skip to Main Content

ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ หลังทราบว่าค้นพบต้นสตรอว์เบอร์รีสายพันธุ์ใหม่ ที่เกิดจากการกลายพันธุ์ในห้องปฏิบัติการด้วยการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ เพื่อขยายพันธุ์สตรอว์เบอร์รีปลอดโรค เพื่อสอบถามข้อมูลเรื่องดังกล่าว โดยมี รศ.ดร.เกวลิน คุณาศักดากุล รองคณบดีฝ่ายวิจัยและวิเทศสัมพันธ์ คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดเผยว่า จุดเริ่มต้นของการผลิตต้นกล้าสตรอว์เบอร์รีปลอดโรคจนนำมาสู่การคัดเลือกจนได้ต้นสตรอว์เบอร์รีที่คาดว่าเกิดการกลายพันธุ์จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ และงานวิจัยคัดลือกสายพันธุ์สตรอว์เบอร์รีที่มีการเติบโตและออกดอกได้ในสภาพอุณหภูมิที่เหมาะสมกับประเทศไทยในครั้งนี้ เกิดจากหลายภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้เห็นความสำคัญว่า ในปัจจุบันการผลิตสตรอว์เบอร์รีของทางภาคเหนือ ประสบปัญหาที่เกษตรกรใช้ต้นพันธุ์ที่วนซ้ำกันมานานมากกว่า 10 ปี แล้วต้นกล้ามีการติดเชื้อค่อนข้างมาก โดยเฉพาะในกลุ่มของเชื้อรา เช่น เชื้อราสาเหตุโรคแอนแทรคโนส รวมถึงไวรัสที่ติดไปกับต้นพันธุ์ตลอดเวลา ซึ่งสตรอว์เบอร์รีเป็นพืชที่ขยายพันธุ์ด้วยต้นไหลที่เจริญมาจากต้นแม่ ดังนั้นเมื่อต้นแม่พันธุ์ติดโรค ต้นไหลที่นำไปปลูกก็จะติดโรคทุกครั้งที่ขยายพันธุ์ไป

ปัญหาการขาดแคลนต้นพันธุ์ที่ปลอดโรคในการเพาะปลูกอยู่ในปัจจุบัน ทางมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยคณะเกษตรศาสตร์ ก็มีองค์ความรู้และมีงานวิจัยอยู่ โดยทำงานร่วมกันหลายสาขาในคณะ ทั้งสาขาเทคโนโลยีชีวภาพ ปฐพีศาสตร์ และพืชศาสตร์ จึงได้ช่วยเหลือเกษตรกรด้วยการนำพันธุ์ที่ใช้ในเชิงการค้ามาทำให้ปลอดโรค ทางคณะเกษตรศาสตร์ได้มีการรวบรวมสายพันธุ์และคัดเลือกสายพันธุ์ เพื่อให้ได้พันธุ์ที่สามารถปลูกในประเทศไทยเราได้ รวมถึงการคัดพันธุ์ที่อาจจะเกิดจากการกลายพันธุ์ ก็ค้นพบสายพันธุ์อยู่จำนวนหนึ่ง ลักษณะดี รูปร่างของผลสวยงามมาก เป็นรูปหยดน้ำ โดยปกติแล้วสตรอว์เบอร์รีต้องปลูกในอากาศที่เย็น แต่สายพันธุ์ที่ค้นพบจากการกลายพันธุ์ในห้องปฏิบัติการที่ได้จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อนั้น สภาพอากาศที่ไม่เย็นมากก็ปลูกแล้วออกดอกและให้ผลผลิตได้

เมื่อหากนำมาเทียบกับสายพันธุ์ของประเทศไทยที่มีอยู่ในปัจจุบัน ตัวต้นที่กลายพันธุ์และถูกค้นพบนี้ จะมีลักษณะของตัวผลคล้ายกันสตรอว์เบอร์รีพันธุ์ 80 แต่ต่างกันตรงที่พันธุ์ 80 นั้น บริเวณตรงขั้วของผลสตรอว์เบอร์รีจะมีลักษณะยุบตัวลงไป แต่ตัวสายพันธุ์ที่ค้นพบจากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อและการกลายพันธุ์ดังกล่าว พบว่าตัวผลเป็นรูปกลม เหมือนหยดน้ำ ขั้วผลไม่ยุบตัว แล้วรูปร่างสวย ผิวสวย มีความหวาน ขณะนี้ยังอยู่ในห้วงของการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อและขยายพันธุ์เพื่อทดสอบเพิ่มเติม ซึ่งคาดว่าภายในปี 63 จะสามารถระบุสายพันธุ์ที่ชัดเจนได้

