติข้อพิพาท

“เรื่องนี้ไม่ได้แสดงถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศของเรา” ดูเตร์เตกล่าว

ประธานาธิบดีสีกล่าวด้วยว่า จีนและอาเซียน “ขจัดความมืดมนของสงครามเย็น” เมื่อภูมิภาคนี้เคยถูกทำลายโดยการแข่งขันระดับมหาอำนาจและความขัดแย้ง เช่น สงครามเวียดนาม และร่วมกันรักษาเสถียรภาพของภูมิภาค

จีนมักวิพากษ์วิจารณ์สหรัฐว่ามี “ความคิดสงครามเย็น” เมื่อรัฐบาลสหรัฐร่วมมือกับพันธมิตรในอาเซียนเพื่อต่อต้านอิทธิพลทางทหารและเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นของรัฐบาลจีน โดยประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐ เข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียนทางไกลเมื่อเดือนต.ค. และให้คำมั่นจะมีส่วนร่วมกับอาเซียนมากขึ้น

📌 ไร้เงาเมียนมา

อย่างไรก็ตาม สำหรับการประชุมผู้นำจีน-อาเซียนในครั้งนี้ จัดขึ้นโดยไม่มีผู้แทนจากเมียนมาเข้าร่วม ซึ่งถือเป็นครั้งที่ 2 แล้ว หลังจากที่อาเซียนไม่ยอมให้ พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย เข้าร่วมในการประชุมสุดยอดอาเซียนเมื่อเดือนตุลาคม เพื่อตอบโต้ที่เมียนมาล้มเหลวในการปฏิบัติตามแผนฟื้นฟูสันติภาพ

ขณะที่ยังไม่มีความชัดเจนว่า ทำไมรัฐบาลทหารเมียนมาจึงไม่ส่งผู้แทนเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ เนื่องจากจีนนั้นไม่มีท่าทีต่อต้านเมียนมา โดยก่อนถึงวันประชุมครั้งนี้ไม่นาน นายซุน กั๋วเสียง ผู้แทนพิเศษด้านกิจการเอเชียของกระทรวงการต่างประเทศจีน เยือนสิงคโปร์และบรูไน เพื่อพยายาม “โน้มน้าว” ให้สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ( อาเซียน ) เชิญพล.อ.มิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของเมียนมา เข้าร่วมการหารือครั้งนี้ด้วย

แต่การเรียกร้องของนายซุนไม่ได้รับการตอบสนองจากสิงคโปร์และบรูไน ซึ่งทั้งสองประเทศยังคงยืนกรานจุดยืนเดิม คือการไม่ให้ผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมาเข้าร่วม ลักษณะเดียวกับการประชุมสุดยอดอาเซียน ที่บรูไนในฐานะประธานประจำปีนี้ เป็นเจ้าภาพ เมื่อเดือนต.ค.ที่ผ่านมา

โดยสำนักข่าว Reuters รายงานข้อมูลจากนักการทูตอินโดนีเซีย ซึ่งระบุเหตุผลว่า เป็นเพราะรัฐบาลอินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ และบรูไน ได้ปฏิเสธความพยายามของจีนในการเชิญให้ พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย เข้าร่วมประชุม และจีนนั้นดูเหมือนจะยอมรับการตัดสินใจของชาติอาเซียน

 

 

ที่มา :
dailynews : https://www.dailynews.co.th/news/500244/
thestandard : https://thestandard.co/xi-jinping-asean-summit-confirmed-not-seeking-power-and-bully-small-countries/
khaosod : https://www.khaosod.co.th/around-the-world-news/news_6744952
mgronline : https://mgronline.com/around/detail/9640000115644

ผู้นำจีนยืนยันไม่มีนโยบาย ใช้อำนาจครอบงำประเทศเล็กกว่า

Back To Top
Search
error: ขอบคุณที่ติดตามครับ