skip to Main Content

เกิดอะไรในโลก : ฟูมิโอะ คิชิดะ” ชนะเลือกตั้งหัวหน้าพรรค LDP ปูทางนั่งเก้าอี้นายกฯญี่ปุ่นคนใหม่

📌 เฟ้นหาบุคคลเหมาะสม

พรรคเสรีประชาธิปไตย ( แอลดีพี ) ซึ่งเป็นพรรคแกนนำรัฐบาลชุดปัจจุบนของญี่ปุ่น จัดการหยั่งเสียงเป็นการภายในวันนี้ เพื่อเฟ้นหาผู้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคคนใหม่ แทนนายกรัฐมนตรีโยชิฮิเดะ ซึกะ ซึ่งขอสละสิทธิ์ไม่ร่วมการชิงชัยครั้งนี้ เท่ากับว่าหัวหน้าพรรคคนใหมจะก้าวขึ้นสู่การเป็นผู้นำรัฐบาลคนใหม่ด้วยโดยปริยาย เนื่องจากพรรคแอลดีพีครองเสียงข้างมากอยู่ในสภาผู้แทนราษฎร หรือสภาไดเอท ซึ่งจะประชุมเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ในวันจันทร์ที่ 4 ต.ค.นี้

สำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้มีผู้เสนอตัวร่วมแข่งขันทั้งสิ้น 4 คน คือ นายทาโร โคโนะ นายฟูมิโอะ คิชิดะ นางเซโกะ โนดะ และนางซานาเอะ ทาคาอิจิ ซึ่งทั้งสี่คนล้วนเคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ในสมัยรัฐบาลของอดีตนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ

📌 สุดสูสี

ขณะที่การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการแข่งขัน ชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคแอลดีพีที่สูสีที่สุดครั้งหนึ่ง โดยต้องยืดเยื้อถึงรอบตัดสินหรือรอบชิงดำ ระหว่างผู้สมัครซึ่งได้คะแนนมากที่สุดสองคน แต่ยังไม่มีใครได้รับเสียงสนับสนุนถึง 50% จากการหยั่งเสียงรอบแรก นั่นคือ โคโนะ และคิชิดะ

โดยนายคิชิดะ รมว.กระทรวงกลาโหม และรมว.กระทรวงการต่างประเทศ ได้รับเสียงสนับสนุนมากที่สุด ในการโหวตรอบแรกจำนวน 256 เสียง นำนายโคโนะ รัฐมนตรีด้านการปฏิรูปและการประสานงานเรื่องวัคซีนโควิด-19เพียง 1 เสียง ที่ได้ไป 255 เสียง ส่วนนางซานาเอะ ทาคาอิจิ อดีตรัฐมนตรีกิจการภายใน วัย 60 ปี ได้ 188 เสียง และนางเซโกะ โนดะ รักษาการเลขาธิการบริหารพรรค วัย 61 ปี ได้ไป 63 เสียง จากเสียงโหวตของ ส.ส.แอลดีพีและสมาชิกทั่วไปของพรรคแอลดีพีรวมทั้งสิ้น 764 เสียง

แต่การโหวตรอบ 2 มีคะแนนเสียงโหวตทั้งสิ้น 429 เสียง โดยเป็นเสียงของ ส.ส.พรรคแอลดีพี 382 เสียง และเสียงโหวตจากสาขาพรรคท้องถิ่นรวม 47 เสียง ผลปรากฎว่านายคิชิดะ คว้าชัยชนะไปครองด้วยเสียงสนับสนุน 257 เสียง ส่วนนายโคโนะได้ไป 170 เสียง

📌 เตรียมลงสู้ศึกเลือกตั้งดุเดือด

ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของญี่ปุ่น ต้องประกาศให้มีการจัดการเลือกตั้งทั่วไปครั้งใหม่ ภายในวันที่ 28 พ.ย.นี้ โดยเป็นการนับตามวาระการดำรงตำแหน่งของอาเบะ ซึ่งได้รับการเลือกตั้งเมื่อปี 2017 แต่ลาออกก่อนกำหนดเมื่อปี 2020

เท่ากับว่า นโยบายต่างประเทศทั้งในด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจจะยังไม่น่าเปลี่ยนแปลงมากนักในเวลานี้ เนื่องจากทุกภาคส่วนต้องเน้นสถานการณ์ภายในก่อน โดยเฉพาะการฟื้นฟูญี่ปุ่นในทุกมิติที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19.

