skip to Main Content

เกิดอะไรในโลก : ผู้นำยูเครนยันจะอยู่ในเมืองหลวงแม้รัสเซียรุกเข้าใกล้

ประธานาธิบดีโวดลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน แถลงผ่านสถานีโทรทัศน์แห่งชาติ เมื่อช่วงรุ่งสางของวันศุกร์ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งเป็น 24 ชั่วโมงแรก หลังกองทัพรัสเซียเข้ามาปฏิบัติการทางทหาร ในภูมิภาคดอนบาสที่อยู่ทางตะวันออก ว่ามีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 137 ราย รวมทั้งทหารและพลเรือน นอกจากนั้น ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกเป็นจำนวนมาก แต่ก็สามารถจับกุมเจ้าหน้าที่ทหารรัสเซียได้จำนวนหนึ่ง

ขณะเดียวกัน เซเลนสกีประณามปฏิบัติการทางทหารของกองทัพรัสเซีย ว่าเป็นการตัดขาดตัวเองออกจากประชาคมโลกอย่างแท้จริง สถานการณ์ที่เกิดขึ้น สะท้อนว่า รัสเซียกำลังรูดม่านเหล็กลงมาปิดกั้นตัวเองจากโลกภายนอก

ด้านกองบัญชาการทหารบกของยูเครนอ้างผ่านทวิตเตอร์ว่า กองทัพยูเครนสามารถฆ่า “ชาวรัสเซียผู้รุกรานได้ประมาณ 50 คน” และสามารถขับไล่ทหารที่โจมตีเมืองชาสเตียที่อยู่แนวหน้าติดพื้นที่ของกบฏ และควบคุมเมืองนี้ได้แล้ว ข้อความในทวิตเตอร์ยังอ้างด้วยว่า สามารถทำหลายเครื่องบินรัสเซียได้อีกลำที่เขตครามาตอร์สค์ เป็นลำที่ 6 ในวันนี้ แต่เอเอฟพีกล่าวว่าไม่สามารถยืนยันข้อมูลเหล่านี้ได้ และบีบีซีกล่าวว่ารัสเซียปฏิเสธว่าไม่มีเครื่องบินของตนโดนยิงตก

📌 สั่งระดมพลด่วน

ผู้นำยูเครนยังได้ประกาศ “การระดมพลครั้งใหญ่ทั่วไป” (general military mobilization) ทั้งประเทศ เพื่อรับประกันเรื่องการป้องกันชาติ, รักษาความพร้อมด้านการต่อสู้และการเคลื่อนกำลังพลของกองทัพยูเครน และหน่วยงานทหารอื่นๆ จึงมีการออกคำสั่งระดมสรรพกำลัง รวมถึงในเมืองหลวงกรุงเคียฟ และเมืองใหญ่อื่นๆ ทั่วประเทศ โดยการระดมสรรพกำลังจะเกิดขึ้นภายใน 90 วันนับตั้งแต่คำสั่งนี้มีผลบังคับใช้

คำสั่งยังกำหนดให้สำนักงานความมั่นคงยูเครน (Security Service of Ukraine : SSU) ใช้มาตรการต่อต้านการข่าวกรองระหว่างมีการเคลื่อนสรรพกำลัง และสั่งให้มีการเกณฑ์ ทหารเกณฑ์และทหารกำลังสำรอง เพื่อมาปฏิบัติหน้าที่ทางทหาร ส่งไปประจำการยังหน่วยและสถาบันต่างๆ ของกองทัพยูเครนและหน่วยงานความมั่นคงอื่นๆ

ขณะเดียวกัน สำนักงานป้องกันชายแดนแห่งยูเครน (SBGS) เปิดเผยว่า พวกเขากำลังห้ามชายชาวยูเครนอายุ 18-60 ปี ไม่ให้เดินทางออกจากประเทศ ตามคำสั่งในกฎอัยการศึก “หลังจากการประกาศกฎอัยการศึก ก็มีการบังคับใช้มาตรการจำกัดชั่วคราว รวมถึงการห้ามพลเรือนชาวยูเครนเพศชาย อายุระหว่าง 18-60 ปี ข้ามพรมแดนยูเครน” และมาตรการนี้จะมีผลตราบเท่าที่กฎอัยการศึกยังมีผลบังคับใช้

