skip to Main Content

เกิดอะไรในโลก : พรรคคอมมิวนิสต์จีน ผ่านมติครั้งประวัติศาสตร์ ซึ่งช่วยยกสถานะของ สี จิ้นผิง ให้เทียบเท่าอดีตผู้นำคนสำคัญอย่าง เหมา เจ๋อตง และเติ้ง เสี่ยวผิง ปูทางครองอำนาจต่อไปอีกยาวนาน

มติประวัติศาสตร์ว่าด้วย “ความสำเร็จครั้งใหญ่และประสบการณ์การเรียนรู้ประวัติศาสตร์การต่อสู้รอบ 100 ปีของพรรค” ได้รับการอนุมัติ จากที่ประชุมใหญ่ ชุดที่ 19 ครั้งที่ 3 ของคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน ในกรุงปักกิ่ง เมื่อวันพฤหัสบดี ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการประชุม เป็นการภายใน เริ่มตั้งแต่วันที่ 8 พ.ย. โดยสมาชิกคณะกรรมการกลางพรรคฯ ประมาณ 376 คน จะลงมติเลือกตั้งผู้นำประเทศชุดใหม่ทุก 5 ปี

สมาชิกคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน ประกาศว่า อุดมการณ์ของสีเป็น “แก่นของวัฒนธรรมจีน” และให้ใช้บทเรียนที่เขียนจากประวัติศาสตร์ของพรรคฯ เป็นแนวการบริหารปกครองประเทศต่อไปอีก ว่าด้วยสังคมนิยมคมที่มีลักษณะเฉพาะแบบจีนสำหรับยุคใหม่

สำนักข่าวซินหัวกล่าวว่า คำประกาศที่ยาวเหยียดนี้เรียกร้องให้สนับสนุน “มุมมองที่ถูกต้องของประวัติศาสตร์พรรค” และว่า พรรคคอมมิวนิสต์จีนได้เขียนมหากาพย์ที่งดงามที่สุดในประวัติศาสตร์ของจีนเป็นเวลาหลายพันปี

“คณะกรรมการกลางพรรคเรียกร้องให้ ทั้งพรรค, กองทัพทั้งหมด และประชาชนทุกกลุ่มชาติพันธุ์ รวมตัวกันอย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้นรอบคณะกรรมการกลางของพรรค โดยมีสหายสี จิ้นผิง เป็นแกนหลัก เพื่อนำลัทธิสังคมนิยมอันมีอัตลักษณ์จีนสำหรับยุคใหม่ของสี จิ้นผิง มาใช้อย่างเต็มที่” ซินหัวรายงาน

📌 รุ่นใหม่เทียบชั้น

นี่เป็นการประชุมกันครั้งสุดท้าย ของคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์ชุดที่ 19 ก่อนจะถึงการประชุมสมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์ในปีหน้า ถือเป็นการส่งสัญญาณว่า สีวัย 68 ปี จะครองตำแหน่งผู้นำสูงสุดของประเทศคือ เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ วาระ 5 ปี ต่อไปอีกเป็นสมัยที่ 3 ทำลายธรรมเนียมพรรคที่มีมานาน 2 ทศวรรษ ซึ่งสีจะต้องวางมือจากอำนาจในปีหน้า

หลังพรรคคอมมิวนิสต์จีนอนุมัติยกเลิก ขีดจำกัดวาระดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของสี ในปี 2018 โดยระบุว่า สีต้องการเวลาเพิ่มเพื่อรับประกันว่า การดำเนินงานตามแผนการปฏิรูปเศรษฐกิจและอื่นๆ ส่วนที่ยังค้างคา จะสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี.