และเขาต้องเผชิญกับงานหนักในการรื้อฟื้นเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 แต่เขาเป็นคนประนีประนอมซึ่งจะช่วยให้เขาสามารถดึงเสียงสนับสนุนจากกลุ่มต่าง ๆ ภายในพรรคแอลดีพีได้

📌 บทบาทนักการเมือง

ฟูมิโอะ คิชิดะ ผู้นำคนต่อไปของญี่ปุ่น เป็นอดีตรัฐมนตรีต่างประเทศที่พูดจานุ่มนวลมาจากจากตระกูลนักการเมืองฮิโรชิมา เขามีชื่อเสียงเรื่องจุดยืนเป็นกลางทางการเมืองและความชื่นชอบในกีฬาเบสบอล

เป็นครั้งที่สองที่คิชิดะชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี หลังคราวที่แล้วเขาพ่ายแพ้ให้กับโยชิฮิเดะ ซึกะในปี 2020 คิชิดะได้รับการยกย่องอย่างกว้างขวางว่าเป็นเป็นคนมือสะอาด แต่มักไม่ชอบทำตัวให้เป็นที่สนใจ และบางครั้งก็ถูกมองว่าขาดเสน่ห์

📌 ท่าทีของคิชิดะเป็นอย่างไร

เขาให้คำมั่นว่าจะใช้เงินก้อนใหญ่ ในการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหม่ที่ซบเซาจากโรคระบาด พร้อมกับให้คำมั่นว่าจะจัดการกับความไม่เท่าเทียมกันของรายได้ และปรับแนวทางเศรษฐศาสตร์เสรีนิยมใหม่ ซึ่งครอบงำการเมืองญี่ปุ่นในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา

ก่อนหน้านี้ คิชิดะเคยดำรงตำแหน่งหัวหน้านโยบายของพรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) และเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศระหว่างปี 2012-2017 ในระหว่างนั้นเขาได้เจรจาข้อตกลงกับรัสเซียและเกาหลีใต้ ซึ่งมักมีความสัมพันธ์ที่ไม่ดีนักกับญี่ปุ่น

เขาเป็นตัวตั้วตัวตีในการยุติอาวุธนิวเคลียร์โดยเรียกว่าเป็น “งานชั่วชีวิตของผม” (เพราะเขามาจากฮิโรชิมา) และในปี 2016 เขาได้ช่วยนำประธานาธิบดีบารัค โอบามาของสหรัฐฯ ในขณะนั้นมาเยือนฮิโรชิมาซึ่งเป็นการเยือนครั้งประวัติศาสตร์

แม้ว่าเขาจะมีชื่อเสียงในเชิงเสรีนิยม แต่เขาก็ได้เป็นเสรีนิยมเต็มตัวเหมือนโคโนะ เช่น ในเรื่องประเด็นร้อนทางสังคมเช่นการแต่งงานของเกย์ ขณะที่โคโนะกล่าวว่าเขาสนับสนุนการแต่งงานเพศเดียวกันและเรียกร้องให้มีการหารือในรัฐสภา

อย่างไรก็ตาม คิชิดะกล่าวว่าเขา “ยังไม่ถึงจุดที่จะยอมรับการแต่งงานของคนเพศเดียวกัน” และแสดงจุดยืนที่นุ่มนวลกว่าโคโนะ ที่ยอมให้คู่สมรสแยกนามสกุลกัน ซึ่งเป็นประเด็นที่ถกเถียงกันอีกประเด็นหนึ่งในสังคมญี่ปุ่น

โทเบียส แฮร์ริส เจ้าหน้าที่อาวุโสประจำเอเชียที่ศูนย์เพื่อความก้าวหน้าของอเมริกา กล่าวว่า คิชิดะ “มีความยืดหยุ่นมากกว่า” มากกว่าโคโนะ “โดยเฉพาะเกี่ยวกับนโยบายต่างประเทศและนโยบายความมั่นคง”

