skip to Main Content

เกิดอะไรในโลก : จับตา สีจิ้นผิง ประกาศมติสำคัญในรอบ 40 ปี ปูทางปกครองจีนตลอดชีวิต

การประชุมของพรรคคอมมิวนิสต์จีนในวันที่ 8-11 พฤศจิกายนนี้ ซึ่งเป็นการประชุมเต็มคณะครั้งที่ 6 (6th Plenum) ถูกจับตาเป็นอย่างมากว่า สีจิ้นผิง จะประกาศ ‘มติว่าด้วยประวัติศาสตร์แห่งพรรคคอมมิวนิสต์จีน’ หรือไม่ ซึ่งถ้าหากเกิดขึ้นจริง ก็จะถือเป็นครั้งแรกในรอบ 40 ปี โดยมติดังกล่าวไม่เพียงจะยกสถานะของ สีจิ้นผิง ให้เทียบเท่า เหมาเจ๋อตุง ผู้ก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์จีน และ เติ้งเสี่ยวผิง ซึ่งขึ้นเป็นผู้นำจีนต่อจากประธานเหมาเท่านั้น แต่ยังส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลกอีกด้วย

การประชุมคณะกรรมการกลางจีน คือเวทีหลักของพรรคในการแสดงความเป็นเอกภาพของกลุ่มผู้นำพรรค และบ่งชี้ถึงทิศทางของนโยบายหลัก ๆ ของจีน เป็นตัวโหมโรงสำหรับการแนะนำกฎหมาย กฎระเบียบที่สำคัญ ตลอดจนแผนเศรษฐกิจ และมักตามมาด้วยการประกาศนโยบายใหม่ ๆ

เช่น การประชุมคณะกรรมการกลางครั้งที่ 4 ในปี 2019 ได้มีการประกาศเรื่องกฎหมายความมั่นคงของฮ่องกงอย่างคร่าว ๆ ส่วนการประชุมครั้งที่ 3 ในปี 2018 มีการประกาศการแก้รัฐธรรมนูญเพื่อยกเลิกการจำกัดวาระการดำรงตำแหน่งของประธานาธิบดี เป็นต้น

การประกาศเหล่านี้ จะกลายเป็นกฎหมาย หลังได้รับการเห็นชอบจากการประชุมสมัชชาประชาชนจีน ซึ่งเป็นฝ่ายนิติบัญญัติของประเทศในเวลาต่อมา

บางครั้ง การประชุมคณะกรรมการกลาง ก็เกิดเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ด้วย เช่น ในปี 1978 การประชุมคณะกรรมการกลางชุดที่ 11 ครั้งที่ 3 มีการประกาศว่า จีนหันหลังต่อระบบเศรษฐกิจแบบสหภาพโซเวียต และเริ่มต้นนโยบายปฏิรูปและเปิดประเทศ

📌 การประชุมเต็มคณะครั้งที่ 6 คืออะไร?

พรรคคอมมิวนิสต์จีนมีกำหนดจัดประชุมใหญ่ (Party Congress) ทุกๆ 5 ปี ซึ่งในระหว่าง 5 ปีนั้น คณะกรรมการกลางของพรรคคอมมิวนิสต์จีนจะประชุมกัน 7 ครั้ง การประชุมเหล่านี้ เรียกว่า Plenum หรือการประชุมเต็มคณะ ซึ่งจะครอบคลุมหัวข้อต่างๆ โดยนักการเมืองชายประมาณ 400 คน และนักการเมืองหญิงไม่กี่คน ตลอดจนแกนนำของรัฐ ผู้บัญชาการทหาร ผู้ว่าการมณฑล และนักวิชาการชั้นนำ จะมาประชุมร่วมกันที่โรงแรมทหารในกรุงปักกิ่งที่มีการคุ้มกันอย่างแน่นหนา ซึ่งวาระการประชุมจะเป็นความลับสุดยอด และจะได้รับการเปิดเผยในแถลงการณ์หลังเสร็จสิ้นการประชุมเท่านั้น

การประชุมเต็มคณะครั้งที่ 6 มีความสำคัญมากกว่าการประชุมครั้งอื่นๆ ในบางด้าน เพราะจะเป็นโอกาสสุดท้ายสำหรับการเจรจาต่อรองทางการเมือง ก่อนที่จะมีการตัดสินใจใดๆในการประชุมใหญ่ของพรรคในปีถัดไป ทั้งนี้เพื่อเป็นการเตรียมการ เมื่อเดือนที่แล้ว คณะกรรมการกรมการเมือง หรือโปลิตบูโรของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ได้ทบทวนร่างมติว่าด้วย ‘ความสำเร็จที่สำคัญและประสบการณ์ในประวัติศาสตร์ 100 ปีของพรรค’ สำนักข่าว Xinhua ของทางการจีนรายงาน โดยไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม

