skip to Main Content

UPDATE : ผู้ลี้ภัยชาวปาเลสไตน์ในเลบานอน เผชิญกับความทุกข์ทรมานในฤดูหนาว

ผู้อยู่อาศัยในค่ายผู้ลี้ภัย อัล-จาลิล ปาเลสไตน์ (A l-Jalil Palestine) ในหุบเขา เบกาอา (Bekaa)  ของเลบานอนต้องทนทุกข์ทรมานกับสภาพความเป็นอยู่ที่ยากลำบากตลอดทั้งปี แต่ความทุกข์ทรมานของพวกเขาเพิ่มขึ้นเป็น2 เท่าในช่วงฤดูหนาว เนื่องจากการขาดแคลนไฟฟ้าและเชื้อเพลิงอย่างรุนแรง เพื่อให้ความอบอุ่นแก่พวกเขา

นอกจากนี้ COVID-19 ยังทำให้ผู้ลี้ภัยต้องเผชิญกับสภาพเศรษฐกิจที่ยากลำบากมาก ค่ายผู้ลี้ภัยแห่งนี้เป็นค่ายที่ขัดสนที่สุดในบรรดาค่ายผู้ลี้ภัยชาวปาเลสไตน์ 12 แห่งในเลบานอน ซึ่งรองรับผู้ลี้ภัย 8,250 คนในพื้นที่เพียง 0.4 กิโลเมตร

ค่ายผู้ลี้ภัยมีกระแสไฟฟ้าใช้เพียง 6 ชั่วโมงต่อวัน ทำให้ผู้ลี้ภัยไม่สามารถใช้เครื่องทำความร้อนไฟฟ้า,เพื่อทำให้ร่างกายอบอุ่นได้ในช่วงฤดูหนาว ที่อุณหภูมิต่ำกว่า 0 ในขณะเชื้อเพลิงซึ่งอาจเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของเครื่องทำความร้อน มีราคาแพงสำหรับผู้ลี้ภัยที่ว่างงาน

วาลีด อิสซา (Waleed Issa) เลขาธิการแนวร่วมปลดปล่อยปาเลสไตน์กล่าวว่า “ ผู้ลี้ภัยส่วนใหญ่เป็นคนงานก่อสร้างหรือมีงานทำตามฤดูกาล พวกเขาไม่มีงานทำในฤดูหนาวและไม่มีรายได้เพียงพอต่อความต้องการ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเชื้อเพลิงซึ่งมีราคาแพงมาก ”

เขายังกล่าวเสริมว่า “ COVID-19 ทำให้ผู้ลี้ภัยในปีนี้เพิ่มมากขึ้น จนถึงขณะนี้มีผู้ลี้ภัยติดเชื้อไวรัส Covid-19    กว่า 100 ราย และเสียชีวิต 5 ราย

อิสซากล่าวต่อว่า “ท่ามกลางความเป็นจริงที่น่าเวทนานี้ หน่วยงานผู้ลี้ภัยของสหประชาชาติ (UNRWA) ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบดูแลผู้ลี้ภัย ไม่ได้อยู่คอยดูแลและไม่ได้ให้ความช่วยเหลือใดๆ เพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิตของผู้ลี้ภัย

เขาเรียกร้องให้ UNRWA ประกาศให้ค่ายผู้ลี้ภัยเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติและดำเนินมาตรการที่ตอบสนองความต้องการของผู้ลี้ภัย เขาเรียกร้องให้ UNRWA มอบความต้องการที่จำเป็นสำหรับการปกป้องชีวิตของพวกเขาจากไวรัส Coivd-19 ทั้งการกักกันเชื้อและหลังการกักกัน

ผู้ลี้ภัยปาเลสไตน์ในเลบานอน เผชิญความทรมานในฤดูหนาว

Back To Top
×Close search
Search