“มีหลายสิ่งหลายอย่างในอดีตของเขาที่ชี้ให้เห็นว่าแนวอนุรักษ์นิยม (ของคิชิดะ) แข็งแกร่งกว่าที่เขาแสดงออกมา” แฮร์ริส กล่าวเสริม

📌 เปิดนโยบายนายกฯ คนใหม่

-ด้านเศรษฐกิจ

คิชิดะเคยกล่าวไว้ว่าหากเขาจะเป็นผู้นำ การควบรวมทางการคลังจะเป็นเสาหลักของนโยบาย นอกจากนี้ เขายังแสดงความสงสัยเกี่ยวกับนโยบายที่ผ่อนคลายเป็นพิเศษของธนาคารแห่งประเทศญี่ปุ่น โดยกล่าวว่าในปี 2018 มาตรการกระตุ้นไม่สามารถคงอยู่ตลอดไป

แต่ด้วยเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดใหญ่ คิชิดะจึงกลับคำโดยกล่าวว่าธนาคารแห่งประเทศญี่ปุ่น (BOJ) ต้องคงมาตรการกระตุ้นขนาดใหญ่ไว้

เขาเสนอแพ็คเกจการใช้จ่ายมากกว่า 30 ล้านล้านเยน และเสริมว่าญี่ปุ่นไม่น่าจะขึ้นอัตราภาษีการขายจาก 10% “เป็นเวลาประมาณหนึ่งทศวรรษ”

“การปฏิรูปการคลังเป็นแนวทางที่เราต้องดำเนินการในท้ายที่สุด แม้ว่าเราจะไม่พยายามเติมเต็มการขาดดุลของญี่ปุ่นด้วยการขึ้นภาษีทันที” เขากล่าวเมื่อวันเสาร์

เขาเน้นถึงความจำเป็นในการกระจายความมั่งคั่งให้กับครอบครัวมากขึ้น ตรงกันข้ามกับการมุ่งเน้นนโยบาย “อาเบะโนมิกส์” ของอดีตนายกรัฐมนตรี ชินโซ อาเบะ ในการเพิ่มผลกำไรของบริษัทโดยหวังว่าผลประโยชน์จะตกไปถึงประชาชนทั่วไป

-การทูต/ความมั่นคง

คิชิดะเชื่อว่าญี่ปุ่นโดยความร่วมมือกับสหรัฐฯและประเทศอื่นๆ ที่มีแนวคิดคล้ายคลึงกัน ควรจะยืนหยัดต่อต้านการผงาดของจีน

“เพื่อปกป้องค่านิยมสากล เช่น เสรีภาพ ประชาธิปไตย หลักนิติธรรม และสิทธิมนุษยชน เราต้องพูดให้แน่ชัดว่าต้องพูดอะไรเมื่อเผชิญกับการขยายตัวของระบอบเผด็จการอย่างจีน ขณะเดียวกันก็ร่วมมือกับประเทศที่ยึดถือค่านิยมดังกล่าว ” เขากล่าวในเดือนนี้

คิชิดะวางแผนที่จะเสริมศักยภาพของหน่วยยามฝั่ง เนื่องจากญี่ปุ่นยังคงมีกรณีพิพาทกับจีนในเรื่องอำนาจอธิปไตยของกลุ่มเกาะเล็กๆ ในทะเลจีนตะวันออก

คิชิดะสนับสนุนให้มีการลงมติของรัฐสภา ประณามการปฏิบัติต่อชนกลุ่มน้อยอุยกูร์ของจีน และต้องการแต่งตั้งผู้ช่วยนายกรัฐมนตรี เพื่อติดตามสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของชาวอุยกูร์

เขายินดีที่ไต้หวันเสนอให้เข้าร่วมสนธิสัญญาการค้าเสรี “ข้อตกลงความครอบคลุมและความก้าวหน้าเพื่อหุ้นส่วนทางการค้าภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก” หรือ CPTPP ซึ่งสมาชิกประกอบด้วยออสเตรเลีย แคนาดา ญี่ปุ่น และนิวซีแลนด์

