skip to Main Content

เกิดอะไรในโลก : นายกรัฐมนตรีฟุมิโอะ คิชิดะ ซึ่งรับตำแหน่งเมื่อต้นเดือนที่แล้ว นำพรรคเสรีประชาธิปไตย ชนะการเลือกตั้งงทั่วไปของญี่ปุ่นได้อีกสมัย

ผลอย่างไม่เป็นทางการของการเลือกตั้งทั่วไปในญี่ปุ่น ซึ่งเป็นการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือสภาไดเอท ชุดใหม่ทั้ง 465 ที่นั่ง เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ปรากฏว่า พรรคเสรีประชาธิปไตย ( แอลดีพี ) ของนายกรัฐมนตรีฟุมิโอะ คิชิดะ วัย 64ปี ได้รับการเลือกตั้งเข้ามามากที่สุด 261 ที่นั่ง แม้ลดลง 15 ที่นั่ง จากการเลือกตั้งเมื่อเดือน ธ.ค. 2017 แต่ยังคงเป็นการครองเสียงข้างมากในสภาได้อย่างเด็ดขาด เนื่องจากเกินเกณฑ์ขั้นต่ำของการครองเสียงข้างมากในสภา คืออย่างน้อย 233 ที่นั่ง

ยิ่งไปกว่านั้น พรรคแอลดีพีจะได้รับเสียงสนับสนุนเพิ่มอีก 32ที่นั่ง จากพรรคโคเมอิโตะ ซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ขณะที่พันธมิตรพรรคฝ่ายค้าน 6 พรรค ได้รับเลือกตั้งรวมกันเพียง 172 ที่นั่ง

📌 ประกาศชัยชนะ

ด้านคิชิดะแถลง ณ ที่ทำการพรรคแอลดีพี ว่าผลการเลือกตั้งครั้งนี้คือการมอบความชอบธรรมจากประชาชน ให้เขาบริหารประเทศต่อไป หลังรับตำแหน่ง เมื่อวันที่ 4 ต.ค.ที่ผ่านมา ต่อจากการลาออกของนายโยชิฮิเดะ ซึกะ โดยเขาจะเร่งแผนงบประมาณฟื้นฟู และกระตุ้นเศรษฐกิจหลังวิกฤติโควิด-19 ให้ผ่านการพิจารณาจากสภาเร็วที่สุด

และยังกล่าวอีกว่า ญี่ปุ่นจะเป็นผู้นำในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ในเอเชีย ซึ่งเป็นการกล่าวก่อนหน้าที่นายคิชิดะจะเดินทางไปร่วมการประชุม กรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 26 หรือ ค็อป 26 (COP26 ) ที่เมืองกลาสโกว์ ในสก๊อตแลนด์

นอกจากนี้ยังให้คำมั่นว่าจะปรับปรุงศักยภาพ ของระบบสาธารณสุขในการรองรับการรักษาผู้ป่วยโรคโควิด-19 และจะเริ่มฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นในเดือนธันวาคมเป็นต้นไป ตลอดจนจะเพิ่มงบประมาณกลาโหม เพื่อรับมือภัยคุกคามจากจีนและเกาหลีเหนือด้วย

อย่างไรก็ตาม ผู้นำญี่ปุ่นยอมรับว่า ในเวลาเดียวกันฝ่ายที่เกี่ยวข้องของพรรคแอลดีพี ต้องถอดบทเรียนจากการเลือกตั้งครั้งนี้ ว่าเพราะเหตุใดจึงได้ที่นั่ง “ลดลงมากกว่าที่คาดการณ์ไว้” และการเสียที่นั่งในเขตสำคัญทางตะวันตกของกรุงโตเกียว ขณะเดียวกัน ส.ส.ชื่อดังหลายคนสอบตก รวมทั้งนายอากิระ อามาริ เลขาธิการพรรคฯ แม้จะมีรายชื่อส.ส.ตามบัญชีรายชื่อของพรรคด้วย แต่นายอามาริ บอกกับนายคิชิดะแล้วว่าเขาต้องการจะลาออกจากตำแหน่งเลขาธิการพรรค เพื่อแสดงความรับผิดชอบ

ขณะที่พรรคซึ่งถือเป็น “ผู้ชนะตัวจริง” ของการเลือกตั้งครั้งนี้ คือ พรรคนวัตกรรมญี่ปุ่น ซึ่งไม่ได้ร่วมเป็นพันธมิตรกับพรรคฝ่ายค้านที่เหลือ ได้รับเลือกตั้งเข้ามาเกือบ 40 ที่นั่ง เพิ่มขึ้นสามเท่า จากการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว และการที่แนวทางของพรรคนวัตกรรมญี่ปุ่นค่อนข้างเป็นไปทางขวาจัด อาจส่งผลต่อการเดินหน้าแผนเศรษฐกิจของรัฐบาล ที่เป็นแนวเสรีนิยมตามแนวทาง “อาเบะโนมิกส์” ได้.