นับเป็นครั้งที่ 3 ตั้งแต่ก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์จีน เมื่อ 100 ปีก่อน ที่คณะกรรมการกลางพรรคฯ ผ่านมติประวัติศาสตร์ เพื่อเพิ่มอำนาจผู้นำสูงสุด โดยครั้งแรกในยุคท่านประธานเหมา เจ๋อตง และครั้งที่ 2 ในยุค เติ้ง เสี่ยวผิง มติครั้งล่าสุดหมายความว่า สีจะถูกยกสถานะผู้นำ ขึ้นเทียบชั้นเหมาและเติ้ง

ขณะที่บางคนมองว่า มตินี้เป็นความพยายามล่าสุดของนายสี ที่จะย้อนคืนแนวทางการปกครองแบบกระจายอำนาจ ที่เริ่มตั้งแต่ยุคนายเติ้ง และดำเนินเรื่อยมาในยุคของผู้นำจีนคนอื่น ๆ เช่น ประธานาธิบดีเจียง เจ๋อหมิน ซึ่งถือเป็นสัญญาณว่าจีนอาจจะกลับเข้าสู่การปกครองแบบ “ลัทธิบูชาบุคคล” (cult of personality)

📌 แล้วมันสำคัญอย่างไร

นาย อดัม หนี่ บรรณาธิการหนังสือพิมพ์ ไชน่า เน่ยชาน ระบุว่า สี จิ้นผิง พยายามยกตัวเองเป็นพระเอกในมหากาพย์การเดินทางของประเทศจีน การผลักดันมติประวัติศาสตร์ที่ทำให้เขากลายเป็นศูนย์กลาง เรื่องเล่าอันยิ่งใหญ่ของพรรคและของจีนยุคใหม่ เป็นการแสดงอำนาจของนายสี และมตินี้ ยังเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เขารักษาอำนาจเอาไว้ได้ด้วย

นายหนี่บอกอีกว่ามติ 2 ครั้งก่อนในยุคเหมากับเติ้ง ถูกใช้เพื่อแบ่งแยกจากอดีต โดยมติครั้งแรกช่วยให้เหมารวมศูนย์อำนาจให้เขามีอำนาจเต็มที่ ตอนประกาศก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีนในปี 1945 ส่วนในยุคเติ้งเขาออกมติครั้งที่ 2 ในปี 1981 วิพากษ์วิจารณ์ความผิดพลาดของเหมาในการปฏิวัติวัฒนธรรมช่วงปี 1966-1976 ทำให้คนนับล้านต้องตาย เขายังวางรากฐานการปฏิรูปเศรษฐกิจของประเทศด้วย

แต่มติล่าสุดของ สี จิ้นผิง กลับเป็นการเน้นย้ำความต่อเนื่องในการเติบโตของจีน ไม่ว่าจะในด้านเศรษฐกิจ, การทหาร และการยอมรับในฐานะมหาอำนาจ

ด้านดร.ชง จา เอียน จากมหาวิทยาลัยเเห่งชาติสิงคโปร์ ระบุว่า ความเคลื่อนไหวครั้งล่าสุดนี้ทำให้นายสีแตกต่างไปจากอดีตผู้นำจีนคนอื่น ๆ

เขากล่าวว่า “อดีตประธานาธิบดี หู จิ่นเทา และเจียง เจ๋อหมิน ไม่เคยรวบอำนาจไว้อย่างแข็งแกร่งเท่ากับนายสี” แต่อย่างไรก็ตาม ไม่ชัดเจนว่าผู้นำทั้งสองจะพยายามทำแบบเดียวกับนายสีหรือไม่หากมีโอกาสแบบเดียวกัน

จีนยืนอยู่ในจุดที่สามารถมองย้อนกลับไป เห็นถึงการเติบโตอย่างก้าวกระโดดทั้งทางด้านเศรษฐกิจ การทหาร และการได้รับการยอมรับสถานะในฐานะชาติมหาอำนาจของโลก โดยที่พรรคคอมมิวนิสต์จีน และบรรดาผู้นำต่างอยู่ในอำนาจโดยที่ไม่มีฝ่ายค้านในประเทศ

“อาจพูดได้ว่า พรรคคอมมิวนิสต์จีนที่มีนายสีเป็นผู้นำ ได้ก้าวมาถึงจุดสูงสุดของความสำเร็จสำหรับตัวพรรคและสำหรับประเทศจีน”

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า การเมืองเป็นเรื่องที่อาจพลิกผันได้ และแม้จะมีหลักฐานมากมายว่านายสีได้กุมอำนาจไว้อย่างเหนียวแน่น แต่อะไรก็เกิดขึ้นได้ในอนาคต