-การตอบสนองต่อ COVID-19

ท่ามกลางการวิพากษ์วิจารณ์ว่า มีหน่วยงานระดับกระทรวงมากเกินไป ที่รับผิดชอบต่อมาตรการการระบาด คิชิดะวางแผนที่จะมอบบทบาทผู้บังคับบัญชา ให้กับหน่วยงานรัฐบาลใหม่รับหน้าที่เดียวไป เขาเห็นว่าการพัฒนายาและการฉีดวัคซีนในวงกว้าง เป็นกุญแจสำคัญในการกลับสู่ชีวิตปกติ

“ตอนนี้มีความพยายามพัฒนายารับประทาน และจำหน่ายให้แพร่หลายภายในสิ้นปีนี้ และรัฐบาลจำเป็นต้องทุ่มน้ำหนักให้กับความพยายามเหล่านั้น” คิชิดะกล่าวกับผู้สื่อข่าวในเดือนนี้

“ผมต้องการให้เราก้าวไปข้างหน้าและบรรลุเป้าหมาย ในการนำกิจกรรมทางเศรษฐกิจและสังคมของเรากลับสู่สภาวะปกติในช่วงต้นปีหน้า”

📌 ตระกูลนักการเมืองเก่าแก่

คิชิดะตามรอยเท้าของพ่อและปู่ของเขา เข้าสู่การเมืองในปี 1993 โดยเคยทำงานที่ธนาคารแห่งหนึ่งในขณะที่เศรษฐกิจญี่ปุ่นเฟื่องฟู

เมื่อเป็นเด็กครอบครัวของเขาอาศัยอยู่เป็นเวลาหลายปีในนิวยอร์ก ซึ่งเขาประสบกับการถูกเหยียดเชื้อชาติที่โรงเรียน มันเป็นประสบการณ์ที่เขากล่าวว่า ทำให้เขารู้สึกถึงความอยุติธรรมอย่างแรงกล้า

เขาเป็นแฟนตัวยงของทีมเบสบอล Hiroshima Carp และว่ากันว่าชอบดื่ม ซึ่งต่างจากซึกะที่งดดื่มเหล้า ในขณะที่ภรรยาของคิชิดะ มาจากครอบครัวผู้กลั่นเหล้าสาเกที่ร่ำรวย

คิชิดะเป็นนักเบสบอลตัวยงที่โรงเรียน เขาสอบไม่ผ่านถึงสามครั้งในการสอบเข้ามหาวิทยาลัยโตเกียว ซึ่งทำให้พ่อแม่ผิดหวังมาก

เขาเรียนที่วาเซดะซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยเอกชนที่มีชื่อเสียงในเมืองหลวง ซึ่งเขาเลือกเรียนที่นี่เพราะบรรยากาศที่จริงจังและไม่โอ้อวด

คิชิดะพยายามชี้ชวนให้ประชาชน เห็นว่าเขาเป็นผู้นำที่รับฟังประชาชนและกล่าวว่าประชาชนชาวญี่ปุ่นต้องการ “การเมืองแห่งความเอื้ออาทร”

เขาได้เชิญผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ให้ฝากข้อความไว้ในกล่องข้อเสนอแนะ และนำสมุดจดบันทึกไปยังเหตุการณ์ต่างๆ เพื่อบันทึกความคิดเห็นจากสาธารณชน

แต่เขาไม่เคยต่อได้ติดกับประชาชนเลย และมักถูกล้อเลียนในโลกโซเชียลด้วยซ้ำ

 

 

ที่มา :
dailynews : https://www.dailynews.co.th/news/324874/
matichon : https://www.matichon.co.th/foreign/news_2964693
posttoday : https://www.posttoday.com/world/664357
mcot : https://tna.mcot.net/world-790739

ฟูมิโอะ คิชิดะ ชนะเลือกตั้งหัวหน้าพรรค LDP ปูทางนั่งเก้าอี้นายกฯญี่ปุ่นคนใหม่

Back To Top
Search
error: ขอบคุณที่ติดตามครับ