📌 ถูกทิ้งไว้กลางทาง แต่ไม่ทิ้งประชาชน

นอกจากนี้เขายังตัดพ้อชาติตะวันตก ว่า”เราถูกปล่อยให้ปกป้องประเทศของเราเองเพียงลำพัง ใครพร้อมสู้เคียงข้างเราบ้าง? ผมไม่เห็นมีใครเลย ใครพร้อมมอบคำรับประกันยูเครนในฐานะสมาชิกนาโตบ้าง? ทุกคนต่างกลัวกันหมด ผมได้ถามพันธมิตรของเราว่าพวกเขายืนอยู่กับเราไหม พวกเขาย้ำว่าพร้อมอยู่กับเรา แต่ไม่พร้อมที่จะให้เราเข้าเป็นพันธมิตรนาโตกับพวกเขา” เซเลนสกีกล่าว

ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดียูเครนเปิดเผยด้วยว่ามีกลุ่มก่อวินาศกรรมชาวรัสเซียลอบเข้ามาในกรุงเคียฟแล้ว และเรียกร้องประชาชนของเมืองหลวงแห่งนี้อยู่ในความเฝ้าระวังและปฏิบัติตามประกาศเคอร์ฟิว

พร้อมทั้งประกาศยืนยันด้วยว่า เขาและครอบครัวจะยังอยู่ในยูเครน แม้รัสเซียระบุตัวเขาในฐานะ “เป้าหมายลำดับ 1” ก็ตาม โดยระบุว่าศัตรูหมายหัวเขาเป็นลำดับแรก และครอบครัวเขาเป็นลำดับที่สอง รวมถึงต้องการทำลายระบอบการปกครองของยูเครนด้วยการทำลายผู้นำประเทศ

ผู้นำยูเครนยืนยัน “พร้อมเจรจา” เพื่อยุติการสู้รบครั้งนี้ โดยเฉพาะในประเด็น “สถานะเป็นกลาง” แต่การหารือต้องเกิดขึ้นภายใต้เงื่อนไขเรื่อง “หลักประกันความปลอดภัย” จาก “บุคคลที่สาม” นอกจากนี้ เซเลนสกีย้ำว่า ท้ายที่สุดแล้วยูเครน “ต้องยืนบนลำแข้งของตัวเอง”

📌 ท่ามกลางการโหมรุกคืบ

การออกมากล่าวถ้อยแถลงต่อชาวยูเครนดังกล่าวมีขึ้นขณะที่กองทัพรัสเซียได้ปฏิบัติการโจมตียูเครนอย่างเต็มรูปแบบ โดยมีการโจมตีทางทหารในพื้นที่ทางภาคเหนือ ภาคใต้ และภาคตะวันออกของยูเครนพร้อมกัน

นับตั้งแต่ช่วงเช้ามืดวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา กองกำลังของรัสเซียบุกเข้าสู่ยูเครนจากทุกทิศทาง ไล่ตั้งแต่ อ่าวฟินแลนด์, บริเวณชายแดนเบลารุสทางตอนเหนือ, ชายแดนทางตะวันออกของยูเครน และลงไปยังทะเลดำ บริเวณภูมิภาคไครเมีย เกิดเสียงระเบิดและเสียงต่อสู้ดังขึ้นในหลายเมืองทั่วประเทศ รวมถึงใกล้กรุงเคียฟ สหรัฐฯ กล่าวหาว่า รัสเซียยิงจรวดใส่ยูเครนกว่า 160 ลูก ส่วนใหญ่เป็นขีปนาวุธระยะสั้น ผสมกับขีปนาวุธพิสัยกลางและจรวดร่อน

การต่อสู้ยังเกิดขึ้นในสถานที่สำคัญหลายจุด รวมถึงที่สนามบินอันโตนอฟ ใกล้เมืองฮอสโตเวล ชานกรุงเคียฟ ซึ่งรัสเซียใช้เวลาตลอดทั้งวันพยายามยึดครองสถานที่แห่งนี้ ซึ่งจะยิ่งเสริมศักยภาพของพวกเขาในการบุกกรุงเคียฟมากขึ้น โดยข้อมูลจากวิดีโอชี้ว่า เฮลิคอปเตอร์รัสเซียอย่างน้อย 2 ลำ ถูกยิงตกที่นี่ ขณะที่ผู้สื่อข่าวของ ซีเอ็นเอ็น ถ่ายภาพพลกระโดดร่มของรัสเซียเอาไว้ได้ ส่วนเว็บไซต์ Bellingcat อ้างว่า รัสเซียส่งเครื่องบินรบ 18 ลำพร้อมกับกำลังเสริมมายังสนามบินแห่งนี้

