skip to Main Content

SOCIAL : ภาคประชาสังคมจับตา ย้ายชาวอุยกูร์ 42 คนเข้า ตม.สวนพลู หวั่น “เตรียมส่งอุยกูร์กลับจีน” เรียกร้องอย่าส่งคนไปตาย อย่าทำผิดซ้ำสอง
.
นางชลิดา ทาเจริญศักดิ์ ประธานมูลนิธิศักยภาพชุมชน เปิดเผยว่า เครือข่ายภาคประชาสังคมที่ติดตามกรณีชาวอุยกูร์ มีการหารืออย่างเร่งด่วน กรณีที่มีกระแสข่าวว่า รัฐบาลไทยกำลังจะมีการส่งชาวอุยกูร์กลับประเทศจีน ซึ่งภาคประชาสังคม เช่น สภาเครือข่ายช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม สำนักจุฬาราชมนตรี มูลนิธิสิทธิเพื่อสันติภาพ Asia Pacific refugee rights network, Refugee rights litigation project , For peace foundation และ สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เป็นต้น มีความห่วงใยต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
.
นางชลิดา เปิดเผยว่า ทางเครือข่ายได้รับข้อมูลว่ามีชาวอุยกุร์ 3 คน หลบหนีออกจากห้องกัก ตม.ที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังติดตามตัวไม่พบ ข่าวนี้ทำให้สถานทูตจีนในไทยไม่พอใจ ตามมาด้วยกระแสข่าวว่า มีการย้ายชาวอุยกูร์ 42 คนจากห้องกัก ตม.ทั่วประเทศ มายังห้องกัก ตม.สวนพลู และจะย้ายอีก 2 คนจาก ตม.มุกดาหารพรุ่งนี้ จึงมีการเป็นห่วงว่ารัฐบาลไทยจะส่งกลับชาวอุยกูร์ กลุ่มนี้กลับประเทศจีน เหมือนที่เคยเกิดขึ้นเมื่อปี 2557 และยังไม่รู้ชะตากรรมจนถึงทุกวันนี้
.
นางชลิดา เปิดเผยว่า รัฐบาลไทยต้องไม่ส่งกลับชาวอุยกูร์ไปจีน ต้อง ไม่ส่งกลับให้เผชิญอันตราย ที่ผ่านมาหลายประเทศ สนใจรับชาวอุยกูร์ไปประเทศที่ 3 แต่ความสัมพันธ์ไทยกับจีน ทำให้ไม่สามารถดำเนินการหรือตรวจสอบเรื่องนี้ได้ รัฐบาลไทยจะต้องไม่ส่งกลับชาวอุยกูร์ไปจีน
.
นายสุนัย ผาสุก ที่ปรึกษา Human Rights Watch เปิดเผยว่า กำลังตรวจสอบรายงานข่าวนี้ เพราะเป็นเรื่องที่น่ากังวล อย่างที่เคยเกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ที่ทางการไทยให้จีน รับคนอุยกูร์ ขึ้นเครื่องบินกลับไป หลังจากนั้น ไม่สามารถติดต่อพวกเขาได้ ถือเป็นการละเมิดอธิปไตย และ ละเมิดกฎหมายระกว่างประเทศ
.
“เราให้ความสำคัญกับกระแสข่าวนี้ รัฐบาล และสถานทูตหลายประเทศ ให้ความสนใจ ไทยต้องยืนยันว่าจะไม่ทำผิดซ้ำ 2 ในการที่จะส่งคนเหล่านี้กลับไปเผชิญอันตราย”
.
นายกัณวีร์ สืบแสง ประธานมูลนิธิสิทธิเพื่อสันติภาพ เปิดเผยว่า ชาวอุยกูร์ กลุ่มนี้ถูกขังลืมมา 8 ปี แล้ว หลังถูกจับกุมเมื่อปี 2558 ที่ประเทศไทย ขณะพยายามหลบหนีจากจีนไปยังประเทศที่ 3 จำนวน กว่า 220 คน จึงถูกดำเนินคดีหลบหนีเข้าเมือง
.
“มูลนิธิสิทธิเพื่อสันติภาพยังเชื่อมั่นว่าหนึ่งในสามแนวทางการแก้ไขปัญหาแบบยั่งยืนของสถานการณ์ผู้ลี้ภัยในเรื่องการตั้งถิ่นฐานใหม่ ณ ประเทศที่สาม บนพื้นฐานการรวมครอบครัว ตามกรอบสหประชาติว่าจะเป็นคำตอบที่เหมาะสมที่สุดต่อสถานการณ์ชาวอุยกูร์ทั้ง 60 ชีวิตในขณะนี้ ซึ่งจะไม่ทำให้ไทยถูกการประนามจากประเทศต้นกำเนิดได้ เนื่องจากเป็นหลักการด้านมนุษยธรรม
.
ดังนั้น รัฐบาลไทยควรพิจารณาอย่างรอบคอบ โดยให้ความสำคัญกับชีวิตมนุษย์ ว่าทุกชีวิตมีสิทธิในการมีชีวิตอยู่และไม่ควรถูกผลักดันและส่งกลับไปในประเทศต้นกำเนิด หากชีวิตพวกเค้ายังอยู่ในความอันตรายต่อการถูกประหัตประหาร ซึ่งเป็นไปตามหลักจารีตประเพณีระหว่างประเทศในหลักการไม่ส่งกลับ (non-refouelment)”
.
นายกัณวีร์ เปิดเผยว่า กลุ่มภาคประชาสังคมจะมีการแถลงการณ์ร่วมต่อข้องกังวลนี้โดยเร็วต่อไป หากแต่มูลนิธิฯ ยังมีความกังวลเป็นอย่างยิ่งว่าชีวิตคนที่ถูกลืมในห้องกัก พอเวลาถูกจำได้กลับจะถูกผลักดันกลับไปสู่การประหัตประหารในชีวิตของพวกเขานั้น จะทำให้ประเทศไทยไม่แตกต่างอะไรกับประเทศเพื่อนบ้านที่มีปัญหาในปัจจุบันอย่างเมียนมาและประเทศที่มีผู้นำเป็นเผด็จการที่ไม่เห็นว่าชีวิตคนชีวิตนึงเป็นสิ่งสำคัญ
.
“มูลนิธิฯ ขอเรียกร้องให้สังคมไทยจงรวมพลังต่อสู้ในเรื่องดังกล่าวต่อไป ตามความคิดที่ว่า “ชีวิตเดียวที่จะต้องสูญเสีย ก็เป็นสิ่งที่มากพอแล้ว” นายกัณวีร์ กล่าว
.
ขอบคุณ
TheReporters #เดอะรีพอร์ตเตอร์
.

ภาคประชาสังคมจับตา ย้ายชาวอุยกูร์ 42 คนเข้า ตม.สวนพลู หวั่น “เตรียมส่งอุยกูร์กลับจีน” เรียกร้องอย่าส่งคนไปตาย อย่าทำผิดซ้ำสอง

Back To Top
Search
error: ขอบคุณที่ติดตามครับ