สำหรับการทำต้นกล้าปลอดโรคของต้นสตรอว์เบอร์รี เป็นเทคโนโลยีเดียวกันกับที่ต่างประเทศใช้กันอยู่ในปัจจุบัน โดยการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อเจริญบริเวณยอด และเพิ่มปริมาณในสภาพเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ หลังจากนั้นก็นำออกปลูกเพื่อให้ต้นแม่พันธุ์ที่ปลอดโรคแล้ว นำต้นแม่พันธุ์มาผลิตไหลสตรอว์เบอร์รี เพื่อขยายต้นพันธุ์สตรอว์เบอร์รี และนำไปทดแทนไหลสตรอว์เบอร์รีที่เกษตรกรใช้ในการเพาะปลูกแล้วมีปัญหา มีการติดเชื้อค่อนข้างมากในปัจจุบัน ซึ่งผลการวิจัยก็สามารถผลิตต้นกล้าปลอดโรคได้ที่เป็นเชิงการค้าอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นพันธุ์ 80 ที่เป็นพันธุ์รับประทานสด หรือพันธุ์ 329 และพันธุ์อื่นๆ ได้หลายสายพันธุ์ด้วยกัน และเป็นต้นกล้าที่มีคุณภาพ เมื่อเกษตรกรนำไปปลูกก็จะลดปัญหาเรื่องของการรบกวนของโรค ดังนั้นเกษตรกรก็จะสามารถลดการใช้สารเคมีสังเคราะห์ ไม่ว่าจะเป็นปุ๋ย หรือสารกำจัดโรคพืช ผู้บริโภคก็จะมั่นใจมากขึ้นว่า ผลผลิตที่ได้จากต้นกล้าสตรอว์เบอร์รีปลอดโรค น่ารับประทานและลดสารเคมีลงไปได้ และหากเกษตรกรจะนำไปปลูกจะเป็นการใช้ไหลในรุ่นที่ 4 ที่จะคุ้มค่า และมีประสิทธิภาพในเชิงการผลิตผลสตรอว์เบอร์รีสดได้ดีกว่าในรุ่นอื่นๆ

ส่วนต้นพันธุ์ที่ปลอดโรคนี้ เมื่อเกษตรกรนำไปปลูกแล้ว อายุของต้นพันธุ์ที่ปลอดโรคจะขึ้นอยู่กับการดูแลของเกษตรกร เพราะต้นปลอดโรค ไม่ใช่ต้นที่ต้านทานโรค หากเกษตรกรนำไปปลูกแล้ว ในพื้นที่นั้นมีแมลงพาหะ หรือมีเชื้อสาเหตุโรคปะปนอยู่ การติดเชื้อก็สามารถเกิดขึ้นได้อีกครั้ง เกษตรกรควรทำลายไหลสตรอว์เบอร์รีที่นำไปปลูกทิ้ง แล้วนำไหลปลอดโรคไปปลูกใหม่ แต่หากมีการจัดการดูแลที่ดีก็สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้ 1 – 2 ครั้ง ในรุ่นถัดไป เพราะสภาพพื้นที่ประเทศไทยแมลงเยอะ แล้วแมลงที่พาหะของโรคไวรัสก็จะลายต้นสตรอว์เบอร์รีแล้วนำเชื้อกลับมาสู่ต้นสตรอว์เบอร์รีได้อีกครั้งหนึ่ง

————————————————
#White news #สตรอว์เบอร์รี #พันธุ์
#รูปทรงสวย #ปลอดโรค #หยดน้ำ

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พบสตรอว์เบอร์รีพันธุ์ใหม่ ไม่ต้องปลูกในที่เย็น รูปทรงสวย คล้ายหยดน้ำ 

Back To Top
×Close search
Search