ในช่วงแรกมีรายงานว่า รัสเซียสามารถยึดสนามบินแห่งนี้เอาไว้ได้ ก่อนสถานการณ์จะเริ่มชัดเจนในช่วงเย็น ว่ากำลังเกิดการต่อสู้อย่างหนักที่เมืองฮอสโตเมล และกองทัพยูเครนใช้ทั้งการโจมตีทางอากาศและปืนใหญ่ตอบโต้รัสเซีย กระทั่งเวลา 23.00 น.ตามเวลาท้องถิ่น (ราว 04.00 น. วันศุกร์ตามเวลาไทย) ก็มีแถลงการณ์อย่างเป็นทางการออกมาว่า ยูเครนยึดพื้นที่แห่งนี้คืนได้แล้ว

อย่างไรก็ตาม กองทัพรัสเซียสามารถยึดการควบคุมโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ เชอร์โนบิล ซึ่งเคยเกิดหายนะครั้งใหญ่ในปี 1986 และยังคงหลงเหลือกัมมันตภาพรังสีมาจนถึงทุกวันนี้เอาไว้ได้ หลังจากเกิดการต่อสู้อย่างหนัก ทำให้ทบวงพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ออกมาเรียกร้องให้ทุกฝ่ายอดกลั้นอย่างที่สุด หลีกเลี่ยงการกระทำที่อาจทำให้อาคารแห่งนี้ตกอยู่ในความเสี่ยง

นอกจากนี้มีรายงานด้วยว่า เกาะ Zmiinyi หรือเกาะงู เกาะเล็กๆ ของยูเครนในทะเลดำ ถูกรัสเซียไปได้แล้ว

📌 นาโตไม่ส่งทหารเข้ายูเครน เน้นเตรียมพร้อมป้องกันยุโรปตะวันออก

นายเยนส์ สโตลเทนเบิร์ก เลขาธิการองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ ( นาโต ) กล่าวถึงสถานการณ์ในภูมิภาคดอนบาสของยูเครน ซึ่งรัสเซียเปิดฉากปฏิบัติการทางทหารในพื้นที่ดังกล่าว เมื่อช่วงรุ่งสางของวันพฤหัสบดีตามเวลาท้องถิ่น ว่ารัฐบาลมอสโก “ปฏิเสธเส้นทางอันเป็นอิสระ” ของยูเครน ในการเลือกอนาคตด้วยตัวเอง และรัสเซีย “พยายามแก้ไขประวัติศาสตร์”

ขณะเดียวกัน ปฏิบัติการทางทหารของรัสเซียในยูเครน เป็นการโจมตีทางทหารต่อรัฐเอกราชรัฐใดรัฐหนึ่ง “ครั้งใหญ่ที่สุด นับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สอง” อย่างไรก็ตาม นาโตไม่มีนโยบายส่งทหารเข้าไปในยูเครน เนื่องจากยูเครน “ไม่ได้เป็นสมาชิกของนาโต” แต่จะดำเนินนโยบายป้องปราม นั่นคือการเสริมกำลังหน่วยเคลื่อนที่เร็วในกลุ่มประเทศสมาชิกนาโตแถบยุโรปตะวันออก และเตรียมจัดประชุมฉุกเฉินผ่านระบบทางไกลอิเล็กทรอนิกส์ ในวันศุกร์ที่ 25 ก.พ.นี้.

ส่วนบรรดาชาติสมาชิกนาโตในยูโรปตะวันออกต่างก็มีท่าทีล่าสุด โดยประธานาธิบดี กีตานัส นูเซดา ของลิทัวเนีย ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน และส่งทหารไปตรึงกำลังตามแนวชายแดนติดต่อกับรัสเซีย เพื่อรับมือกับการรุกรานจากรัสเซียที่อาจจะเกิดขึ้น หลังการซ้อมรบครั้งใหญ่ระหว่างรัสเซียกับเบลารุส ในขณะนี้ และหลังรัสเซียตัดสินใจบุกยูเครนเมื่อเช้าวันนี้

ด้านนายกรัฐมนตรีกายา กัลลัสของเอสโตเนีย ซึ่งมีชายแดนติดต่อกับรัสเซีย เปิดเผยว่า เอสโตเนียจะช่วยเหลือยูเครนด้วยวิธีการทุกอย่างที่ทำได้ รวมทั้งสนับสนุนนักการเมืองยูเครนให้หาทางแก้ไขปัญหาวิกฤติทางการเมืองในยูเครน และการจัดส่งอาวุธให้มอบให้กับยูเครนเพื่อป้องกันตนเอง