ถ้อยคำดังกล่าวสร้างความตกตะลึง เพราะทำให้หลายคนหวนนึกถึงการประชุมเต็มคณะครั้งที่ 6 เมื่อปี 1981 ซึ่งในครั้งนั้น เติ้งเสี่ยวผิง ได้ประกาศ ‘มติว่าด้วยประวัติศาสตร์แห่งพรรคคอมมิวนิสต์จีน’ ซึ่งประณามนโยบายก้าวกระโดดไกล (Great Leap Forward) และการปฏิวัติวัฒนธรรม (Cultural Revolution) ของเหมาเจ๋อตุง ที่ทำให้ประชาชนอดอยากและล้มตายเป็นจำนวนมาก ขณะที่ในการประชุมเต็มคณะเมื่อปี 2016 พรรคคอมมิวนิสต์จีนได้ประกาศให้สีจิ้นผิงมีสถานะเป็นผู้นำ ‘แกนหลัก’ (Core Leader) ซึ่งก่อนหน้านี้เป็นคำที่สงวนไว้สำหรับเติ้งเสี่ยวผิง เหมาเจ๋อตุง และเจียงเจ๋อหมินเท่านั้น โดยสื่อความหมายถึงผู้นำที่เป็นแกนของพรรคและของประเทศ ที่มีอำนาจโดยพฤตินัยในการยับยั้งการตัดสินใจที่สำคัญๆ

📌 มติว่าด้วยประวัติศาสตร์แห่งพรรคคอมมิวนิสต์จีน คืออะไร?

เมื่อครั้งที่ประธานเหมาเผยแพร่มติ ว่าด้วยประวัติศาสตร์แห่งพรรคคอมมิวนิสต์จีนเมื่อปี 1945 นั้น จีนยังไม่ได้สถาปนาประเทศเป็น ‘สาธารณรัฐประชาชนจีน’ (การสถาปนาประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนเกิดขึ้นในปี 1949)

ในช่วงเวลาดังกล่าว จีนกำลังตกอยู่ในสงครามแย่งชิงอำนาจระหว่างเหมาเจ๋อตงกับ เจียงไคเชก แต่เมื่อเอกสารชื่อ ‘Resolution on Certain Questions in the History of Our Party’ ถูกเผยแพร่ ความไม่แน่นอนทั้งหมดก็ยุติลง โดยมติดังกล่าวระบุว่ามีเพียงเหมาเจ๋อตุงเท่านั้น ที่มีเส้นทางการเมืองที่ถูกต้องในการนำพรรคคอมมิวนิสต์จีน พร้อมปูทางให้ประธานเหมาปกครองจีนภายใต้ ‘ลัทธิบูชาบุคคล’ (Personality Cult) เป็นเวลายาวนานหลายทศวรรษ

ขณะที่ในสมัยของเติ้งเสี่ยวผิงนั้น เขาได้เผยแพร่เอกสารมติในปี 1981 ซึ่งในตอนนั้น พรรคคอมมิวนิสต์จีนกำลังเผชิญกับการแย่งชิงอำนาจอีกครั้ง ภายหลังการถึงแก่อสัญกรรมของเหมาเจ๋อตุงเมื่อ 4 ปีก่อนหน้านั้น ในเอกสารดังกล่าว เติ้งได้ประณามการปฏิวัติวัฒนธรรมของเหมา แต่ก็ไม่ถึงกับทำลายชื่อเสียงของอดีตผู้นำไปเสียทั้งหมด รวมทั้งไม่ได้ทำให้พรรคเสื่อมเสีย ขณะเดียวกันมติดังกล่าวทำให้เติ้งสามารถรักษาตำแหน่งผู้นำพรรคและผู้นำประเทศ ในฐานะชายผู้มีวิสัยทัศน์ที่ถูกต้องที่จะนำพาจีนไปข้างหน้า

📌 คาดหวังอะไร?

South China Morning Post คาดการณ์ว่า จะมีการประกาศมติใหม่เกี่ยวกับ “ความสำเร็จหลัก ๆ และประสบการณ์ทางประวัติศาสตร์” ตลอดระยะเวลา 100 ปีของการก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์ เพื่อปูทางไปสู่การดำรงตำแหน่งสมัยที่สามของประธานาธิบดีสี ซึ่งจะเป็นผู้นำที่ทรงอิทธิพลที่สุดของจีน นับจากเหมา เจ๋อตุง

อย่างไรก็ตาม มติใหม่นี้ อาจแตกต่างจากมติครั้งอื่น ๆ โดยกู่ ซู่ นักวิเคราะห์การเมืองจากมหาวิทยาลัยนานจิง คาดว่า จะเป็นมติที่ไม่โอ่อ่า แต่จะไปเน้นที่เรื่องการกระชับอำนาจและนโยบายของประธานาธิบดีสีมากกว่า ตลอดจนยกย่องความสำเร็จของผู้นำคนปัจจุบัน เพื่อปูไปสู่การนำประเทศในอนาคตและทิศทางนโยบายต่าง ๆ

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า มติครั้งก่อน ๆ มักจะเป็นการทบทวนข้อผิดพลาดของพรรคและเปลี่ยนนโยบายใหม่ แต่คาดว่าจะไม่เกิดขึ้นในครั้งนี้

