skip to Main Content

เกิดอะไรในโลก : การประท้วงเพื่อต่อต้านมาตรการคุมเข้มสกัดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในยุโรปยังไม่มีทีท่าว่าจะจบลง โดยไม่สนใจข้อเท็จจริงที่ว่าจำนวนผู้ติดเชื้อในยุโรปในระยะหลังได้เพิ่มสูงขึ้น จนองค์การอนามัยโลกออกมาแสดงความวิตกกังวลแล้วก็ตาม

ประชาชนในหลายประเทศในยุโรป ก่อหวอดประท้วงรุนแรง เพื่อต่อต้านมาตรการควบคุมการระบาดของไวรัสโควิด-19 ของรัฐบาล โดยเฉพาะผู้ประท้วงยังคงยืนยัน “ไม่ฉีดวัคซีน” ไม่เอา “บัตรผ่านสุขภาพ” หลายเมืองมีการเผาทำลายห้างร้านธุรกิจและบุกปล้นด้วย ขณะตัวเลขผู้ติดเชื้อพุ่งสูงต่อเนื่อง

📌 เนเธอร์แลนด์

การประท้วงต่อต้านมาตรการล็อกดาวน์โควิดที่เนเธอร์แลนด์ ยังคนรุนแรงต่อเนื่องเป็นคืนที่ 3โดยการประท้วงขยายวงไปในหลายเมืองตั้งแต่ ร็อตเตอร์ดาม เฮก โกรนิงเกน แอนสเคอเด และเลวาเดิน

ที่นครเฮก ผู้ประท้วงได้ไปเอาจักรยาน กล่องกระดาษ และสิ่งของต่างๆ มาเผากลางสี่แยกของถนนสายหนึ่ง เพื่อต่อต้านมาตรการบางส่วนเป็นเวลา 3 สัปดาห์ ที่รัฐบาลเพิ่งประกาศใช้เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่ในหลายเมืองผู้ประท้วงออกมาเดินขบวนแล้วจากนั้นก็ปาหิน และจุดไฟเผาสิ่งของ ทำให้ตำรวจปราบจลาจลต้องออกมาสลายการชุมนุม ใช้ม้า สุนัข และกระบองเพื่อไล่ฝูงชนออกไป เจ้าหน้าที่ได้ประกาศคำสั่งฉุกเฉินในเมือง และมีผู้ถูกจับกุมอย่างน้อย 7 คน มีผู้ประท้วงบาดเจ็บอย่างน้อย 3 คน ขณะที่มีตำรวจบาดเจ็บอย่างน้อย 5 นาย

ช่วงตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา เนเธอร์แลนด์มียอดผู้ติดเชื้อรายวันเพิ่มขึ้นอย่างมาก มาอยู่ที่หลัก 2 หมื่นคนต่อวัน ล่าสุดจำนวนผู้ติดเชื้อสะสมอยู่ที่กว่า 2.44 ล้านคน มีผู้เสียชีวิต 18,966 ราย

ก่อนหน้านี้ รัฐบาลประกาศแผนที่จำกัดการเข้าใช้สถานที่ต่างๆ สำหรับผู้ที่ยังไม่ได้รับวัคซีน มีการนำมาตรการล็อกดาวน์บางพื้นที่กลับมาใช้ โดยมีคำสั่งปิดร้านอาหาร ร้านค้าและสถานที่ออกกำลังกายอย่างน้อย 3 สัปดาห์ ซึ่งนับเป็นประเทศแรกในยุโรปตะวันตกที่เริ่มนำมาตรการล็อกดาวน์กลับมาใช้อีกครั้ง

📌 เบลเยียม

ที่เบลเยียม ผู้ประท้วงหลายหมื่นคนออกมาเดินขบวนในกรุงบรัสเซลส์ ต่อต้านมาตรการจำกัดสิทธิของกลุ่มคนที่ไม่ฉีดวัคซีน ผู้ประท้วงปาพลุใส่ตำรวจที่เข้าไปสลายการชุมนุมด้วยการฉีดน้ำและใช้แก๊สน้ำตา

พวกผู้ประท้วงจับมือกันเผชิญหน้ากับแนวตำรวจและตะโกนว่า “เสรีภาพ” และมีผู้ชุมนุมรายหนึ่งชูป้ายข้อความ “เมื่อเผด็จการกลายเป็นกฎหมาย การก่อขบถจึงกลายเป็นหน้าที่”

การประท้วงมีขึ้นหลังจากที่รัฐบาลประกาศใช้ “โควิด พาส” ใบรับรองการฉีดวัคซีนครบโดส ห้ามคนไม่ฉีดวัคซีนเข้าสถานที่ต่างๆ อย่างร้านอาหารและบาร์ นอกจากนี้ยังบังคับให้ประชาชนสวมหน้ากากอนามัยในสถานที่สาธารณะ และให้ประชาชนทำงานจากที่บ้านเป็น 4 วันต่อสัปดาห์ไปจนถึงช่วงกลางเดือน ธ.ค.