นางกัลลัส ระบุว่าเอสโตเนียจะดำเนินการทุกอย่าง เพื่อสนับสนุนการทำงานของกลุ่มสหภาพยุโรปและองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ(นาโต) เพื่อป้องกันไม่ให้รัสเซียรุกรานเพื่อนบ้านอื่นๆต่อไปหลังบุกยูเครน ขอให้ประชาชนในเอสโตเนียอยู่ในความสงบ ไม่ต้องตื่นตระหนก ระบุว่าสถานการณ์ในขณะนี้ยังไม่มีภัยคุกคามจากรัสเซียในบริเวณชายแดนของเอสโตเนีย

📌 สหรัฐทำได้แค่ส่งทหารไปชาตินาโตใกล้ที่สุด

ประธานาธิบดี โจ ไบเดน แห่งสหรัฐฯ ออกแถลงข่าวที่ทำเนียบขาวเรื่องสถานการณ์ในยูเครน หลังรัสเซียส่งกองทัพบุกโจมตีจากหลายทิศทางตั้งแต่ช่วงเช้าวันเดียวกันนี้ โดยผู้นำสหรัฐฯ ประกาศมาตรการคว่ำบาตรระลอกใหม่ เพื่อโจมตีเศรษฐกิจของมอสโกในระยะยาว

ตามมาตรการคว่ำบาตรระลอกใหม่ สหรัฐฯ จะตัดขาดธนาคาร ‘สเบอร์แบงก์’ (Sberbank) ซึ่งเป็นสถาบันการเงินใหญ่สุดของรัสเซีย ถือครองทรัพย์สินเกือบ 1 ใน 3 ของภาคธนาคารโดยรวมของรัสเซีย และสาขาอีก 25, ปิดกั้นธนาคาร VTB ซึ่งเป็นแบงก์ใหญ่อันดับ 2 ของรัสเซีย กับสาขาอีก 20 แห่ง และปิดกั้นธนาคารขนาดใหญ่อีก 3 แห่งได้แก่ Bank Otkritie, Sovcombank OJSC และ Novikombank สหรัฐฯ จะตัดขาดรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่ของรัสเซีย 13 บริษัท รวมถึง สเบอร์แบงก์, แกซพรอม (Gazprom), ธนาคารเพื่อการเกษตรรัสเซีย และการทางรถไฟรัสเซีย จากการระดมทุนในตลาดสหรัฐฯ ด้วย

นอกจากนั้น ไบเดนยังออกคำสั่งส่งกองกำลังทั้งภาคพื้นและอากาศที่ประจำการในยุโรป ไปประจำการใน เอสโตเนีย, ลัตเวีย, ลิทัวเนีย, โปแลนด์, โรมาเนีย และเยอรมนี เพื่อตอกย้ำพันธสัญญาของสหรัฐฯ ที่จะปกป้องนาโต “เรากำลังใช้ขั้นตอนต่างๆ เพื่อป้องกันพันธมิตรนาโตของเรา โดยเฉพาะในตะวันออก” โดยในวันศุกร์ นาโตจะจัดการประชุมสุดยอดชาติสมาชิกทั้ง 30 ประเทศ รวมทั้งหุ้นส่วนใกล้ชิด เพื่อแสดงความเห็นหนึ่งเดียว และวางแผนขั้นต่อไป

นายไบเดนแสดงความชัดเจนด้วยว่า กองทัพสหรัฐฯ ได้ไปยุโรปเพื่อเข้าร่วมการต่อสู้ในยูเครน แต่ไปเพื่อปกป้องชาติสมาชิกนาโตเท่านั้น “แม้ว่าเราจะให้ความช่วยเหลือด้านการป้องกันแก่ยูเครนไปแล้วมากกว่า 650 ล้านดอลลาร์เมื่อปีก่อน แต่ผมขอพูดอีกครั้งกองทัพของเราไม่ และจะไม่เข้าร่วมในความขัดแย้งกับรัสเซียในยูเครน กองกำลังของเราไม่ได้ไปยุโรปเพื่อต่อสู้ในยูเครน แต่เพื่อปกป้องพันธมิตรนาโตของเราและสร้างความมั่นใจให้พันธมิตรทางตะวันออก อย่างที่ผมเคยพูดอย่างชัดเจนว่า สหรัฐฯ จะปกป้องทุกตารางนิ้วของดินแดนนาโต ด้วยขุมกำลังทั้งหมดของอเมริกา”