โดยก่อนหน้าการประชุมจะเริ่มต้นขึ้น หนังสือพิมพ์ People’s Daily กระบอกเสียงของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ตีพิมพ์บทความหน้าหนึ่งใจความว่า การตัดสินใจให้ “สี” เป็นแกนหลักของพรรคในปี 2016 และการบรรจุความคิดของสีในธรรมนูญของพรรคปีต่อมา ถือเป็นพรของพรรคคอมมิวนิสต์ ประเทศจีน และประชาชนจีน ชาวจีนทุกคนต้องสนับสนุนประธานาธิบดีในฐานะแกนหลัก และสมาชิกพรรคทุกคนต้องตามเขาในฐานะแกนหลัก

ด้านอู๋กั๋วกวง ศาสตราจารย์ด้านประวัติศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยวิกตอเรียในแคนาดา กล่าวว่า

ในเอกสารดังกล่าวนั้นเติ้งได้เปิดเสรีทางเศรษฐกิจ และแบน ‘ลัทธิบูชาบุคคล’ มติดังกล่าวทำให้เกิดระบบที่การตัดสินใจเป็นของชนชั้นสูง และเป็นการให้สัตยาบันในเอกสาร ไม่ใช่กฎหมาย

“การเขียนเอกสารของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ถือเป็นกระบวนการสร้างฉันทามติภายในชนชั้นสูงของพรรค” อู๋กล่าว และเผยว่าเติ้งตรวจสอบความคิดเห็นของกลุ่มแกนนำพรรคมากกว่า 4,000 คนที่มีต่อมติของเขาอย่างละเอียด

ทั้งนี้แม้มีรายงานจากสื่อของรัฐบาลจีนว่า สีจิ้นผิงกำลังนำเสนอมติของเขาต่อบุคคลสำคัญนอกพรรค แต่อู๋ฟันธงว่า ท้ายที่สุดแล้วผู้นำจีนก็ยังคงเป็นผู้ควบคุมมติขั้นสุดท้ายเสมอ “สีจิ้นผิงครอบงำกระบวนการเขียนมติฉบับที่ 3 นี้อย่างแน่นอน”

📌 สีจิ้นผิงจะบอกอะไร?

จากรายงานต่างๆ ของสื่อทางการจีน Bloomberg ได้วิเคราะห์ว่า มีความเป็นไปได้ที่สีจิ้นผิงจะเขียนเรื่องราวบอกเล่าศตวรรษแห่งความสำเร็จ กลบเกลื่อนความล้มเหลว และวางวิสัยทัศน์สำหรับสังคมมาร์กซิสต์สมัยใหม่ ซึ่งแตกต่างจากสองอดีตผู้นำที่วิพากษ์วิจารณ์ความผิดพลาดของพรรค

ในการสร้างเรื่องราวแห่งความสำเร็จอย่างต่อเนื่องนั้น สีจะต้องยอมรับนโยบายที่ขัดแย้งกันของเหมาและเติ้ง เมินเฉยต่อเหตุการณ์ที่สร้างรอยด่างให้ประวัติศาสตร์ของจีน อย่างการปฏิวัติวัฒนธรรม และการสังหารหมู่ที่จัตุรัสเทียนอันเหมิน และนำเสนออุดมการณ์ของตนเอง แม้นักวิจารณ์จะมองว่า สีจิ้นผิงกำลังสร้าง ‘ลัทธิบูชาบุคคล’ ตามแบบประธานเหมาก็ตาม

อู๋กล่าวว่า “การผสมผสานนโยบายของเหมาและเติ้งเข้าด้วยกันดูเหมือนไร้เหตุผล แต่นั่นเป็นเล่ห์เหลี่ยมในการเล่นการเมืองของพรรคคอมมิวนิสต์จีน สีกำลังเปลี่ยนนโยบายหลายอย่างของเติ้ง แต่ที่แน่ๆ เขาเจริญรอยตามทั้งเหมาและเติ้งในทางหนึ่ง นั่นคือ เพื่อปกป้องการผูกขาดอำนาจของพรรคคอมมิวนิสต์ในประเทศจีน”

ทั้งนี้อู๋เคยทำงานให้กับจ้าวจื่อหยาง อดีตนายกรัฐมนตรีจีนและอดีตเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ในช่วงทศวรรษ 1980 ซึ่งต่อมาถูกปลดออกจากตำแหน่งด้วยสาเหตุที่มีแนวคิดเสรีนิยม

 

 

ที่มา :
thestandard : https://thestandard.co/xi-set-to-unveil-new-doctrine-that-could-let-him-rule/
tnnthailand : https://www.tnnthailand.com/news/world/96021/
thairath : https://www.thairath.co.th/news/foreign/2238289
mgronline : https://mgronline.com/around/detail/9640000110852
js100 : https://www.js100.com/en/site/news/view/110849
mcot : https://tna.mcot.net/world-819120

พรรคคอมมิวนิสต์จีนเปิดประชุมหนุนอำนาจ “สี จิ้นผิง”

Back To Top
Search
error: ขอบคุณที่ติดตามครับ