“การเมืองระดับชนชั้นนำของจีนเต็มไปด้วยความลับ และมีเรื่องราวอีกมากที่เรายังไม่รู้” นายนีกล่าว

📌 เลี่ยงจุดด่างพร้อย

อย่างไรก็ตามมติในวันพฤหัสบดี ดูเหมือนจะเลี่ยงการกล่าวถึงความรุนแรงของการปฏิวัติวัฒนธรรม อันเป็นช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ในทศวรรษที่ผ่านมาภายใต้ระบอบของเหมา ที่ทิ้งบาดแผลไว้ในจิตใจของประเทศ แต่เลือกกล่าวถึงช่วงเวลานั้นว่าเป็นช่วงเวลาแห่งการปฏิวัติสังคมนิยมและการสร้าง

ช่วงเวลาปัจจุบันนี้ สีกำกับดูแลการควบคุมในหลายแง่มุมของสังคมจีน ซึ่งรวมถึงวัฒนธรรมป๊อป, การศึกษา, ธุรกิจภาคเทคโนโลยี และนักธุรกิจมหาเศรษฐี

คำประกาศฉบับนี้กล่าวถึงประธานเหมารวม 7 ครั้ง และกล่าวถึงเติ้งเพียง 5 ครั้ง ขณะที่สีถูกกล่าวถึง 17 ครั้ง แต่นักวิเคราะห์บางคนมองว่า มตินี้อาจไม่ไปไกลถึงระดับที่สีต้องการ

วิลลี แลม นักวิเคราะห์จากฮ่องกง กล่าวว่า อย่างที่คาดกันไว้ว่า ถึงแม้ว่าจะไม่มีการใช้คำว่า “ผู้นำตลอดชีวิต” แต่เนื้อหาเกือบครึ่งของคำประกาศอุทิศให้ความสำเร็จของสี จิ้นผิง จึงน่าจะเป็นที่ยอมรับกันอย่างกว้างขวางว่า สีจะยังคงเป็นผู้นำจีนไปตลอดชีวิต กระนั้น การไม่ใส่วลีว่าผู้นำตลอดชีวิตไว้ในคำประกาศ ก็อาจกระตุ้นการต่อต้านได้.

📌 ท่าทีต่ออาเซียน

หนึ่งวันก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง กล่าวต่อที่ประชุมออนไลน์ ของสภาธุรกิจนานาชาติ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก ( เอเปค ) ว่า ภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกไม่ควรเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามแบ่งแยก และเผชิญหน้าแบบเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วในยุคสงครามเย็น ความพยายามใดก็ตาม ที่มีเป้าประสงค์เพื่อสร้าง “แนวคิดอันเป็นอุดมคติ” หรือการปิดล้อมด้านภูมิศาสตร์การเมืองโลก “มีแต่จะล้มเหลวเท่านั้น”

ขณะเดียวกัน ผู้นำจีนเรียกร้องสมาชิกเอเปคร่วมกัน “ปิดช่องว่างในการสร้างภูมิคุ้มกัน” เพื่อให้ประเทศที่กำลังพัฒนาและยากจนสามารถเข้าถึงวัคซีนโรคโควิด-19 ได้อย่างทั่วถึงและมีความเป็นธรรมมากขึ้น นอกจากนี้ สียังกล่าวถึงการยกระดับความร่วมมือด้านการวิจัย การผลิต การทดสอบ และการให้การยอมรับวัคซีน “ที่เท่าเทียมกัน” เพื่อนำไปสู่การฟื้นฟูกลไกทางเศรษฐกิจร่วมกัน

ในภาพรวม สีกล่าวว่า จีนมีความมุ่งมั่นและความพร้อมสนับสนุนความร่วมมือแบบ “สานประโยชน์และสมประโยชน์” เพื่อพัฒนาการทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก โดยไม่ได้กล่าวอย่างตรงไปตรงมา เกี่ยวกับสถานการณ์ตึงเครียดข้ามช่องแคบกับไต้หวัน บรรยากาศในทะเลจีนใต้ และการที่สหรัฐ ร่วมกับสหราชอาณาจักร และออสเตรเลีย รวมตัวตั้งกลุ่ม “ออคัส” ที่ให้นิยามว่าเป็น “การขับเคลื่อนกติกาด้านความมั่นคง” ในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก.

