skip to Main Content

UPDATE : ผลวิจัยล่าสุดชี้ว่า พลเรือนชาวอัฟกานิสถานเสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศ โดยฝีมือกองทัพรัฐบาลและกองกำลังต่างชาติ เพิ่มขึ้นมากถึง 330% ในช่วงปี 2016-2019 ด้านกองทัพสหรัฐในอัฟกานิสถานให้การปฏิเสธ

รายงาน Cost of War Project ของมหาวิทยาลัยบราวน์ ในเมืองพรอวิเดนซ์ รัฐโรดไอแลนด์ ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของสหรัฐอเมริกา ระบุว่าจำนวนพลเรือนอัฟกานิสถานที่เสียชีวิตในแต่ละปี จากการโจมตีทางอากาศของสหรัฐและพันธมิตร สูงขึ้นถึง 330% ระหว่างปี พ.ศ. 2016–2019 ขณะที่สหรัฐขยายขอบเขตการโจมตีกลุ่มตอลีบัน

รายงานระบุว่าจำนวนพลเรือนในอัฟกานิสถาน ที่เสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศของกองกำลังต่างชาติลดลงอย่างมาก หลังจากสหรัฐฯเพิ่มความเข้มงวดของกฎการปะทะ (ROE) ในปี 2009 โดยเหลือเฉลี่ยปีละไม่ถึง 200 ราย แต่การต่อสู้กลับมารุนแรงอีกครั้งหลังสหรัฐฯ ผ่อนกลายกฎดังกล่าวในปี 2016 เพื่อกดดันกลุ่มตอลีบันให้เจรจาสันติภาพ

เนตา ซี. ครอว์ฟอร์ด ผู้อำนวยการร่วมโครงการ สำรวจความสูญเสียในสงครามอัฟกานิสถาน กล่าวว่า การโจมตีทางอากาศในอัฟกานิสถาน เมื่อปีที่แล้ว ทำให้พลเรือนเสียชีวิตประมาณ 700 ราย สูงสุดนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นในปี 2001–2002 และตอนนี้กองทัพอากาศอัฟกานิสถาน สร้างความเสียหายต่อพลเรือน มากกว่าครั้งใดในประวัติศาสตร์ของประเทศ

หลังจากสหรัฐฯกับตอลีบันบรรลุข้อตกลงสันติภาพเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2020 สหรัฐฯ ก็ลดการโจมตีทางอากาศ และสัญญาว่าจะลดกำลังทหารในอัฟกานิสถานลง อย่างไรก็ตาม Cost of War พบุว่า กองทัพอัฟกานิสถานกลับเป็นฝ่ายยกระดับการโจมตีทางอากาศของตัวเองมากขึ้น

โดยสถิติในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2020 ชี้ว่า กองทัพอัฟกันทำให้พลเรือนของตัวเอง เสียชีวิตในการโจมตีทางอากาศแล้ว 86 ราย และบาดเจ็บอีก 103 คน มากที่สุดนับตั้งแต่พวกเขาเริ่มออกปฏิบัติการโจมตีในประเทศ และในช่วง 3 เดือนถัดมา พลเรือนเสียชีวิต 70 ราย บาดเจ็บ 90 คน.

อย่างไรก็ตาม พ.อ.ซอนนี เลกเกตต์ โฆษกกองกำลังสหรัฐในอัฟกานิสถาน กล่าวว่า รายงานของมหาวิทยาลัยบราวน์ เป็นการประเมินข้างเดียว จากข้อมูลที่ไม่ชัดเจน และไม่นับรวมความสูญเสียของพลเรือน ที่เกิดจากฝีมือของกลุ่มตอลีบันและกลุ่มไอเอส

พลเรือนอัฟกันโดนโจมตีทางอากาศ ตายเพิ่มขึ้น 330%

Back To Top
Search
error: ขอบคุณที่ติดตามครับ