หลังจากการประกาศของนายไบเดนไม่นาน เจ้าหน้าที่อาวุโสของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ บอกกับผู้สื่อข่าวว่า เพนตากอนได้รับคำสั่งให้เคลื่อนกำลังพล 7,000 นาย ไปยังยุโรปแล้ว โดยจะออกเดินทางภายในไม่กี่วันข้างหน้า

📌 โลกประณามรัสเซียบุกโจมตียูเครน

บรรดาผู้นำประเทศต่าง ๆ ออกมาแสดงความเห็นต่อเหตุการณ์ที่รัสเซียส่งกำลังทหารบุกโจมตียูเครนเมื่อวันพฤหัสบดี พร้อมทั้งมีการประกาศมาตรการลงโทษเพิ่มเติมต่อรัสเซีย

ทางด้านหัวหน้าฝ่ายนโยบายต่างประเทศของสหภาพยุโรป โจเซพ บอร์เรลล์ กล่าวว่า สหภาพยุโรปกำลังเตรียมใช้มาตรการลงโทษขั้นรุนแรงที่สุดต่อรัสเซีย และว่าขณะที่คือช่วงเวลาที่มืดมนที่สุดของยุโรปนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สอง

นายกรัฐมนตรีอังกฤษ บอริส จอห์นสัน ทวีตว่า ตนได้หารือกับประธานาธิบดียูเครนแล้วเกี่ยวกับการตอบโต้ต่อปฏิบัติการทางทหารของปูติน ขณะที่นายกรัฐมนตรีเยอรมนี โอลาฟ โชลซ์ ประณามการโจมตียูเครน พร้อมยืนยันว่าเยอรมนีจะยืนเคียงข้างยูเครนเพื่อแสดงให้เห็นว่า “ปูตินทำพลาดครั้งใหญ่ในสงครามครั้งนี้”

ประธานาธิบดีโรมาเนีย คลอส ไอโอฮานนิส ประณามการโจมตีของรัสเซีย โดยบอกว่ารัสเซียเลือกหนทางที่ชั่วร้ายและละเมิดกฏหมาย ด้วยการใช้กำลังทหารโจมตีใส่ประเทศที่มีอธิปไตยและเป็นอิสระ

ประธานาธิบดีเชก มิลอส เซมาน ซึ่งเคยเป็นปากเสียงให้กับรัสเซียในสหภาพยุโรป ยอมรับว่าตน “พลาดเกี่ยวกับรัสเซีย” พร้อมเรียกร้องให้มีมาตรการลงโทษที่รุนแรงยิ่งขึ้นเพื่อโดดเดี่ยวรัสเซียจากประชาคมโลก

ประธานาธิบดีฝรั่งเศส เอ็มมานูเอล มาคร็อง ประกาศว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของยุโรป และฝรั่งเศสจะตอบโต้ต่อการก่อสงครามนี้ด้วยความเข้มแข็ง และเป็นหนึ่งเดียวกัน

ประธานาธิบดีตุรกี รอยับ ตอยยิบ อุรดุฆอน ซึ่งมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับรัสเซียและยูเครน กล่าวว่า รัสเซียได้ทำลายเสถียรภาพและความมั่นคงของยุโรป พร้อมขอให้มีการแก้ปัญหาอย่างสันติระหว่างรัสเซียและยูเครน

นายกรัฐมนตรีอิตาลี มาริโอ ดรากกี รับปากว่า อิตาลีและสมาชิกนาโต้จะทำทุกอย่างเพื่อปกป้องอธิปไตยของยูเครน รวมทั้งความมั่นคงของยุโรปและระเบียบโลกภายใต้กฎเกณฑ์และคุณค่าร่วมกัน

นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ยาอีร์ ลาปิด กล่าวว่า การโจมตีของรัสเซียถือเป็นการละเมิดระเบียบโลกอย่างรุนแรง และอิสราเอลในฐานะประเทศที่เคยได้รับผลกระทบร้ายแรงจากสงคราม ขอยืนยันว่า สงครามไม่ใช่แนวทางแก้ปัญหาความขัดแย้งแต่อย่างใด