📌 โควิดกระทบเล็กน้อย

แม้จะได้ที่นั่ง ส.ส. น้อยกว่าการเลือกตั้งเมื่อปี 2017 แต่แอลดีพียังคงรั้งสถานะพรรคการเมืองเดียวที่ครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรญี่ปุ่น ถือเป็นชัยชนะที่สวยงามสำหรับ คิชิดะ ที่เพิ่งจะเข้ารับตำแหน่งนายกฯ หมาดๆ เมื่อ 1 เดือนก่อน

ผลเลือกตั้งที่ออกมายังสวนทางกับเอ็กซิตโพลที่คาดว่า กระแสวิจารณ์เรื่องการจัดการโควิด-19 ผิดพลาดอาจจะทำให้พรรคแอลดีพีสูญเสียคะแนนนิยม และต้องพึ่ง “พรรคโคเมอิโตะ” ซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาลเพื่อที่จะครองเสียงข้างมากในสภา

คิชิดะ เคยออกมาประกาศก่อนหน้านี้ว่า พรรคแอลดีพีต้องการได้อย่างน้อย 233 ที่นั่งหรือ “เกินครึ่ง” จากทั้งหมด 465 ที่นั่งในสภาล่าง ทว่าท้ายที่สุดปรากฏว่าแอลดีพีสามารถกวาด ส.ส. ได้ถึง 261 ที่นั่ง ซึ่งแม้จะลดลงกว่าตัวเลข 276 ในศึกเลือกตั้งเมื่อ 4 ปีที่แล้ว แต่ถือว่าครองเสียงข้างมากอย่างมีเสถียรภาพ และหากรวมกับ ส.ส. ที่พรรคโคเมอิโตะได้ก็จะกลายเป็น 293 ที่นั่ง

📌 หยั่งคะแนนนิยม

การเลือกตั้งในครั้งนี้เป็นการเลือกตั้งก่อนกำหนด ในเดือนพฤศจิกายน เนื่องจากนายกรัฐมนตรีคิชิดะ ประกาศยุบสภาเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม ทำให้ถูกมองว่าเป็นการวัดคะแนนนิยมในตัวของนายกรัฐมนตรี ที่ให้คำมั่นว่าจะใช้นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ พร้อมสนับสนุนชนชั้นกลางภายใต้วิสัยทัศน์ของ “ทุนนิยมใหม่” และจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในปีนี้เพื่อช่วยเหลือผู้คนและธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดใหญ่

การเลือกตั้งในครั้งนี้ ยังถูกมองว่าเป็นการลงประชามติการทำงานเกือบ 9 ปีของรัฐบาลที่นำโดยพรรคแอลดีพีภายใต้การนำของนายชินโซะ อาเบะ, นายโยชิฮิเดะ สึกะ จนมาถึงนายคิชิดะ

📌 เสียงตอบรับการเลือกตั้ง

ทเบียส แฮร์ริส นักวิเคราะห์อาวุโสจากศูนย์เพื่อความก้าวหน้าอเมริกัน (Center for American Progress) ระบุว่า “แนวโน้มในภาพรวมบ่งบอกถึงความมีเสถียรภาพ พรรคแอลดีพีสามารถฝ่าฟันอุปสรรคที่พวกเขาจำเป็นต้องทำได้แล้ว เราน่าจะได้เห็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจมากมายหลังจากนี้”

กระแสตอบรับผลเลือกตั้งส่งผลให้ดัชนีนิกเกอิ ในตลาดหุ้นโตเกียวเปิดพุ่งขึ้นทันที 2.38% หลังเริ่มต้นการซื้อขายเช้าวันนี้ (1 พ.ย.) ตามที่นักลงทุนส่วนใหญ่คาดการณ์ไว้ อีกทั้งเป็นคะแนนเสียงที่มากพอในการควบคุมการทำงาน ของคณะกรรมาธิการต่างๆของสภาผู้แทนราษฎรของญี่ปุ่น ให้เดินไปในทิศทางเดียวกับรัฐบาล รวมทั้งผลักดันร่างกฏหมายต่างๆให้ผ่านการพิจารณาของรัฐสภาได้อย่างสะดวก นอกจากนี้ สองพรรคร่วมรัฐบาลยังครองที่นั่งส่วนใหญ่ในวุฒิสภาญี่ปุ่นด้วย

ด้วยบุคลิกที่นุ่มนวลและไม่ทำตัวเป็นที่สนใจมากนักทำให้ คิชิดะ ถูกมองว่าไม่ค่อยมีเสน่ห์ความเป็นผู้นำ หรือ ‘charisma’ สักเท่าไหร่ แต่ชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งนี้น่าจะช่วยลบคำสบประมาทต่อผู้นำญี่ปุ่นรายนี้ได้มากพอสมควร

แนวทางการบริหารของ คิชิดะ ยังคงอิงกับนโยบายดั้งเดิมของกลุ่มฝ่ายขวาในพรรคแอลดีพี ซึ่งรวมถึงการอัดฉีดงบกลาโหมเพิ่มขึ้นเพื่อยกระดับศักยภาพของกองกำลังป้องกันตนเองญี่ปุ่น ขณะเดียวกัน ก็ชูวิสัยทัศน์ “ทุนนิยมใหม่” (new capitalism) ที่เน้นสร้างความมั่งคั่ง และแก้ไขปัญหาการกระจายรายได้ที่ไม่เท่าเทียม

 

 

ที่มา :
js100 : https://www.js100.com/en/site/news/view/110544
https://www.js100.com/en/site/news/view/110531
dailynews : https://www.dailynews.co.th/news/429928/
thairath : https://www.thairath.co.th/news/foreign/2233181
mgronline : https://mgronline.com/around/detail/9640000108007

พรรค LDP ชนะเลือกตั้ง ครองเสียงข้างมากในสภาฯ ญี่ปุ่น

Back To Top
Search
error: ขอบคุณที่ติดตามครับ