skip to Main Content

เกิดอะไรในโลก : ปิดตำนานอาหารพิสดารพันปี ถึงเวลาเกาหลีเลิกกินเนื้อสุนัข

นางปาร์ค คยอง-มี โฆษกทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้ แถลงเมื่อวันจันทร์ว่า ประธานาธิบดีมุน แจ-อิน กล่าวในช่วงหนึ่งของการประชุมคณะรัฐมนตรีประจำสัปดาห์นี้ ซึ่งมีการหารือเกี่ยวกับแผนการปฏิรูปกลไลให้ความช่วยเหลือสัตว์ที่ถูกทอดทิ้ง ว่า “ถึงเวลาอันสมควรแล้ว” ที่เกาหลีใต้ควรมี “มาตรการอย่างเป็นทางการ” ในเรื่องการห้ามบริโภคเนื้อสุนัข

แม้ยังไม่มีการขยายความ แต่เรียกได้ว่าเป็นครั้งแรกอย่างเป็นทางการ ที่ผู้นำเกาหลีใต้พูดถึงเรื่องนี้ และน่าจะเป็นการจุดประเด็นการถกเถียงในสังคมเป็นวงกว้างด้วย เนื่องจากว่าที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีเกาหลีใต้หลายคน หยิบยกเรื่องการเสนอกฎหมายห้ามบริโภคเนื้อสุนัข หากได้รับการเลือกตั้ง

อี แจ-มย็องผู้ว่าการจังหวัดคย็องกีที่มีประชากรมากที่สุดของประเทศ และผู้เข้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีชั้นนำจากพรรคของมุน แจ-อินได้ให้คำมั่นว่าจะผลักดันการห้ามกินเนื้อสุนัขผ่านการทำฉันทามติทางสังคม

แต่ ยุน ซ็อก-ยอลผู้นำฝ่ายค้านกล่าวว่ามันเป็นเรื่องของรสนิยมส่วนบุคคล

ส่วนคนขายเนื้อสุนัขยืนกรานในสิทธิการประกอบอาชีพ โดยกล่าวว่าชีวิตของพวกเขาจะยากลำบาก หากมีคำสังห้ามกินหรือซื้อขาย

📌 คนรุ่นใหม่รักสัตว์

ขณะที่ผลการสำรวความคิดเห็นของกลุ่มตัวอย่างชาวเกาหลีใต้ จัดทำในเดือนนี้ โดยกลุ่มนักอนุรักษ์สัตว์ “อะแวร์” (Aware) ปรากฏว่า 78% ของผู้ตอบแบบสอบถามมองว่า รัฐบาลควรมีกฎหมายห้ามการจำหน่ายสุนัขและแมวเพื่อการบริโภค และ 49% สนับสนุนการออกกฎหมายห้ามการบริโภคเนื้อสุนัขและเนื้อแมว

ส่วนผลการสำรวจความคิดเห็นโดย “เรียลมีเตอร์” ปรากฏว่า 59% ของกลุ่มตัวอย่าง เห็นด้วยกับการออกกฎหมายห้ามการบริโภคเนื้อสุนัขและเนื้อแมว.

ปัจจุบัน วัฒนธรรมการบริโภคเนื้อสุนัขของเกาหลีใต้ลดน้อยลงกว่าในอดีต แต่ถึงเช่นนั้นก็ยังมีประชาชนบางกลุ่ม โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่ยังมีการรับประทานอยู่ รวมถึงยังมีจำหน่ายในร้านอาหารบางแห่ง หรือตลาดเฉพาะกลุ่ม มีสุนัขถูกนำไปใช้บริโภคในเกาหลีใต้ ประมาณ 1 ล้านตัวต่อปี และฟาร์มสุนัขเพื่อการบริโภคโดยเฉพาะยังคงมีอยู่ทั่วไป

ขณะที่กลุ่มนักเคลื่อนไหวด้านสัตว์ในเกาหลีใต้ เรียกร้องมานานหลายทศวรรษ ให้รัฐบาลออกกฎหมายควบคุมอย่างจริงจัง แต่ยังไม่เคยได้รับการตอบสนองมากนัก

อุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงเป็นหนึ่งในธุรกิจที่กำลังเติบโตในเกาหลีใต้ หลังชาวเกาหลีใต้นิยมเลี้ยงสุนัขและแมวมากขึ้น หนึ่งในนี้ รวมถึงประธานาธิบดีมุนด้วย ที่เป็นผู้ชื่นชอบสุนัข และเลี้ยงไว้หลายตัวที่ทำเนียบฟ้า

อุปนิสัยรักสุนัขของผู้นำเกาหลีใต้ยังสะท้อนจากเรื่องราวของ โทรี่ สุนัขจรจัดที่ประธานาธิบดีมุนรับมาเลี้ยงดูหลังเข้ารับตำแหน่งผู้นำประเทศจากมูลนิธิสัตว์ไร้บ้าน ส่งผลให้โทรี่กลายเป็นสุนัขไร้บ้านตัวแรกที่ได้รับตำแหน่ง สุนัขหมายเลขหนึ่ง ของเกาหลีใต้ด้วย

📌 อาหารที่มีมานานนับพันปี

การกินเนื้อสุนัขในเกาหลีน่าจะมีมานานตั้งแต่ยุคสามอาณาจักร (ซัมกุก) ในช่วงศตวรรษที่ 1 แต่ไม่มีหลักฐานยืนยัน หลังจากนั้นด้วยอิทธิพลของพุทธศาสนาที่แพร่เข้ามาทำให้ชาวเกาหลีไม่นิยมกินเนื้อสัตว์ใหญ่

