skip to Main Content

เกิดอะไรในโลก : สภามาเลเซียกลับมาประชุมพร้อมกับการมีนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ซึ่งลงนามใน “ข้อตกลงความร่วมมือ” กับฝ่ายค้าน เพื่อการรักษาเสถียรภาพ

📌 เปิดสภาวันแรก

สมเด็จพระราชาธิบดีอับดุลเลาะห์ เสด็จพระราชดำเนินไปยังอาคารรัฐสภา ในเมืองปุตราจายาวันจันทร์นี้ เพื่อทรงเปิดการประชุมรัฐสภา ที่รัฐบาลอยู่ภายใต้การบริหารของนายกรัฐมนตรีอิสมาอิล ซ็อบรี ยะกู๊บ รับตำแหน่งเมื่อวันที่ 21 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยการประชุมในส่วนของสภาผู้แทนราษฎรไม่ได้เกินขึ้นทุกวัน แต่จะดำเนินเรื่อยไปเป็นเวลา 17 วัน จนถึงวันที่ 12 ต.ค.นี้ ขณะที่วุฒิสภาจะประชุมระหว่างวันที่ 4-26 ต.ค.

สมเด็จพระราชาธิบดีได้กล่าวในตอนหนึ่ง ขอให้รัฐบาลเพิ่มความพยายามมากขึ้นอีกเท่าตัว ในการนำพาบ้านเมืองฝ่าฟันวิกฤติโรคระบาดโควิด-19 โดยขอให้มีเป้าหมายชัดเจนทั้งในระยะสั้นและระยะยาว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับทุกฝ่าย ว่าแผนยุทธศาสตร์ 100 วันจะประสบผลสำเร็จ

ขณะเดียวกัน พระองค์ทรงขอให้ “ทุกภาคส่วน” ร่วมกันหาทางออกจากปัญหา และคลี่คลายความขัดแย้งด้วยวิถีทางตามครรลองของประชาธิปไตย อย่าใช้บ้านเมืองและประชาชน “เป็นเครื่องมือต่อรองผลประโยชน์ส่วนตน”

📌 เสถียรภาพของรัฐบาล

ปัจจุบันรัฐบาลของอิสมาอิล ซ็อบรี ยะกู๊บ มีเสียงสนับสนุนในสภาผู้แทนราษฎร 114 จาก 222 เสียง อย่างไรก็ตามล่าสุดเมื่อวานนี้ รัฐบาลและพันธมิตรฝ่ายค้านภายใต้การนำของนายอันวาร์ อิบราฮิม ลงนามร่วมกันในข้อตกลงว่าด้วย “การริเริ่มการเปลี่ยนผ่านและการปฏิรูป” เพื่อการันตีเสถียรภาพทางการเมืองของมาเลเซีย ในช่วงวิกฤติการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

โดยรวมถึงการให้สมาชิกฝ่ายค้านร่วมเป็นสมาชิก ในคณะกรรมาธิการฟื้นฟูประเทศ การลดอายุขั้นต่ำของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จาก 21 ปี ลงมาอยู่ที่ 18 ปี การให้ผู้นำฝ่ายค้านได้รับสวัสดิการเทียบเท่ารัฐมนตรี การจำกัดวาระการดำรงตำแหน่งของนายกรัฐมนตรีให้อยู่ที่สูงสุด 2 สมัย คือไม่เกิน 10 ปี และการป้องกันนักการเมืองย้ายข้าง

การลงนามในข้อตกลงดังกล่าวน่าจะช่วยให้รัฐบาล ผ่านการอภิปรายและลงมติไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้านได้ง่ายขึ้น ซึ่งการอภิปรายและลงมติต้องอยู่ในช่วงของการประชุมสภา แต่ยังไม่มีการระบุกำหนดการชัดเจน

ด้านกษัตริย์อับดุลละฮ์ กล่าวชื่นชมที่รัฐบาลชุดใหม่ว่า “นี่คือวุฒิภาวะที่ประชาชนของข้าพเจ้าต้องการจะเห็น ฟังคำแนะนำเก่าแก่ของชาวมลายูที่ว่า ตราบใดที่ผู้ชนะจะไม่ชนะทั้งหมด ผู้แพ้ก็จะไม่แพ้ทั้งหมดเช่นกัน”

📌 ความวุ่นวายทางการเมือง

อนึ่ง การเมืองภายในมาเลเซียวุ่นวายและขาดเสถียรภาพ นับตั้งแต่พรรคมลายูสามัคคีแห่งชาติ ( อัมโน ) พรรคการเมืองขนาดใหญ่และเก่าแก่ที่สุดของประเทศ “พ่ายแพ้ครั้งประวัติศาสตร์” ในการเลือกตั้งเมื่อปี 2018และต้องพ้นจากการผูกขาดการเป็นแกนนำรัฐบาลเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่มาเลเซียเป็นเอกราชจากสหราชอาณาจักร เมื่อปี 1957 โดยก่อนหน้าอิสมาอิล ซ็อบรี ยะกู๊บ มาเลเซียมีนายกรัฐมนตรีมาแล้ว 2 คน คือ ดร.มหาเธร์ มูฮัมหมัด และนายมูห์ยิดดิน ยาสซิน.

นายอิสมาอิล ซ็อบรี ยะกู๊บเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 9 ของประเทศเมื่อเดือนก่อน โดยมีเสียงข้างมากในสภาแบบปริ่มน้ำ หลังจากนายกรัฐมนตรีมูห์ยิดดิน ยัสซินลาออก สมเด็จพระราชาธิบดีขอให้เขาเผชิญหน้ากับการลงมติไม่ไว้วางใจ เพื่อพิสูจน์ว่ามีเสียงข้างมากในสภาอย่างแท้จริง

รอยเตอร์รายงานว่า เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมานายกรัฐมนตรีอิสมาอิล ซ็อบรี ยะกู๊บ ได้ขอให้ฝ่ายค้านร่วมปฏิรูปการเมือง รวมทั้งออกกฎหมายป้องกันการแปรพักตร์ และจำกัดวาระดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีไม่ให้เกิน 10 ปี โดยได้ยื่นข้อเสนอหลายอย่างประกอบด้วย การเสนอร่างกฎหมายทุกฉบับต่อรัฐสภาต้องผ่านความเห็นชอบจากทั้งสองฝ่าย การให้ฝ่ายค้านมีส่วนร่วมในสภาฟื้นฟูแห่งชาติ การลดอายุขั้นต่ำในการออกเสียงเลือกตั้งจาก 21 ปี เหลือ 18 ปี และการให้ผู้นำฝ่ายค้านได้รับเงินเดือนและสิทธิประโยชน์เช่นเดียวกับรัฐมนตรี

ที่มา :
dailynews : https://www.dailynews.co.th/news/267016/
khaosod : https://www.khaosod.co.th/around-the-world-news/news_6617442
mcot : https://tna.mcot.net/world-779391

มาเลเซียเปิดสภาวันแรก รัฐบาล-ฝ่ายค้านลงนามข้อตกลงร่วมมือกัน

Back To Top
Search
error: ขอบคุณที่ติดตามครับ