อย่างไรก็ตาม ความตึงเครียดระหว่างสองชาติมหาอำนาจอาจลดลงบ้าง เมื่อ โจ ไบเดน กับ สีจิ้นผิง มีกำหนดหารือกันในรูปแบบการประชุมทางไกล ซึ่งคาดว่าจะจัดขึ้นในวันจันทร์หน้า (15 พฤศจิกายน)

📌 จู่ๆก็จับมือกันรักโลก

นอกจากนี้ทั้ง2 ประเทศยังสร้างเซอร์ไพรส์ หลังผู้แทนพิเศษด้านการเจรจาเกี่ยวกับสภาพอากาศโลกของสหรัฐและจีน คือ นายจอห์น เคอร์รี และนายเซียะ เซินหัว เผยแพร่แถลงการณ์ร่วมกัน ในช่วงโค้งสุดท้ายของการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติ ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตามกรอบของอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (ยูเอ็นเอฟซีซีซี) ครั้งที่ 26 หรือ “คอป26” ที่เมืองกลาสโกว์ ให้คำมั่น “ยกระดับความร่วมมือ” เพื่อบรรเทาความรุนแรงของผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงด้านสภาพอากาศโลก

แม้เนื้อหาในแถลงการณ์แทบไม่มีเนื้อหาอะไรมากนัก โดยระบุเพียง ความร่วมมือกันปกป้องผืนป่า ลดการปล่อยก๊าซมีเทน และลดการใช้ถ่านหินเพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย “คาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์” อย่างไรก็ตาม เคอร์รี กล่าวว่า การให้คำมั่นร่วมกันระหว่างสองประเทศ ผู้ปล่อยก๊าซคาร์บอนมากเป็นอันดับต้นของโลก สะท้อนความสนับสนุนต่อทุกองค์ประกอบที่เกี่ยวข้องกับการประชุมคอป26 เพื่อความสำเร็จของการหารือครั้งนี้

ด้านผู้แทนของจีนซึ่งไม่ได้แถลงร่วมกับเคอร์รี กล่าวว่า ข้อตกลงดังกล่าวคือหลักประกันของรัฐบาลปักกิ่ง นำไปสู่การเพิ่มเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การเพิ่มความพยายามลดการตัดไม้ทำลายป่า และการปฏิรูปแผนการลดการปล่อยก๊าซมีเทนแห่งชาติ

ขณะที่ นายอันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการยูเอ็น แสดงความยินดีต่อการที่สหรัฐและจีนสามารถจัดตั้งกรอบความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อมได้ หลังนับตั้งแต่วันแรกของการประชุมคอป26 รัฐบาลวอชิงตันเดินหน้าวิจารณ์รัฐบาลปักกิ่งอย่างหนัก ว่า “ถอยหนีและตีตัวออกห่าง” จากความร่วมมือระหว่างประเทศ ในการแก้ไขวิกฤติโกลร้อน จากการที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ไม่เข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ด้วยตัวเอง แต่เผยแพร่แถลงการณ์เป็นลายลักษณ์อักษรแทน ส่วนอดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา วิจารณ์แผนการปฏิรูปด้านสิ่งแวดล้อมของจีน “ไม่ได้สื่อถึงความใส่ใจอย่างแท้จริง”.

 

 

ที่มา :
bbc : https://www.bbc.com/thai/international-59254098
dailynews : https://www.dailynews.co.th/news/467402/
https://www.dailynews.co.th/news/464561/
https://www.dailynews.co.th/news/464305/
thairath : https://www.thairath.co.th/news/foreign/2240425
thaipost : https://www.thaipost.net/abroad-news/23667/
mgronline : https://mgronline.com/around/detail/9640000112161

พรรคคอมมิวนิสต์จีนผ่านมติ ยกสถานะสีจิ้นผิง-ไฟเขียวครองอำนาจยาว

Back To Top
Search
error: ขอบคุณที่ติดตามครับ