คาดว่าการกินเนื้อสุนัขในเกาหลี น่าจะเริ่มต้นขึ้นในช่วงหลังของราชวงศ์โครยอ การกินเนื้อสุนัขแพร่หลายโดยการชักนำชาวชี่ตาน ซึ่งเป็นชนแผ่าเร่ร่อนจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน และเป็นผู้อพยพจากสงครามที่ทะลักเข้าไปในโครยอ ระหว่างการรุกรานของชาวมองโกล

ก่อนหน้านี้ด้วยอิทธิพลพุทธศาสนา ทำให้ชาวเกาหลีไม่นิยมรับประทานเนื้อสัตว์ใหญ่ แต่หลังจากที่ชาวมองโกลรุกราชวงศ์โครยอ จึงได้มีคำสั่งยกเลิกการห้ามเนื้อวัว และอนุมัติให้มีการบริโภคเนื้อสัตว์

ในช่วงราชวงศ์โชซอน (ค.ศ. 1392–1910) ชนกลุ่มน้อยชี่ตานที่อพยพหนีภัยสงครามเข้ามาได้กลายเป็นคนในสังคมเกาหลี และกลายเป็นชนชั้นที่เรียกว่า “แพคจอง” ซึ่งเป็นชนชั้นที่ทำอาชีพค้าเนื้อถือเป็นชนชั้นที่ต่ำที่สุดของสังคม รัฐบาลโชซอนมอบหมายงานให้แพคจองจัดการกับปัญหาสุนัขป่า ดังนั้นเนื้อสุนัขจึงกลายเป็นอาหารของคนยากจน (และชนชั้นล่าง) นับแต่นั้น

อย่างไรก็ตาม ในช่วงราชวงศ์โชซอน เจ้าหน้าที่รัฐบาลบางคนโต้แย้งว่าสุนัขเป็นเพื่อนมนุษย์และต้องการห้ามการบริโภคเนื้อสุนัข แสดงให้เห็นว่าชาวเกาหลีมีความเห็นไม่ลงรอยกันเรื่องการกินเนื้อสุนัขมาตั้งแต่โบราณแล้ว

ในราวปี 1816 ช็อง ฮัก-ยู ลูกชายคนที่สองของ ช็อง ยัก-ยองซึ่งเป็นนักการเมืองและนักวิชาการที่มีชื่อเสียงของราชวงศ์โชซอนในขณะนั้น ได้เขียนบทกวีชื่อ “นงกา วอลยองกา” บทกวีนี้ซึ่งเป็นที่มาที่สำคัญของประวัติศาสตร์พื้นบ้านเกาหลี

อธิบายถึงสิ่งที่ครอบครัวชาวนาเกาหลีทั่วไปทำในแต่ละเดือนของปี ในคำอธิบายของเดือนสิงหาคม ซึ่งเป็นช่วงปลายฤดูร้อน กวีบทนี้เล่าถึงผู้หญิงที่แต่งงานแล้วไปเยี่ยมพ่อแม่ โดยนำเอาของไปฝากคือเนื้อสุนัขต้ม ขนมข้าว และเหล้าข้าวหมักซึ่งแสดงให้เห็นถึงความนิยมของเนื้อสุนัขในยุคสมัยนั้น

📌 อาหารตามประเพณี

เนื้อสุนัขมักถูกบริโภคในช่วงฤดูร้อน และนำไปย่างหรือปรุงเป็นซุปหรือสตูว์ ซุปที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือ “แคจังกุก” ซึ่งเป็นสตูว์รสเผ็ดที่มีไว้เพื่อปรับสมดุลความร้อนของร่างกายในช่วงฤดูร้อนเพื่อปรับสมดุลหรือพลังชี่ (ลมปราณ) ตามหลัการแพทย์แผนจีน สูตรการปรุงแคจังกุกศตวรรษที่ 19 ระบุว่าการปรุงจะทำโดยการต้มเนื้อสุนัขด้วยหัวหอมและพริกป่น บางครั้งใส่เนื้อไก่และหน่อไม้

ในตำราอาการ “อึมชิก ดีมีบัง” ในสมัยโชซอนกล่าวถึงการปรุงเนื้อสุนัขไว้ว่า เอาไว้ทำ “ซุนแด” หรือใส่กรอกเลือด เนื่องจากเนื้อสุนัขมีกลิ่นสาบแรงจึงต้องปรุงโดยใส่เครื่องปรุงมากๆ แบบใส้กรอก

ในตำราทางการแพทย์ “ทงอึย โบกัม” รวบรวมหลังการรุกรานเกาหลีของญี่ปุ่น ยังมีข้อมูลเกี่ยวกับเนื้อสุนัข ระบุว่าช่วยเพิ่มพลังงานด้วยการผ่อนคลายลำไส้ทั้งห้า ควบคุมหลอดเลือด เสริมสร้างลำไส้และกระเพาะอาหาร และทำให้เอวและเข่าอุ่นขึ้นด้วยการผ่อนคลายไขกระดูก

 

 

ที่มา :
dailynews : https://www.dailynews.co.th/news/316922/
khaosod : https://www.khaosod.co.th/around-the-world-news/news_6644596
posttoday : https://www.posttoday.com/world/664172

ผู้นำเกาหลีใต้ส่งสัญญาณพิจารณาห้ามบริโภคเนื้อสุนัข

Back To Top
Search
error: ขอบคุณที่ติดตามครับ