นับตั้งแต่โรคระบาดใหญ่เริ่มต้นขึ้น เบลเยียมชาติที่มีประชากร 11.7 ล้านคน มีผู้ติดเชื้อสะสมแล้วมากกว่า 1,581,500 คน และเสียชีวิต 26,568 ราย ปัจจุบันจำนวนผู้ติดเชื้อกลับมาเพิ่มขึ้นอีกครั้ง มีรายงานพบผู้ติดเชื้อใหม่เฉลี่ยแล้วราวๆ 13,826 คนต่อวัน

📌 ออสเตรีย

ส่วนที่ออสเตรีย ประชาชนหลายหมื่นคนออกมาประท้วงในกรุงเวียนนา หลังจากที่รัฐบาลประกาศล็อกดาวน์ทั่วประเทศรอบศใหม่ และมีแผนที่จะบังคับใช้กฎหมายบังคับในเดือน ก.พ.64 ซึ่งจะทำให้ออสเตรียเป็นประเทศยุโรปประเทศแรก ที่กำหนดให้วัคซีนเป็นข้อกำหนดทางกฎหมาย

📌 อิตาลี

ในอิตาลี ผู้ประท้วงประมาณ 2,000-3,000 คน รวมตัวกันที่สนามแข่งรถม้า โรงละครสัตว์แม็กซิมัส อันเก่าแก่ในกรุงโรมเพื่อคัดค้านใบรับรองกรีนพาส ตามสถานที่ต่างๆ อย่างสถานที่ทำงาน และระบบขนส่งมวลชน

📌 โครเอเชีย

ส่วนที่โครเอเชีย ประชาชนหลายพันคนเดินขบวนในกรุงซาเกร็บ แสดงความโกรธต่อการฉีดวัคซีนภาคบังคับสำหรับเจ้าหน้าที่ภาครัฐ.

📌 สวิตเซอร์แลนด์

ที่สวิตเซอร์แลนด์ มีผู้ร่วมประท้วงราว 2,000 คน ที่ออกมาแสดงจุดยืนคัดค้านการทำประชามติว่าจะรับรองกฎหมายคุมเข้มเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 หรือไม่ โดยให้เหตุผลว่าเป็นกฎหมายที่เลือกปฏิบัติ

📌 ฝรั่งเศส

เจ้าหน้าที่ฝรั่งเศสต้องส่งตำรวจเพิ่มเติมอีกหลายสิบนายเข้าไปรักษาความสงบที่เกาะกัวเดอลุปในแคริบเบียน แคว้นโพ้นทะเลของฝรั่งเศส หลังพวกก่อจลาจลลงมือปล้นสะดมร้านค้าหลายสิบแห่งและจุดไฟเผาย่านธุรกิจ ตามหลังการประท้วงต่อต้าน “บัตรรับรองสุขภาพ” หรือ “บัตรผ่านโควิด-19” เลี้ยวเข้าสู่ความรุนแรง

เจอราลด์ ดาร์มาแนง รัฐมนตรีมหาดไทยฝรั่งเศส ระบุว่าผู้ที่เกี่ยวข้องในเหตุการณ์ความไม่สงบบางส่วน ใช้กระสุนจริงกับเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย และสัญญาว่าจะตอบโต้อย่างหนักหน่วงกับพวกที่ก่อความวุ่นวายแก่ประชาชน

📌 WHO ห่วงยุโรปอาการหนัก

นพ.ฮันส์ คลูเกอ ผู้แทนองค์การอนามัยโลก ( ดับเบิลยูเอชโอ ) ประจำภาคพื้นยุโรป กล่าวเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาว่า โควิด-19 กลับมาเป็นโรคซึ่งคร่าชีวิตชาวยุโรปมากที่สุดอีกครั้ง หนึ่งในปัจจัยสำคัญคือ การเข้าสู่ฤดูหนาวซึ่งเพิ่มอัตราการติดเชื้อ การแพร่กระจายของโรค และการฉีดวัคซีนที่ยังไม่ครอบคลุมมากพอ

นพ.คลูเกอ เรียกร้องประชาชนในยุโรปออกมาฉีดวัคซีนให้มากกว่านี้ การใช้มาตรการขั้นพื้นฐานทางสังคมเพื่อควบคุมโรค และการพัฒนากลยุทธ์การรักษาแบบใหม่ มิเช่นนั้น ภายในเดือน มี.ค.ปีหน้า เฉพาะภูมิภาคยุโรปอาจมีผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 เพิ่มอีกมากกว่า 500,000 คน

แม้ นพ.คลูเกอ มองว่า มาตรการบังคับฉีดวัคซีน “ควรเป็นทางเลือกสุดท้าย” แต่สนับสนุนการใช้สิ่งที่เรียกว่า “บัตรผ่านโควิด-19” หรือเอกสารยืนยันการฉีดวัคซีนครบ เพื่อให้สามารถเข้าใช้บริการสถานที่สาธารณะได้ โดยกล่าวว่า เรื่องดังกล่าว “ไม่ใข่การจำกัดเสรีภาพ” แต่ “เป็นการรักษาอิสรภาพให้กับแต่ละบุคคล”

 

 

ที่มา :
thairath : https://www.thairath.co.th/news/foreign/2247605
tnnthailand : https://www.tnnthailand.com/news/world/97214/
dailynews : https://www.dailynews.co.th/news/499919/
https://www.dailynews.co.th/news/497756/
voa : https://www.voathai.com/a/belgium-protest-covid-restrictions-ct/6322599.html

ยุโรปประท้วงวุ่น ต้านกฎคุมโควิดลุกลามหลายประเทศ

Back To Top
Search
error: ขอบคุณที่ติดตามครับ