skip to Main Content

SOCIAL : มัสยิดหลวงบางกอกน้อย 1 เดียวในไทย … พรรคกล้าจับมือคณะการจัดการการท่องเที่ยว นิด้า นำร่องผลักดันบางกอกน้อยเป็นชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

.

นายวรวุฒิ อุ่นใจ รองหัวหน้าพรรคกล้า เดินทางเข้าพบ ผศ.ดร.ไพฑูรย์ มนต์พานทอง คณบดีคณะการจัดการการท่องเที่ยว สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เพื่อหารือถึงแนวทางในการสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนโดยใช้การท่องเที่ยวเป็นเครื่องมือ (เมื่อ 22 พ.ย.64 ) โดยมีจุดประสงค์เพื่อยกระดับสินค้าและแหล่งท่องเที่ยวในชุมชนให้สามารถสร้างรายได้ให้กับชาวชุมชน ซึ่งทางพรรคกล้าได้นำเสนอชุมชนท่องเที่ยวบางกอกน้อย เป็นโครงการนำร่อง เนื่องจากเห็นว่า บางกอกน้อยเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพมีประวัติความเป็นมาที่ยาวนาน เพียงแต่ยังไม่ได้ถูกเชื่อมโยงเป็นเส้นทางท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมอย่างเป็นระบบ

.

ซึ่งภายหลังการหารือ รองหัวหน้าพรรคกล้า กล่าวว่า ทางคณบดีคณะการจัดการการท่องเที่ยว นิด้า พร้อมให้ความร่วมมือในการเป็นพี่เลี้ยงผลักดันชุมชนท่องเที่ยวบางกอกน้อยซึ่งเป็นโครงการนำร่องของพรรคกล้า โดยเบื้องต้นจะให้คณาจารย์ของคณะฯ รวบรวมชุมชนที่ต้องการผลักดันให้ชุมชนเป็นแหล่งท่องเที่ยว จากนั้นจะทำงานร่วมกันโดยมีการจัดแบ่งโครงสร้างองค์กร และหา Hero Product ที่โดดเด่นของชุมชน ไม่ว่าจะเป็นสินค้า อาหาร หรือสถานที่ท่องเที่ยว และมาวางแผนเชิงยุทธศาสตร์ร่วมกัน

.

สำหรับบางชุมชนบางกอกน้อย ในความรับรู้ของคนไทยมาจากตำนานรักของอังศุมาลินกับโกโบริ ที่ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์และละครโทรทัศน์เมื่อหลายปีก่อน นอกจากนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกมากมาย อาทิ “มัสยิดอันซอริซซุนนะห์” (มัสยิดหลวงบางกอกน้อย) มีประวัติความเป็นมาระบุว่า ชาวมุสลิมที่อาศัยอยู่บริเวณคลองบางกอกน้อยมีกุฎีเล็กเรียกว่า “กะดีแขก” เป็นที่ปฏิบัติศาสนกิจ ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) โปรดเกล้าฯ ให้ขอใช้พื้นที่กุฎีเล็กสร้างสถานีรถไฟบางกอกน้อย โดยพระราชทานที่ดินฝั่งตรงข้ามซึ่งเคยเป็นโรงเรือหลวงเก่าให้สร้างกุฎีหรือสุเหร่าขึ้นใหม่ใน พ.ศ. 2435 ซึ่งก็คือมัสยิดอันซอริซซุนนะห์ ณ ที่ตั้งปัจจุบัน ด้วยเหตุนี้เอง มัสยิดแห่งนี้จึงได้ชื่อเป็น “มัสยิดหลวง” เพียงแห่งเดียวในประเทศไทย และชุมชนแห่งนี้ยังมีอาหารมุสลิมอร่อย ๆ อย่างซาโมซารสชาติเข้มข้น และขนมปังยาสุมที่เป็นเมนูขึ้นชื่อประจำชุมชน

.

นอกจากนี้ยังมีวัดสุวรรณารามราชวรวิหาร อยู่ในซอยจรัญสนิทวงศ์ 32 และมีท่าจอดเรือในคลอง วัดแห่งนี้สร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา เดิมชื่อ “วัดทอง พระเจ้าตากสินมีพระราชดำรัสให้นำเชลยศึกจากค่ายบางแก้วมาประหารชีวิตที่วัดนี้ และในบริเวณใกล้เคียงยังมี “ตลาดวัดทอง” ซึ่งเป็นตลาดเก่าแก่มีอาหารอร่อยฝีมือชาวบ้านในชุมชน วัดเก่าแก่อีกวัดคือ “วัดศรีสุดาราม” หรือ “วัดชีปะขาว” เป็นวัดที่พระอาจารย์ชีปะขาวมาสร้างไว้ในช่วงปลายสมัยกรุงศรีอยุธยา และยังมี “วัดนายโรง” ซึ่งสร้างโดยเจ้าของโรงละครนอกที่มีชื่อเสียงในสมัยรัชกาลที่ 4 เสน่ห์หลักของบางกอกน้อยคือการนั่งเรือชมวิถีชุมชนสองฝั่งคลองที่ยังคงเอกลักษณ์ดั้งเดิมไว้

.

สยามรัฐ

.

#ขุนคมคำ

พรรคกล้าจับมือคณะการจัดการการท่องเที่ยว นิด้า นำร่องผลักดันบางกอกน้อยเป็นชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

Back To Top
Search
error: ขอบคุณที่ติดตามครับ