📌 ชาวรัสเซียประท้วงสงครามโดนจับ

ในการประกาศเริ่มปฏิบัติการทางทหารในยูเครน ประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดิเมียร์ ปูติน กล่าวว่า ประชาชนทั่วไปเห็นชอบการบุกยูเครน แต่ในตอนเย็นของวันเดียวกัน กลับปรากฏผู้คนหลายพันคนในเมืองต่าง ๆ ทั่วรัสเซียออกมาประท้วงต่อต้านการกระทำของปูติน โดยมีข้อความ “нет войне (ไม่เอาสงคราม)” ปรากฏตามป้าย กระดาษ เสื้อผ้า

โดย ณ เย็นวันที่ 24 ก.พ. ตำรวจได้จับกุมผู้ประท้วงอย่างน้อย 1,702 ใน 53 เมืองทั่วรัสเซีย ในข้อหาชุมนุมประท้วงโดยไม่ได้รับอนุญาต แม้ว่าการประท้วงจะเป็นไปด้วยความสงบ โดยผู้ประท้วงแค่รวมตัวและชูป้ายที่มีข้อความต่อต้านสงคราม และประณามการกระทำของปูติน แต่ตำรวจได้เข้ามาสลายการชุมนุม และควบคุมตัวผู้ประท้วงบางส่วน การจับกุมส่วนใหญ่เกิดขึ้นในกรุงมอสโกและเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ซึ่งมีผู้ประท้วงหนาแน่นที่สุด

อเล็กซานเดอร์ เบลอฟ หนึ่งในผู้ประท้วงในกรุงมอสโก บอกว่า เขาคิดว่าปูติน “เสียสติ” ไปแล้ว “ผมไม่คิดว่าเราจะได้เห็นสงครามเกิดขึ้นในศตวรรษที่ 21 แบบนี้ … เหมือนเราอาศัยอยู่ในยุคกลาง”

นิกิตา โกลูเบฟ ครูวัย 30 ปีในรัสเซีย กล่าวว่า “ผมรู้สึกอับอายแทนประเทศของผม พูดตามตรงผมพูดไม่ออก สงครามน่ากลัวเสมอ เราไม่ต้องการสิ่งนี้ … เราจะทำแบบนี้ไปทำไมกัน?”

ด้านผู้จัดการของศูนย์วัฒนธรรมยูเครนในรัสเซียรายหนึ่งซึ่งไม่ประสง์เปิดเผยชื่อ บอกว่า จะปิดให้บริการชั่วคราว “เรากำลังถูกทิ้งระเบิดในขณะที่เรากำลังคุยกันอยู่นี่ แน่นอนสิว่าเราต้องปิด! พระเจ้า มันเกิดอะไรขึ้น”

ประชาชนชาวรัสเซียที่ออกมาประท้วงนี้รู้ดีว่า พวกเขาเสี่ยงอย่างมากต่อการถูกตำรวจจับกุม ซากัล รินชินอฟ จากบูเรียตียา รัฐภูเขาทางใต้ของรัสเซีย ซึ่งห่างจากมอสโกถึง 6,000 กิโลเมตร ตัดสินเดินทางมามอสโก พร้อมเสื้อแจ็กเก็ตที่มีคำว่า “ไม่เอาสงคราม”

เขาบอกว่า “ทุกคนกลัว … พวกเรารู้ว่าถ้าพูดอะไรแย่ ๆ พวกเราจะถูกจับเข้าคุก ดังนั้นคนบางส่วนจึงแสร้งทำเป็นว่าเราไม่ได้เริ่มสงคราม เพื่อที่พวกเขาจะไม่ต้องพูดถึงเรื่องนี้”

ก่อนหน้านี้ ทางการรัสเซียเพิ่งออกมาเตือนว่า พลเมืองที่เข้าร่วมการประท้วงต่อต้านสงคราม อาจถูกดำเนินคดีและตั้งข้อหาอาชญากรรมได้

 

 

ที่มา :
thairath :https://www.thairath.co.th/news/foreign/2324997

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2324931

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2324891

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2324922

dailynews : https://www.dailynews.co.th/news/798300/

https://www.dailynews.co.th/news/797513/

mgronline : https://mgronline.com/around/detail/9650000019061
mcot : https://tna.mcot.net/world-890450
js100 : https://www.js100.com/en/site/news/view/115394
voa : https://www.voathai.com/a/world-reacts-to-russia-s-invasion-of-ukraine-/6457766.html
nationtv : https://www.nationtv.tv/news/378864857
pptv : https://www.pptvhd36.com/news/%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8/167008

ผู้นำยูเครนยันจะอยู่ในเมืองหลวงแม้รัสเซียรุกเข้าใกล้

Back To Top
Search
error: ขอบคุณที่ติดตามครับ